e เรื่องทั่วไป

ประสบการณ์ในโรงเรียนเซมมง อนิเมชั่น ในญี่ปุ่น ตอนที่ 3

ประสบการณ์ในโรงเรียนเซมมง อนิเมชั่น ในญี่ปุ่น ตอนที่ 3

By , วันพฤหัสบดี, 26 พฤษภาคม 2559


            มาถึงตอนสุดท้ายกันแล้วนะคะ คราวก่อนๆ เล่าเรื่องการเรียนการสอนและแนะนำโรงเรียนไปแล้ว

คราวนี้มาเล่าประสบการณ์ชีวิตนักเรียน และกิจกรรมต่างๆที่เราทำมาค่ะ 


สำหรับเพื่อนๆ ที่พลาดตอนก่อนๆนะคะ กลับไปย้อนอ่านได้ค่ะ

ประสบการณ์ในโรงเรียนเซมมง อนิเมชั่น ในญี่ปุ่น ตอนที่ 1 

ประสบการณ์ในโรงเรียนเซมมง อนิเมชั่น ในญี่ปุ่น ตอนที่ 2




เริ่มเปิดเทอมมาก็จะมีพิธีเปิดการศึกษาค่ะ เนื่องจากโรงเรียนเรา (Nihon Kogakuin)

มีหลายสาขาและหลายคณะ จำนวนนักเรียนเข้าใหม่เยอะมาก

จึงจัดพิธีที่ นิฮงบุโดคังค่ะ ตื่นเต้นมากๆ เพราะว่า เป็นสถานที่ๆ นักร้องดังๆมาจัดคอนเสิร์ตมากมาย


พิธีก็ไม่มีอะไรมากให้นักเรียนเข้าไปด้านในแล้วนั่งฟังผู้ใหญ่ในโรงเรียนพูดๆ

งานนี้นักเรียนบางคนก็พาผู้ปกครองมาด้วย และผู้ปกครองก็สามารถเข้าไปฟังกับนักเรียนได้ค่ะ




สำหรับพิธีเปิดการศึกษา นักเรียนจะต้องใส่ชุดสุภาพ ถ้าหาสูทไม่ทันก็ หาชุดสีดำๆทึมๆค่ะ

พอใช้แทนกันได้


น้องๆที่สนใจจะมาเรียนต่อ อย่าลืมพกสูทมาด้วยนะคะ เพราะได้อีกหลายงาน 

ใช้ยันช่วงหางานเลยทีเดียว


ส่วนของเราเอาง่ายๆเสื้อนักศึกษา กระโปรงนักศึกษา และหาซื้อเสื้อสูทใส่เพิ่มพอ แฮะๆ



ต่อมาอีเว้นท์ใหญ่ๆ หลังเปิดเทอได้สักพัก ก็คือ งานกีฬา

ตอนปีหนึ่งเราสมัครเป็นคณะกรรมการการจัดงาน อยู่ฝ่าย ประชาสัมพันธ์ 

แนะนำให้ลองเป็นคณะกรรมการดูนะคะ เพราะปีหนึ่งเพิ่งเปิดเทอมยังไม่ค่อยมีอะไรมาก 

เหมาะกับทำกิจกรรมมาก อีกทั้งงานกีฬาใช้เวลาเตรียมงานไม่มากค่ะ 

ได้คุยกับคนต่างคณะ ได้มีประสบการณ์ทำงานเป็นทีม

สามารถเอาไปเขียน PR ตอนสมัครงานได้ด้วยค่ะ 


และที่สำคัญจบงานได้แฟนกันไปหลายคู่เลย 

เราก็ได้ประสบการณ์ถูกหนุ่มญี่ปุ่นสารภาพรักครั้งแรกในชีวิตก็จากงานนี้แหละค่ะ

แต่ด้วยความที่ตอนนั้น สนใจแต่เรื่องเรียนและไล่ตามความฝัน จึงปฏิเสธไป 

มานึกย้อนกลับไปแล้ว เสียดายมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก



ห้องเก็บอุปกรณ์ค่ะ


งานหลักๆที่เราทำคือ ทำพวกป้ายประกาศต่างๆ แปะป้ายประกาศตามบอร์ด

และ ประสานงานกับแผนกต่างๆ รวมทั้งวิ่งหาสปอนเซอร์ด้วย

ได้เรียนรู้อะไรเยอะมากค่ะ เพราะงานนี้ นักเรียนจัดการเองทั้งหมด

ทั้งหาเงิน สั่งอุปกรณ์ จัดตารางเวลา การทำงาน แบ่งงานกันเป็นแผนกๆไป 



ส่วนวันงาน แผนกเราก็จะมีเต็นท์สำหรับฝ่ายประชาสัมพันธ์

เอาไว้เพื่อคนถามทาง แปะป้ายรายการแข่ง และ

เป็นที่ๆคนเก็บของได้เอาของมาคืน 

ของที่เก็บได้มีทั้งมือถือ 

กระเป๋า.... เสื้อ....  

และวิกผมปลอม..... 

ชุดคอสเพลย์............... 

เลเวลความแปลกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

เฮฮามากค่ะ 



ส่วนที่พีคที่สุดและเป็นจุดเด่นของงานก็ไม่พ้น 

วิ่งแข่งคอสเพลย์ค่ะ ฮือฮาทุกปีทีเดียว ที่สำคัญคือ 

งานนี้ หนุ่มๆมาแต่งหญิงกันเยอะมากกก


และแน่นอน พองานเลิกทุกคนกลับแต่ คณะกรรมการยังกลับไม่ได้นะคะ 

ต้องมาจัดการกับขยะก่อน และวันรุ่งขึ้นที่เป็นวันหยุดก็ต้องมาโรงเรียนเพื่อจัดการกับ 

ป้ายประกาศที่เราแปะๆไว้ด้วยค่ะ 



จบจากงานกีฬาสีอีเว้นท์ต่อมาที่ใหญ่ๆก็คือ งานโรงเรียน

แน่นอนว่าเราก็ยังคงเป็นคณะกรรมการอีกเช่นเคย 

และอยู่แผนกประชาสัมพันธ์เหมือนเดิม

งานโรงเรียนจะโหดกว่างานกีฬาอยู่หลายเลเวลเหมือนกัน

เพราะว่างานใหญ่มาก ทั้งใช่สมองและแรงงาน และเวลามากกว่า

แน่นอนว่า งานหลักของเราก็ยังเหมือนเดิมคือ ทำป้าย และมีงานแบกหามมาเพิ่มเติม



งานนี้มีดราม่าเยอะมากค่ะ ทั้งดราม่าเรื่องคน และ ดราม่ากับงาน

สิ่งที่เราตะหงิดมากคือ แผนกเราให้ผู้หญิงทำงานแบกหาม ส่วนผู้ชาย 

ทำงานนั้นโต๊ะ เช่นนับใบปลิว หรืออะไรพวกนี้ 

จนกระทั้งมีผู้ชายคนนึงในทีมพูดขึ้นมาว่า ดีจังเนอะแผนกนี้ 

ให้ผู้หญิงแบกหามผู้ชายนั้งดู(รู้สึกคนพูดหล่อมากกกก เสียดายที่ฮีมีแฟนแล้ว )

เท่านั้นแหละค่ะ ผู้ชายคนอื่นถึงได้ลุกมาช่วยทำงานแบกหาม 

ทำให้เรารู้ว่า ถ้าไม่มีใครพูดอะไร มันจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่ถ้ามีใครสักคน

พูดอะไรขึ้นมามันถึงจะมีอะไรเปลี่ยนแปลง



สุดท้ายผ่านเหตุการณ์อะไรมามากมายก็จบด้วยดีเป็น 

ประสบการณ์ที่ดีอีกหน้าในชีวิตค่ะ พอจบงานก็จะมีนัดฉลองดื่มกันค่ะ

เปิดใจและพูดความรู้สึกกัน 


ห้องกิจกรรมที่เราเอาไว้ใช้เตรียมงาน
หัดทำลูกโป่งเป็นรูปต่างๆค่ะ เพราะวันงานเราจะเปิดบูทสอนเด็กทำ


พอขึ้นปีสองเราไม่ได้ทำงาน คณะกรรมการแล้วค่ะ

แต่ไปเข้าชมรมดนตรีแทน ชมรมช่วงแรกๆ สมาชิกเข้าชมรมกันดี 

หลังๆเริ่มไม่มาซ้อมกัน เท่าไหร่ อาจจะเพราะเริ่มเรียนยุ่งงานเยอะกัน

แต่ก่อน งานโรงเรียนจะมีซ้อมใหญ่กัน สองสามครั้งก่อนขึ้นเวที

หลังจากงานโรงเรียนจบ ทุกคนก็หายไปเลย ราวกับสลายชมรม TT__TT



งานโรงเรียนตอนปีสอง เรามีเล่นคอนเสริตกับชมรม 

แล้วก็ทำร้านคาเฟ่กับเพื่อนๆ สนุกมากค่ะ ทำตั้งแต่คิดธีม

ร้านจัดโต๊ะ ตกแต่งร้าน  ทุกคนทุ่มเทและจริงจังมาก



​คาเฟ่ที่เราทำกับเพื่อนคือ มาเฟียคาเฟ่

พนักงานทุกคนในร้านจะเป็นนักฆ่า

ลูกค้าที่เข้ามาสามารถสั่งให้ พนักงานในร้านฆ่ากันเองได้ 

และพนักงานแต่ล่ะคนจะมีโค้ดเนม

แต่ล่ะคนมีอาวุธที่ใช้ในการฆ่าไม่เหมือนกัน 

และทุกคนมีท่าไม้ตายประจำตัว


พอคนที่ถูกฆ่าตาย

ก็จะมีพนักงานอีกสองคน เอาผ้าขาวมาห่อคนที่ตายเข้าไปหลังร้าน

และสักพักคนที่ตายก็จะออกมา ทำงานใหม่ เอวัง


​เพื่อนในกลุ่มมีคนที่เล่นพวก ปืนBB ค่ะ เอาของจริงมาเลยทีเดียว 

สนุกมาก ที่ฮาคือ ลูกค้าชอบสั่งให้คนที่ตัวเล็กๆ (ญ สูง 155) เป็นคน

จัดการกับคนตัวใหญ่ๆ(เพื่อนชาวอเมริกาสูง 190) 



จบจากอีเว้นท์ใหญ่ๆทุกคนก็เคร่งเครียดเข้าโหมดหางานแล้วค่ะ 

และใกล้เรียนจบจะมีงานแสดงผลงานนักเรียน ตามที่เราเคยบอกไปในบล็อคก่อนๆค่ะ



ปีเราจัดงานที่ yokohama pacifico เป็นงานใหญ่ รวมผลงานของทุกคณะเลย



และสุดท้ายก็ก็มาถึงอีเว้นท์สุดท้ายในชีวิตโรงเรียนค่ะ คือ พิธีจบการศึกษานั่นเอง

พิธีจบการศึกษาปีเราที่เราจบ จัดที่ yokohama pacifico ค่ะ ที่เดียวกับ งานแสดงผลงาน



ในพิธีจบการศึกษานั้น จะใส่ชุดฮากามะ

ชุดสูท หรือจะคอสเพลย์ก็ได้ค่ะไม่ซีเรียส 


เราใส่ชุดฮากามะ ราคาค่าเช่า  ชุดฮากามะแพงมาก 

ราวๆ 3หมื่นกว่าเยน และแพงขึ้นเรื่อยๆตามแบบ


ขอแนะนำน้องๆที่อยากจะใส่ชุดฮากามะว่า ซื้อเอาถูกกว่าค่ะ 

เราซื้อทางอินเตอร์เน็ต ทั้งเซ็ต ทั้งหมด ราคาราวๆ สองหมื่นเยนค่ะ 

จะซื้อในเว็บ rakuten หรือ amazon ก็ได้ค่ะ ใช้คีย์เวิร์ดว่า 

袴 セット」 หรือ

卒業式 二尺袖着物」 ก็ได้ค่ะ

ส่วนวิธีการใส่ไม่ยากเลย หาเอาในอินเตอร์เน็ตได้ 

เราใช้เวลาราวๆสิบห้านาทีในการใส่ค่ะ ใส่คนเดียวได้ไม่มีปัญหา



หลังเรียนจบแล้ว เด็กในคณะที่จบแยกไปทำงานหลายสายค่ะ 

ทำงานไม่ตรงกับวิชาเอกที่จบไปก็เยอะ

เอกมังงะหลายคน เลือกที่จะเดินตามความฝันต่อคือ 

วาดมังงะไปและทำงานพิเศษเพื่อดำรงชีพ บางคนไปทำงานสายอื่นเลยก็มี

เด็กต่างชาติไปสายเกมส์กันเยอะ บางคนเรียนเอกมังงะ

แต่ดันได้งาน บริษัทเกมส์ 3D ก็มีทั้งๆที่เจ้าตัวไม่เคยแตะ 3Dเลย


เอกคาแรคเตอร์ดีไซน์ ได้งานสายเกมส์มือถือ และแอพพลิเคชั่นดีไซน์ก็เยอะเหมือนกันค่ะ

บางคนก็ไปสายรายการทีวี 


คนที่หางานสายครีเอเตอร์ไม่ได้ ไปงานออฟฟิศธรรมดาก็มีค่ะ


สำหรับเราเวลาสองปีในโรงเรียนมีค่ามากๆ เพื่อนๆ ที่สนใจจะมาเรียน 

เราแนะนำให้ลองทำกิจกรรมของโรงเรียนดูนะคะ จะออกร้านงานโรงเรียนก็ได้

อย่ากังวลเรื่องภาษามากค่ะ ตอนเราเข้าโรงเรียนใหม่ๆ ภาษาเราก็ยังไม่ดี

เพราะเพิ่งเรียนจบจากโรงเรียนภาษามาเอง แถมโรงเรียนภาษา 

เราอยู่แต่กับคนต่างชาติ ไม่ค่อยได้สนทนากับเจ้าของภาษาเท่าไร


การทำกิจกรรม ทำให้สกิลภาษาเราพัฒนาขึ้นด้วยค่ะ และที่สำคัญ

การได้ทุ่มเท กับอะไรสักอย่าง แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ มันรู้สึกดีมาก 

นอกจากมิตรภาพแล้ว ยังได้ประสบการณ์ดีๆที่หาจากไหนไม่ได้ด้วย



รูปทั้งหมดในนี้เป็นรูปของเรา(ถ่ายเองบ้าง ส่วนรูปตัวเราเพื่อนถ่ายให้ค่ะ) 

ถ่ายระหว่างปี2010-2012 หากใครจะเอาไปใช้ช่วยบอกด้วยนะคะ ><


Fan Page Afternoon_silent