f ของกิน

พาชิมเมนูข้าวหน้าเทมปุระชื่อดังจากร้าน Daikokuya ที่เปิดมาแล้ว 132 ปี

พาชิมเมนูข้าวหน้าเทมปุระชื่อดังจากร้าน Daikokuya ที่เปิดมาแล้ว 132 ปี

By , วันศุกร์, 27 กันยายน 2562

​สวัสดีครับเพื่อนๆ สัปดาห์นี้โอทารุขอเปลี่ยนจากหัวข้อแหล่งท่องเที่ยวมาเป็น "เรื่องกิน" กันบ้างนะครับ แล้วร้านอาหารที่จะพาไปชิมในวันนี้ก็ไม่ได้ไปยากหรือไกลเลย เพราะมันอยู่ในย่านท่องเที่ยวสุดฮิตอย่าง Asakusa แค่นี้เองงงงง และวันนี้ เมนูเด็ดในร้านดังที่โอทารุจะมาแนะนำก็คือ เมนู Tendon หรือข้าวหน้ากุ้งเทมปุระคร้าบบบบบบ 

​สำหรับร้านที่ผมจะพาไปรีวิวในวันนี้ คิดว่าเพื่อนๆหลายคนน่าจะรู้จักหรือเคยไปกินกันแล้ว แต่บางคนอาจจะรู้จักร้านอื่น ก็ขอบอกเลยว่า ร้านในบล็อกนี้ก็คือ ร้าน Daikokuya ซึ่งเป็นร้านเก่าแก่คู่กับย่าน Asakusa มานานมากแล้ว โดยเขาเปิดกิจการกันมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1887 โน่นเลย ปัจจุบันนี้ก็ยังกิจการรุ่งเรืองอยู่และลูกค้าเข้าร้านตลอดนะครับ เยี่ยมจริงๆ ^^ อ่ะ เอาแผนที่ร้านไปก่อนครับ ร้านนี้มีสองสาขานะครับ แต่ทั้งสองสาขาอยู่ห่างกันแค่ 40 เมตรเท่านั้น (ย้ำว่า 40 เมตร ใกล้มากกก) ว่าแล้วมาดูข้อมูลการเดินไปที่ร้านกันครับ

*จากรถไฟใต้ดินสถานี Asakusa จะมีสองสายที่ผ่านย่านนี้ คือ สาย Ginza Line (สีเหลือง) และสาย Asakusa Line (สีชมพูอ่อน) 

-หากเดินทางด้วยสาย Ginza Line ให้หาทางออก 1 แล้วตั้งต้นที่ประตูสายฟ้า Kaminarimon (ประตูที่มีโคมแดงใหญ่ๆติดถนนใหญ่ที่คนหยุดถ่ายรูปกันน่ะครับ) จากนั้นเดินผ่านถนน Nakamise หรือจะเลียบตรอกเล็กๆไปก็ได้ ใช้เวลาเดินแบบมนุษย์ปกติราวๆ 8 นาที

-หากเดินทางมาด้วยสาย Asakusa Line ให้หาทางออก A4 พอออกมาให้หันขวา เดินตรงไปจะเจอถนนและหาทางม้าลาย จากนั้นข้ามมาก็จะเจอประตูสายฟ้าเช่นกัน วิธีที่เหลือก็เหมือนกับของ Ginza Line ครับ ระยะเวลาเดินไม่เกิน 10 นาทีครับ


ได้แผนที่แล้ว ต่อไปก็เอาเวลาเปิดปิดและเบอร์โทรศัพท์ของร้านไปเผื่อด้วยนะครับ เดี๋ยวไปผิดเวลาผมไม่รับผิดชอบนะครับ! 

-เปิดขายทุกวัน ตลอดปี ไม่มีวันหยุด ขายตั้งแต่ 11:00 - 20:30 น. 

*วันเสาร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ของญี่ปุ่นเปิดขายถึง 21:00 น. 

เบอร์โทรศัพท์ของร้าน 03-3844-1111 และ 03-3844-2222

สำหรับหน้าตาของร้านทั้งสองสาขา มีหน้าตาแบบนี้ครับ 

​ร้านในภาพแรกนั้น เป็นสาขาหลักครับ ถ้าเราไปกินเวลาปกติ ก็ต้องสาขานี้แหละ แต่ตอนผมไปกินนั้น ร้านหลักปิดแล้วและร้านก็ทำลูกศร+แผนที่ให้เดินไปกินอีกร้านนึงที่อยู่ไม่ไกลกันครับ (ก็ไปกินคืนวันเสาร์ตอน 20:20 น. อ่ะนะ) และมากินดึกแบบนี้ก็แน่นอนว่า "ไม่มีคิวเลย" ซึ่งร้านสาขาสองนี้ก็จะเป็นร้านที่ผมรีวิวในบล็อกนี้ครับ 

เมื่อเข้ามาด้านในแล้วก็แจ้งพนักงานได้เลยว่ามากินกันกี่คน (ผมมาคนเดียว) พนักงานที่นี่พูดภาษาอังกฤษได้และคุ้นเคยกับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี ไม่ต้องกังวลนะครับ จากนั้นเขาจะแจ้งเราว่าให้เดินตามพนักงานไปที่โต๊ะครับ คืนนี้ผมได้ที่นั่งชั้น 2 ซึ่งก็ตกแต่งเป็นสไตล์ญี่ปุ่นแบบสบายๆและเป็นเก้าอี้ครับ (สาขาหลักมีที่นั่งแบบนั่งกับพื้นบนเสื่อตาตามิด้วยล่ะ เสียดาย)

​พอได้ที่นั่งแล้วพนักงานจะเอาผ้าเย็นกับน้ำชามาให้ดื่ม (ฟรี) จากนั้นก็มองหาเมนูที่หนีบอยู่ที่โต๊ะได้เลยครับ มีทั้งภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ สบายมากและหมดปัญหากับการ "วัดดวง" แบบหลายๆร้าน แต่ถ้าเพื่อนๆที่อ่านได้แค่ภาษาไทยก็ไม่ต้องกลัวครับ ในเมนูมีภาพอยู่ จิ้มแล้วพนักงานว่า วัน ทู ทรี ก็ได้ พนักงานเขารู้ครับ 

ในส่วนของรายการอาหารที่ร้านมีให้บริการนั้น หลักๆก็น่าจะเดากันได้ครับ นั่นคือเมนู เทมปุระ แต่มันจะมีทั้งแบบที่มันมาเป็นข้าวหน้าเทมปุระซึ่งชุบซอสมาให้แล้วกับมาแบบเป็นชิ้นๆแล้วจิ้มน้ำจิ้มแบบที่ชาวไทยรู้จักกันดี โดยเมนูที่เป็นข้าวหน้าเทมปุระนั้น ภาษาญี่ปุ่นจะเรียนกว่า "เทนด้ง" ส่วนเทมปุระแบบที่เรารู้จักก็เรียกเทมปุระตามปกตินั่นแหละครับ เอาล่ะ มาดูเมนูหลักๆกันครับ

1.เทนด้ง มีให้เลือกสามแบบ ดังนี้

1.1 เทนด้ง A ประกอบด้วย กุ้ง 1 ตัว ปลาคิสุ 1 ตัวและเทมปุระผสม (มีส่วนผสมของกุ้ง ปลา ฟักทอง ผักต่างๆ) ราคา 1,550 เยน

1.2 เทนด้ง B ประกอบด้วย กุ้ง 2 ตัวและเทมปุระผสม (มีส่วนผสมของกุ้ง ปลา ฟักทอง ผักต่างๆ) ราคา 1,750 เยน

1.3 เอบิเทนด้ง C เป็นกุ้งล้วนๆ 4 ตัว ราคา 1,950 เยน

2.เทมปุระ มีให้เลือกสามแบบ ดังนี้ ***ใครสั่งเทมปุระ ไม่มีข้าวมาให้นะครับ ต้องสั่งแยกต่างหาก เตือนก่อน!!! 

2.1 เทมปุระ A ประกอบด้วย กุ้ง 3 ตัวและ ปลาคิสุ 1 ตัว ราคา 1,700 เยน

1.2 เทมปุระ B ประกอบด้วย กุ้ง 3 ตัวและเทมปุระผสม (มีส่วนผสมของกุ้ง ปลา ฟักทอง ผักต่างๆ) ราคา 1,800 เยน

1.3 เอบิเทมปุระ C เป็นกุ้งล้วนๆ 4 ตัว ราคา 2,000 เยน

3.พวก side dish ต่างๆ ดังนี้

3.1 ข้าวญี่ปุ่น 270 เยน

3.2 ซุปญี่ปุ่น 330 เยน

3.3 ซุปไข่กวนญี่ปุ่น 330 เยน

3.4 ผักดอง 330-380 เยน

4.อาหารชุด มีสองแบบ คือ

4.1 เทนด้งเทย์โชกุ - ชุดเทนด้ง ประกอบด้วยอาหารเรียกน้ำย่อย 1 ชนิด, เทนด้งเหมือนแบบ A  : กุ้ง 1 ตัว ปลาคิสุ 1 ตัวและเทมปุระผสม (มีส่วนผสมของกุ้ง ปลา ฟักทอง ผักต่างๆ) และซุปญี่ปุ่น ราคา 2,100 เยน

4.2 เทมปุระเทย์โชกุ - ชุดเทมปุระ ประกอบด้วยอาหารเรียกน้ำย่อย 1 ชนิด, เทมปุระ 3 ชิ้น: กุ้ง 1 ตัว ปลาคิสุ 1 ตัวและเทมปุระผสม (มีส่วนผสมของกุ้ง ปลา ฟักทอง ผักต่างๆ) ข้าวญี่ปุ่น และซุปญี่ปุ่น ราคา 2,100 เยน

*ราคาอาหารทุกเมนูรวม Vat แล้วครับ ไม่ต้องปวดหัวเรื่อง ++ หลังคิดเงินอีก

**จริงๆแล้วที่ร้านจะมีเมนูพวกปลาดิบให้กินรวมถึงของหวานและกับแกล้ม+เหล้าเบียร์ก็มีขายด้วย แต่ผมขอไม่ลงรายละเอียดนะครับ เพราะร้านนี้ส่วนใหญ่ก็จะสั่งเทนด้งไม่ก็เทมปุระกันนี่แหละ และกุ้งที่ร้านเลือกใช้จะเป็นกุ้งลายเสือ ราคาอาจจะสูงหน่อยแต่รับรองว่าตัวโตแน่นอนครับ

ตัวโอทารุ มาคนเดียว เลยสั่งแค่เทนด้ง B ครับ สั่งกับพนักงานไม่นาน ประมาณ 10 นาที อาหารก็มาเสิร์ฟตรงหน้ากันเลย กุ้งนี่ใหญ่ออกมานอกชามข้าวทีเดียว น่าจะถูกใจคนชอบกินอะไรชิ้นใหญ่นะครับ

สังเกตดีๆ ฝาปิดชามจะมีตราสัญลักษณ์รูปค้อนของเทพ Daikokuten (เทพของญี่ปุ่น ดังเรื่องโชคลาภเงินทอง) ด้วยล่ะ...พอเปิดชามออกมา โอ้โห ชิ้นใหญ่ กลิ่นหอมครับ กัดเข้าไปก็โอ้ ชุ่มซอสอย่างดี ไม่ต้องหาอะไรมาปรุงเพิ่มแล้ว! แล้วก็ "เนื้อกุ้งเป็นกุ้งจริงๆ ไม่ใช่เอาแป้งมาทอดให้ดูใหญ่ กัดไปยังไงก็เจอกุ้ง ไม่ใช่เจอแต่แป้งครับ" อร่อยแรงจริงๆ ^^ ส่วนใครที่กินแล้วเลี่ยนก็กินคู่กับผักดองที่ให้มาด้วยกันได้นะครับ ช่วยตัดเลี่ยนน้ำมันได้เหมือนกัน

สำหรับคนที่เพิ่งมาเที่ยวญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก อาจจะตกใจว่า "เฮ้ย ทำไมมันดำยังงี้ ปกติเทมปุระมันต้องเหลืองๆดิ!" ผมก็ขอตอบว่า เป็นเพราะแป้งที่นี่เขาเอาไปจุ่มซีอิ๊วสูตรพิเศษของทางร้านน่ะครับ (เพราะปกติบ้านเราทำแต่สีเหลืองทอง) ไม่ต้องกลัวนะครับ มันเป็นสูตรของทางร้านนั่นแหละ และก็อร่อยด้วยล่ะ 555 อ้อ! ผมบอกอีกอย่างว่า แม้เทนด้งจะมีสีคล้ำๆหน่อย แต่ถ้าใครสั่งเทมปุระก็จะได้กุ้งสีเหลืองนวลแบบปกตินะครับ อันนี้ไปถามเพื่อนๆที่เคยไปกินกันก่อนหน้านี้น่ะครับ  

เมื่อจัดการอาหารในชามแบบ "กินคลีน" กันแล้ว ก็สามารถเข้าห้องน้ำได้ และจากนั้นให้เราถือใบเสร็จ (พนักงานจะเอามาวางให้ตอนอาหารเสิร์ฟครบหมดแล้ว) แล้วเดินลงไปจ่ายเงินที่หน้าเคาน์เตอร์ครับ อย่างไรก็ตาม คืนนั้นที่ผมไปกิน ปรากฎว่าผมเป็น "ลูกค้าคนสุดท้ายของวัน" พนักงานก็ขออนุญาตหยิบใบเสร็จแล้วลงไปรอด้านล่าง พอผมเดินลงไปก็จ่ายเงินตามปกติแล้วก็เดินออกจากร้าน แค่นั้นแหละครับ ไฟชั้นสองที่เพิ่งลงมาก็ดับพรึ่บๆๆ ตรงเวลาร้านปิดตอนสามทุ่มมากๆ พร้อมกับความอิ่มไปอีกหนึ่งมื้อครับ ^^

สรุป : ร้านนี้เป็นร้านเก่าแก่ดั้งเดิม เน้นขายเทมปุระเป็นหลักแม้จะมีปลาดิบขายด้วยก็ตาม ใครที่ชอบตระเวนกินของเด็ดย่านดังก็ไม่ควรพลาด ราคาอาหารจะถือว่ากลางๆ ไม่แพงแต่ก็ไม่ได้ถูกมากนัก (สายประหยัดอาจะไม่ถูกใจร้านนี้ครับ) อย่างไรก็ตาม หากมีโอกาสแวะมาชมวัด Sensiji หรือนอนพักในย่านนี้ก็ควรมาลองชิมสักครั้งนะครับ แถวนี้มีร้านคู่แข่งอีกร้านที่คนไทยก็รู้จักไม่แพ้กันอยู่ ชอบร้านไหนก็เข้าร้านนั้นดูนะคร้าบบบ

​ภาพปกจาก 8days.sg

ภาพร้านแรกจาก livejapan

แผนที่ร้านและข้อมูลเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ของร้าน Daikokuya โดยตรง

ภาพที่เหลือมีลายน้ำทั้งหมด เป็นของโอทารุครับ ห้ามผู้ใดนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาตนะครับ!