f ของกิน

พาชิมข้าวหน้าปลาไหลย่างในตำนานที่ย่าน Asakusa

พาชิมข้าวหน้าปลาไหลย่างในตำนานที่ย่าน Asakusa

By , วันศุกร์, 23 สิงหาคม 2562

​สวัสดีครับเพื่อน ๆ สัปดาห์นี้โอทารุขอพักเรื่องเที่ยวแต่จะพาไปตระเวนกินแทนนะครับ โดยเมนูที่ผมจะพาไปชิมในวันนี้ก็เป็นหนึ่งในเมนูยอดฮิตของชาวญี่ปุ่นและชาวไทยด้วย! นั่นก็คือ เมนูปลาไหลย่างนั่นเอง และอุตส่าห์พาชิมทั้งทีก็ต้องไปร้านที่มันดั้งเดิมและเก่าแก่สักหน่อย โดยร้านที่ไปรีวิวก็ตั้งอยู่ในย่านท่องเที่ยวชื่อดังที่ทุกคนรู้จักกันดีอย่าง Asakusa ครับ เอาล่ะ เข้าเรื่องกันเลยเนอะ หิวล้าวววววว ^^

​ร้านข้าวหน้าปลาไหลย่างที่ผมจะพาเพื่อน ๆ ไปสัมผัสในวันนี้ก็คือ ร้าน Irokawa ตั้งอยู่ในย่าน Asakusa หรือวัดโคมแดงที่ชาวไทยรู้จักกันดี จริง ๆ ร้านนี้ก็ดังมากๆในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทยอยู่แล้วด้วยนะครับ แต่สำหรับชาว I Love Japan ผมก็ยินดีไปรีวิวมาให้นี่แหละ เอาเป็นว่ามาดูกันว่าร้านนี้จะโดนใจเพื่อน ๆ มากน้อยแค่ไหนครับ ^^

​ร้านนี้หลายคนบอกว่ามันคือร้านในตำนาน (ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าทำไม หรือเป็นแค่การเล่นคำในหมู่นักท่องเที่ยว) แต่ร้านนี้ก็มีความเก่าแก่ในตัวอยู่ไม่น้อยเพราะร้านนี้เขาเปิดกิจการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1861 ซึ่งตรงกับปลายสมัยเอโดะ (ยุคซามูไรครองเมืองไงครับ) แน่นอนว่า เขามีความ "เก๋า" เรื่อง ปลาไหลย่างมาตั้งแต่เปิดกิจการนั่นแหละ ปัจจุบันลูกหลานของเจ้าของร้าน Irokawa ก็ยังสืบทอดเทคนิคต่าง ๆ และก็ยังคง "โคตรขายดี" มาจนถึงทุกวันนี้ครับ

ดังนั้น ถ้าใครเป็นสายปลาไหล...ผมต้องบอกก่อนว่า "คิวอาจจะยาวเฟื้อยก็ได้" เพราะไม่ใช่แค่นักท่องเที่ยวต่างชาติ (ไม่เฉพาะคนไทยนะครับ คนจีน ฮ่องกง เกาหลี ก็มากิน) แต่คนญี่ปุ่นเองก็รู้จักร้านนี้และมากินกันไม่น้อยเลยล่ะ ถ้าใครที่รู้ตัวว่าไม่ชอบต่อคิวหรือหิวง่ายแล้วหงุดหงิด อาจต้องพิจารณาให้ดีว่าคุ้มค่าการรอหรือไม่!

สำหรับที่ตั้งของร้านจะอยู่ไม่ไกลจากประตู Kaminarimon (ประตูหน้าของวัด Sensoji ที่มีโคมแดง) เดินแค่ 280 เมตรก็ถึงแล้ว มาดูแผนที่เลยครับ หาง่ายมากรับรอง 

​ตัวร้านจะเป็นตึกสีเขียวเก่า ๆ และมีประตูเลื่อนแบบญี่ปุ่นอยู่ข้างหน้า วันไหนที่คิวยาวก็ไม่ต้องสงสัยครับ ทุกคนก็ยืนรอกันนอกร้านตรงนี้ไปเรื่อย ๆ นี่แหละ ส่วนคิวกินก็ไหลไปเรื่อย ๆ ไม่ช้าแต่ก็ไม่ได้เร็วมากนัก ขอเตือนก่อนว่า ร้านเปิดแค่ 11:30-14:00 น. (แต่ถ้าวันไหนของหมดก่อนก็ปิดร้านทันที) และหยุดทุกวันอาทิตย์ ดังนั้น "ถ้าอยากกินต้องรีบมา" ผมเองโชคดีมาก ๆ ที่มีโอกาสไปกินในวันธรรมดาและไม่ตรงกับเทศกาลอะไรของทั้งประเทศไทย จีน คนญี่ปุ่นเองก็ไม่มีพวกซาลารีมังเลย ดังนั้นคนจึงน้อยมากและมีคิวก่อนหน้าผมแค่สองสามคิวเท่านั้น สบายไปครับ! 

เมื่อเราได้เข้ามาในร้านก็ให้บอกเจ้าหน้าที่ว่ามากี่คน (ตอนผมไป คิดว่าน่าจะเป็นลูกสาวเจ้าของร้านรุ่นปัจจุบันมารับแขกเอง เขาพูดภาษาอังกฤษได้นิดหน่อยครับ ไม่ต้องกลัว) เมื่อเข้ามาแล้วก็ไม่ใช่ว่าจะได้นั่งกินเลยนะครับ เพราะพอบอกจำนวนแล้ว เราก็จะถูกเชิญไปนั่งรอที่ห้องรับแขกซึ่งอยู่ด้านในร้านที่ถัดจากโซนกินปลาไหลอีกทีครับ!!!

โซนนี้ก็นั่งเล่นมือถือรอไป ห้องน้ำมีให้เข้าแถมสะอาดด้วย ไม่นานนักลูกสาวก็จะเชิญเราให้ไปนั่งกินเมื่อถึงคิวของเราครับ เบ็ดเสร็จผมรอตั้งแต่ยืนนอกร้านจนถึงห้องรับแขกราว ๆ 35 นาที

วันนี้ผมได้นั่งเคาน์เตอร์ครับ ซึ่งลักษณะก็เป็นเคาน์เตอร์ยาว นั่งได้ 4 คน ส่วนที่นั่งแบบโต๊ะก็มีแค่สองโต๊ะเท่านั้น โต๊ะนึงรับได้ 4 คน อีกโต๊ะนั่งได้แค่ 2 คน ดังนั้น ทำใจหน่อยนะว่าร้านจะคับแคบและใครเป็นสิงห์อมควันก็ทนหน่อยเพราะในนี้ห้ามสูบนะครับ 

พอนั่งแล้วก็สังเกตว่าลูกค้าที่มากินมีสาว ๆ ญี่ปุ่นด้วยล่ะ แต่งชุดกิโมโนมากันเลย (แอบน่ารัก 555) ที่เหลือก็เป็นคนฮ่องกงกับคนจีน เอาภาพที่นั่งไปดูกันครับ

สำหรับเมนูของที่ร้าน ก็อย่างที่บอกคือ "ขายเฉพาะปลาไหล" ใครกินปลาไหลไม่ได้แล้วหวังว่าเขาจะมีข้าวหน้าหมูทอด ราเมง หรือซูชิขายก็ "ลบความคิดนั้นออกไปเลยครับ" ที่นี่ปลาไหล ONLY! ย้ำแล้วนะ โดยเมนูที่ร้านก็ง่ายแสนง่าย เพราะมีแค่ 4 เมนูให้เลือกเท่านั้น คือ

1, ข้าวหน้าปลาไหลย่าง (Unaju) ไซซ์ปกติ ราคา 3,500 เยน

2. ข้าวหน้าปลาไหลย่าง (Unaju) ไซซ์ใหญ่ ราคา 4,800 เยน

3. ตับปลาไหลย่าง ไม้ละ 700 เยน

4. คอปลาไหลย่าง ไม้ละ 700 เยน

*ราคาดังกล่าวเป็นราคาปี 2018
**ในอนาคตอาจมีการเปลี่ยนแปลงราคา ยังไงเตรียมเงินเผื่อไว้ด้วยนะครับ

เมนู Unaju มาพร้อมชาร้อน ผักดองและน้ำซุป ส่วนราคาที่แสดงในเมนูรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ไม่มีบวกอะไรอีก (เตรียมเงินง่ายดี)  

ทั้งนี้ ทางร้านเขียนในเมนูเลยว่า "ลูกค้าต้องสั่งข้าวหน้าปลาไหล (ไซซ์อะไรก็ได้) อย่างน้อยหนึ่งชุดต่อคน" ซึ่งถ้าแปลแบบบ้าน ๆ คือ ที่ร้านเขาบอกเป็นนัยว่า "ห้ามเข้ามากินแค่ตับปลาไหลย่างหรือคอปลาไหลย่างอย่างเดียว(นะเว้ย)" นั่นแหละครับ

ผมเองเลือก Unaju ไซซ์พิเศษ ส่วนสมาชิกที่มาด้วยกันอีกท่านหนึ่งก็สั่งไซซ์ปกติครับ (พวกเราไม่ได้สั่งตับหรือคอ) พอสั่งแล้วรอไม่นานครับ คุณป้าก็จะวางกล่องไม้ที่ลวดลายสวย ๆ มาให้เราตรงหน้าตามภาพด้านล่างนี้

เมื่อเปิดดูกล่องข้าวของแต่ละคน คิดว่าถ้าใครมาญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกน่าจะ "ว้าวววววว" นะครับ มาแบบหอม ๆ สวย ๆ เลยล่ะ ของไซซ์ปกติก็จะมาแบบสองชิ้น ส่วนของผมมาแบบสามชิ้นทะลักกล่องข้าวออกมา! สีของปลาจะมาแบบจาง ๆ ร้านไม่ย่างจนไหม้มาก มีกลิ่นหอม เนื้อปลานุ่ม น้ำซอสที่ราดมาด้วยจะออกแนวหวานจืด (คือ แตะลิ้นครั้งแรกเหมือนจะหวาน แต่เคี้ยวสักพักจะรู้สึกจืด อธิบายงี้ละกัน 555) ส่วนข้าวญี่ปุ่นใต้ปลาไหลก็ทำมาดี แต่ซอสที่ราดมาจะไม่ได้ราดมาจนข้าวชุ่มหมดนะครับ สำหรับผักดองที่ให้มา ถือว่ารสดี ตัดเลี่ยนปลาไหลได้ สุดท้ายน้ำซุปผมว่าเค็มแต่ไม่ได้มาก ซดแก้เลี่ยนก็ได้อยู่ สำหรับใครที่คิดจะปรุง ที่นีมีผงซันโช (พริกไทยญี่ปุ่น) สีเขียว ๆ มาให้เราโรยด้วย (แต่ผมไม่ได้โรยนะ) ส่วนซอสปลาไหล เราขอเพิ่มไม่ได้นะครับ มาแค่ไหนแค่นั้น เอาเป็นว่ามาดูภาพทั้งสองเมนูกันดีกว่าว่าอลังการถูกใจเราไหม!? 

เมื่อกินกันราบคาบแล้วก็เตรียมจ่ายเงินครับ ขั้นตอนไม่มีอะไร พอลุกแล้วเดี๋ยวลูกสาวก็จะมาคิดเงินให้เราเองครับ อ้อ! เตือนก่อน "ร้านนี้รับเงินสดเท่านั้นนะครับ ใครชอบใช้กรุงไทย Travel Card หรือบัตรเครดิตทั้งหลายแหล่ก็ระวังให้ดี" พอจ่ายเสร็จก็เดินออกจากร้านเท่านี้เอง จบ 555 

สรุป 

ร้านนี้เหมาะกับคนที่สู้ราคาได้และชอบปลาไหลย่างสไตล์เอโดะแบบแท้ ๆ (สไตล์ของฝั่งโตเกียวมีกรรมวิธีการทำปลาไหลต่างกับทางนาโงย่าและโอซาก้า) อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อว่ายังมีชาวไทยอีกมากที่มาลองร้านนี้แล้วมักบอกว่า "ไม่ชอบซอส" เพราะซอสนั้นค่อนข้างจืด และหลายคนยังไงก็ต้องเปรียบเทียบกับร้าน Unatoto ที่ดังกว่า ขายราคาถูกกว่า และมีขนาดปลาไหลให้เลือกมากกว่าอย่างเลี่ยงไม่ได้ อีกทั้งยังมีซอสปลาไหลให้เราราดเพิ่มด้วยซึ่งน่าจะโดนใจคนที่ติดซอสชุ่ม ๆ แน่นอน ดังนั้น ผมคงต้องสรุปว่า "เรื่องรีวิวของกินที่ว่าอร่อยไม่อร่อยนั้นมันก็นานาจิตตังนานาจิตลิ้น หากชอบร้านไหนก็ไปกินร้านนั้นครับ ที่ผมรีวิววันนี้ก็เพื่อบอกเล่าประสบการณ์ที่ตัวเองได้ไปกินมาน่ะนะ การที่เราชอบร้านนั้นร้านนี้แต่คนอื่นไม่ชอบก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร ขอแค่เรามีความสุขเวลาเราได้กินในสิ่งที่ชอบก็น่าจะดีที่สุดแล้วล่ะเนอะ"

ก็หวังว่าทุกคนที่อ่านรีวิวนี้แล้วจะหิวไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในบล็อกหน้า สวัสดีครับ ^^

​ที่มาของภาพปก steemit

ภาพแผนที่ร้านจาก Google

ภาพที่เหลือเป็นของโอทารุทั้งหมด มีลงลายน้ำไว้แล้ว ใครจะเอาไปใช้เชิงพาณิชย์กรุณาขออนุญาตก่อนนะครับ!