e เรื่องทั่วไป

ประสบการณ์ในโรงเรียนเซมมง อนิเมชั่น ในญี่ปุ่น ตอนที่ 2

ประสบการณ์ในโรงเรียนเซมมง อนิเมชั่น ในญี่ปุ่น ตอนที่ 2

By , วันพุธ, 11 พฤษภาคม 2559

สวัสดีค่ะ ต่อจากเอนทรี่ที่แล้วที่เราอธิบายเกี่ยวกับโรงเรียนแบบคร่าวๆไปนะคะ

คราวนี้เราจะมาเจาะลึกเกี่ยวกับภายในโรงเรียนในมุมมองที่ตัวเราพบเจอมาค่ะ


เป้าหมายอันสูงสุดของโรงเรียนเซมมงนั้น คือ


ให้นักเรียนสามารถทำงานได้ และหางานได้


ตามปกติแล้ว ที่ญี่ปุ่น เด็กเซมมงจะเริ่มหางานตั้งแต่ปีสองค่ะ

เพราะฉะนั้น บรรยากาศในการเรียนปีหนึ่งกับปีสองจะต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยทีเดียว O_o


ก่อนเข้าเรื่องขอ เอ่ยถึง โรงเรียนที่เราเรียนนิดนึงค่ะ


สาขาคามาตะค่ะ ภาพจากเว็ป ของทางโรงเรียน http://www.neec.ac.jp/
สาขาฮาจิโอจิ ภาพจากเว็ป ของทางโรงเรียน http://www.neec.ac.jp/
สาขาฮอกไกโด ภาพจากเว็ป ของทางโรงเรียน http://www.neec.ac.jp/



โรงเรียนที่เราเรียน คือ โรงเรียน Nihon Kogakuin

 http://www.neec.ac.jp/  


โรงเรียน มีสามสาขา คือ

Nihon Kogakuin College Kamata Campus

5-23-22 Nishikamata Ota-ku Tokyo144-8655


Nihon Kogakuin College of Hachiouji

1401-1 Katakuramachi Hachiouji -shi Tokyo 190-0983


Nihon Kogakuin of Hokkaido

184-3 Satsunaicho Noboribetsu-shi Hokkaido 059-8601


เปิดสอนหลายด้านค่ะ ทั้งคณะครีเอเตอร์ คณะดนตรี คณะเทคโนโลยี

คณะเกี่ยวกับยา และมีคณะสปอร์ต ด้วยค่ะ


ตัวเราเรียนอยู่ที่ สาขาคามาตะ ค่ะ  ที่เลือกสาขานี้ 

เพราะว่าอยู่ใกล้ในเมืองค่ะ  >< 


ตึก 6 ตีกของ คณะ มังงะ อนิเม และคณะ นักพากย์ หน้าตึกจะ ตืดรูปผลงาน ของนักเรียน ภาพถ่ายเองค่ะ
รูปโต๊ะเรียนของเราค่ะ ผ่านมาห้าปีแล้ว ><


ว่าแล้วก็มาพูดถึงชีวิตในโรงเรียนกันดีกว่า


ปีหนึ่งทางโรงเรียนจะเน้นขายความฝันสุดๆ ราวกับว่าทุกอย่างเป็นจริงได้หากเราพยายาม

อาจารย์จะเฝ้าถามว่า นักเรียน อยากเป็น อยากทำอะไร มีบริษัทที่อยากเข้าไหม 

เป็นช่วงที่เราคิดว่า เรามีความสุขมากๆไม่กดดัน 


แต่พอขึ้นปีสองเท่านั้นแหละ โหหหหหหหหหหหหหห 

เหมือนถูกผลักจากฟ้าลงเหว! ทางโรงเรียนจะอัดๆเรื่องหางานมาก 

จะเข้าสู่ชีวิตจริง เริ่มการหางาน พบกับความหลุมดำกับชีวิตที่ว่า

เราอาจจะไม่ได้ทำงานที่เราอยากทำ

ภาพห้องเรียน วิชา อนิเม และมังงะค่ะ เป็นโต๊ะไฟ ภาพ จาก เว็ป โรงเรียนค่ะ http://www.neec.ac.jp/
รูปห้องเรียนวิชาวาดฉากค่ะ credit: https://www.facebook.com/pakartwork/



สำหรับหลักสูตรการเรียนของโรงเรียนที่เราจบมา(แต่ละโรงเรียนน่าจะต่างกันไป) 

ทางโรงเรียนที่เราเรียนจะมีวิชาที่เรียนรวมคือ วิชาใช้สี 

วิชาวิจารณ์หนัง(ให้ดูหนังแล้วสอน เน้นการสร้างเนื้อเรื่อง) วิชามารยาททางธุรกิจ

วิชาเทรนด์(แนวๆออกแบบคาร์แรคเตอร์ตามเทรนน่ะค่ะ) 


และวิชาที่สำคัญมากคือ ดรอว์อิ้งหรือ デッサン จากนั้นก็จะเรียนวิชาตามเอกที่ตัวเองเลือก 

ปีสองจะเพิ่มวิชาเกี่ยวกับมารยาทการหางาน ฝึกเกี่ยวกับการสัมภาษณ์งานและเขียนใบประวัติ 

และการจัดเรียงพอร์ตโฟลิโอ 


ส่วนตัวเราปีหนึ่งเราเลือก อนิเมชั่น เอกวาดภาพเคลือนไหว และปีสองเราย้ายเอกไป

คาแรคเตอร์ดีไซน์ค่ะ

ห้องเรียน ดรอว์อิ้ง ค่ะ ภาพจากเว็ป โรงเรียน http://www.neec.ac.jp/
ห้องเรียนดรอว์อิ้ง อันนี้เราถ่ายเองค่ะ



ปีหนึ่งเอกอนิเม จะมีโปรเจคจบปีหนึ่ง คือให้ นร จับกลุ่มทำอนิเมเรื่องสั้นๆออกมา 

ให้เด็กๆลงสนามจริง ทำตั้งแต่เสนอเรื่องพรีเซ็น ให้โหวตว่าเรื่องของใครจะได้ทำ 

หลังจากนั้นก็ให้ นร เลือกว่าอยากจะอยู่กลุ่มของเรื่องไหน ทำยันเปิดออดิชั่น 

นักพากย์เลยทีเดียว(โรงเรียนของเรามีคณะนักพากย์ค่ะ) 


ส่วนปีสองก็จะมีโปรเจคจบปีสองอีกหนึ่งเรื่อง ทุกปีจะมีงานนิทรรศการแสดงผลงานนักเรียน

ซึ่งในงานนี้จะมีคนจากบริษัทต่างๆมาเริ่มๆหาคน ผลงานใครเข้าตาก็อาจจะได้งานจาก นิทรรศการนี้เลยก็ได้


ภาพห้องเรียนค่ะ ภาพจากเว็ป ของทางโรงเรียน http://www.neec.ac.jp/



ด้านการเรียนการสอน ที่เราเจอมาขอบอกเลยว่า 70เปอร์เซ็นของการพัฒนาฝีมืออยู่ที่ตัวเองล้วนๆ

เพราะตอนที่เริ่มเข้าเรียนพื้นของแต่ละคนก็มาไม่เท่ากันแล้วค่ะ 

อย่างวิชาอนิเมชั่นที่วาดมือ งานแรกๆ สอนวาด การเหวี่ยงของลูกบอล

อันนี้ใครๆก็วาดได้ แต่สักพักข้ามไป วาดคนเดิน คนหันหน้า โอ้ววว


เรียนไปเรื่อยๆ วาดม้าเดิน วาดนกบิน เครืองบินบิน คือ แค่วาดภาพคนหน้าตรงธรรมดา

เรายังวาดไม่ได้เลยค่ะ เค้าไม่ปูพื้นการวาดรูปน่ะค่ะ เราเคยถามอาจารย์เหมือนกัน 

ซึ่งอาจารย์ถือว่า มีวิชาดรอว์อิ้งแล้ว เลยข้ามไปเลย 


คนที่วาดไม่ได้ไม่มีพื้นตั้งแต่แรก ผ่านไปครึ่งปีก็ยังวาดไม่ได้ส่งกระดาษเปล่าก็มี 



วิชา ดรอว์อิ้ง เวลาส่งงาน อาจารย์จะเอางานของ นักเรียนมาวาง บนพื้น บนผ้าสีดำ 

และชี้วิจารณ์ คนที่ทำดี กับคนที่ทำแย่ พอขึ้นปีสองแยกสายแล้วนักเรียนน้อยลงก็แปะกระดาษ

และวิจารณ์เรียงคนแทน คือกดดันพอสมควรค่ะ แต่ก็เป็นแรงทำให้เราพัฒนาตัวขึ้นไปด้วย

และยิ่งปีสูงขึ้น อาจารย์ยิ่งวิจารณ์แรงขึ้น ถึงขั้นบอกว่าถ้าฝีมือแค่นี้หางานทั่วไปทำดีกว่าก็มี 


แน่นนอนว่าพอปีสองจะมีคอร์สอบรม(ที่เราเข้าร่วมได้ฟรี) สำหรับนักเรียนที่คิดว่าไปไม่ไหว

อยากจะเปลี่ยนสายงานด้วยค่ะ เช่น คอร์สการใช้ ไมโครซอฟเวิร์ด เอ็กซ์เซล 

คอร์สชงชาให้อร่อยก็มี มีคอร์สสอนแต่งหน้าสำหรับเข้าสัมภาษณ์งานด้วยค่ะ 

เรียนว่าทางโรงเรียนพยายามดันให้นักเรียนได้งานอย่างสุดๆ แม้จะไม่ตรงกับสายที่จบมาก็ตาม

credit: https://www.facebook.com/pakartwork/
ภาพจากเว็ป ของทางโรงเรียน http://www.neec.ac.jp/


เอนทรี่นี้ขอจบลงตรงนี้นะคะ สำหรับตอนต่อไปจะเป็นตอนสุดท้าย 

จะเล่าเรื่องชีวิตนักเรียนเน้นด้านกิจกรรมต่างๆ และหลังเรียนจบแล้ว ชีวิตนักเรียนเป็นยังไงกันบ้างค่ะ 

รอติดตามกันด้วยนะคะ ขอบคุณมากๆค่ะ


Fan Page Afternoon_silent

ขอบคุณภาพจาก

http://www.neec.ac.jp/

 https://www.facebook.com/pakartwork/

ขนาดตัวหนังสือ: +
9611 Hits