l ชีวิตในญี่ปุ่น

รวมวิธีรับมือและป้องกันตัวจากคนโรคจิตในญี่ปุ่น

รวมวิธีรับมือและป้องกันตัวจากคนโรคจิตในญี่ปุ่น

By , วันจันทร์, 01 มิถุนายน 2563

สวัสดีค่า~! วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องดาร์กๆ ในประเทศญี่ปุ่นกันบ้างดีกว่า โดยบล็อกนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากโพสต์ของพี่มาย (อ่านได้ที่นี่) ประสบการณ์จากคนรอบข้าง เพื่อนๆ ที่เคยเจอ รวมถึงประสบการณ์จริงของตัวเองด้วย สำหรับใครที่อาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่นอยู่แล้ว หรือกำลังจะมาเรียน มาทำงาน มาอาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่นต่อจากนี้โดยเฉพาะสาวๆ ตัวคนเดียวทั้งหลาย ไม่ควรพลาดเลยค่ะ

สำหรับนักท่องเที่ยวหลายคนที่เดินทางมาเที่ยวญี่ปุ่นช่วงระยะเวลาสั้นๆ เราคาดว่าเกือบร้อยทั้งร้อยต่างก็ถูกอกถูกใจรักในความสะอาด ความสวยงามเป็นระเบียบของที่นี่ แต่เพื่อนๆ ทราบกันมั้ยคะว่าเบื้องหลังประเทศที่เต็มไปด้วยผู้คนที่สุภาพอ่อนน้อมนั้น ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มี "โรคจิตเยอะมาก" โดยเฉพาะโรคจิตบนรถไฟ

คนโรคจิตในประเทศญี่ปุ่นนั้นมีอยู่หลายเลเวลและหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นพวกชอบขโมยชุดชั้นใน พวกถ้ำมอง พวกสตอล์คเกอร์ (Stalker) ชอบเดินตาม พวกส่งจดหมายมาหาแบบรัวๆๆ พวกพูดโวยวายคนเดียว หรือหนักหน่อยอาจจะเป็นพวกข่มขืน ถ้าถามว่าทำไมประเทศนี้มีโรคจิตเยอะ อาจจะเพราะสภาพสังคมในญี่ปุ่นที่ค่อนข้างกดดัน ตึงเครียด ปัญหาการบูลลี่และอื่นๆ อีกมากก็มีส่วนทำให้คนปกติกลายมาเป็นคนโรคจิตได้ค่ะ

แล้วถ้าใครได้ดูข่าวคนโรคจิตที่โดนจับในญี่ปุ่นนะ บางคนเห็นดูภายนอกเป็นผู้ชายปกติ ดูไม่มีพิษไม่มีภัย (บางคนหน้าตาดีด้วยซ้ำ) แต่พอเบื้องหลังกลายเป็นโจรขโมยชุดชั้นในซะงั้น อ้าว!! ถึงได้บอกว่าคนเรารู้หน้าไม่รู้ใจจริงๆ ค่ะเพราะงั้นวันนี้เราจะมาแนะนำเทคนิคและวิธีป้องกันตัวเองมาฝากกัน!

1. เทคนิคเลือกบ้าน : เลือกห้องที่อยู่ชั้น 2 ขึ้นไป มี Interphone และมีประตูกลางที่เป็น Auto Lock

มีสาวไทยหลายคนที่อาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่นคนเดียว สำหรับผู้หญิงเราขอแนะนำให้เลือกบ้านหรือหอพักที่อยู่ชั้น 2 ขึ้นไปค่ะ เพราะที่ญี่ปุ่นนั้นมีพวกโจรขโมยชุดชั้นในเยอะมาก การที่เราเลือกบ้านที่อยู่ชั้น1 นอกจากจะไม่ค่อยปลอดภัยแล้ว คนแปลกหน้ายังสามารถปีนเข้ามาห้องเราได้แบบง่ายๆ เลย เพื่อนเราหลายคนที่เคยอยู่ชั้น 2 เวลาเอาผ้าไปตากทิ้งไว้ก็ยังเคยโดนขโมยชุดชั้นในมาก่อน (ชาติก่อนมันเป็นสไปเดอร์แมนเรอะ!) ถ้าเป็นไปได้ลองเลือกบ้านที่มี Interphone แบบเห็นหน้าว่าใครมากดกริ่งห้องเราบ้างจะเซฟไปได้กว่าห้องที่มีแค่ตาแมวมาก

และอีกสิ่งที่เราอยากแนะนำเลยก็คือเลือกบ้านที่มีประตูส่วนกลาง Auto Lock ค่ะ เพราะจะช่วยกรองคนนอกคนในที่เข้าออกได้ดีอีกชั้นเลย ขอเกริ่นก่อนว่าที่ญี่ปุ่นเนี่ยชอบมีคนแปลกหน้ามากดห้องบ่อยมากๆ มีทั้งพวกเซลล์ขายของ เผยแพร่ศาสนา NHK แล้วก็แน่นอนว่ามีพวกคนเมาและโรคจิตด้วย ถ้าหากคุณเลือกบ้านที่ไม่มีประตูส่วนกลางล่ะก็คนแปลกหน้าก็สามารถบุกเข้ามาเคาะห้องของคุณได้แบบง่ายๆ แถมเรามีแค่ประตูห้องชั้นเดียวกั้น 2 ฝ่าย คิดดูสิว่าหากเกิดอะไรขึ้นมาจะอันตรายขนาดไหน แม้ว่าออฟชั่นดังกล่าวอาจจะมีราคาห้องสูงนิดหน่อย แต่ถ้าเทียบกับคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยในระยะยาว เราว่าก็คุ้มที่จะลงทุนอยู่นะคะ (ตัวอย่างอพาร์ทเมนท์เราไม่ได้หรูมากตึกภายนอกค่อนข้างเก่า เป็นห้องเดี่ยวสำหรับอยู่คนเดียว 17 ตร.ม. แต่มีประตูส่วนกลางเลยรู้สึกปลอดภัยมากค่ะ)

2. เวลาเดินไปไหนมาไหนมองซ้ายขวาด้านหลัง

ใครที่ชอบเดินคนเดียวกลับบ้านดึกๆ แล้วจิ้มมือถือระหว่างทางนี่ขอตีมือเลยค่ะ! สำหรับวิธีนี้จะช่วยป้องกันตัวเองจากสตอล์คเกอร์ได้ดีมาก เพราะถ้าคุณเอาแต่เดินจิ้มมือถือไม่หันไปมองด้านหลังเลย คุณอาจจะถูกคนแปลกหน้าเดินตามและเข้ามาประชิดตัวแบบไม่รู้ตัวก็ได้นะ

ที่เรารู้จักที่ญี่ปุ่นรวมถึงเพื่อนๆ คนไทยก็มีคนเคยโดนสตอล์คเกอร์ตามมาก่อน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วพวกนี้ไม่ได้ตามแค่ครั้งเดียวค่ะ แถมเป็นคนในพื้นที่แถวนั้นด้วย! การที่เค้ารู้เวลาว่าเราจะออกจากบ้านกี่โมง กลับบ้านกี่โมงถึงจะได้เจอเราแบบนี้ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเค้าต้องเจอเราบ่อยๆ และแอบสังเกตเรามากี่ครั้งต่อกี่ครั้งถึงจะตามเราได้ แค่คิดก็สยองแล้ว บรื๋อ~

3. พกอุปกรณ์ป้องกันตัว เช่น นกหวีด 

สำหรับเด็กๆ ในญี่ปุ่นแล้วส่วนใหญ่มักจะพกอุปกรณ์ป้องกันตัวเอง เนื่องจากผู้ปกครองไม่สามารถดูแลบุตรหลานได้อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง อีกทั้ง เด็กๆ ส่วนใหญ่ยังเดินกลับบ้านเอง ไม่ค่อยมีผู้ใหญ่ขับรถมารับเหมือนบ้านเรา และอุปกรณ์ที่ว่านี่ล่ะค่ะเหมาะสำหรับสาวๆ เป็นอย่างมาก นกหวีดหรือ "防犯ブザー" นั้นมีขายทั่วไปทั้งในอินเตอร์เน็ต ตามร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ 

เพียงแค่คุณดึงเชือกสลักออกในเวลาที่มีบุคคลน่าสงสัยจะมาทำอันตราย ตัวเครื่องจะส่งเสียงหวีดร้องเพื่อให้คนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงรับรู้และเข้าช่วยเหลืออย่างทันท่วงที ที่สำคัญตัวนกหวีดเองมีดีไซน์น่ารัก ซื้อพกพาไว้ก็ไม่เสียหายนะคะ

 4. หากเกิดอะไรขึ้นให้กรี๊ดให้ดังๆ

อันนี้อาจจะยากซักหน่อยเพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเราจริงๆ ตอนนั้นสติคงไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ยกตัวอย่างเช่น เราเคยโดนลวนลามในเกมเซนเตอร์แถวชินจูกุค่ะ ตอนนั้นนึกว่าคิดไปเองมีคนมาจับบั้นท้าย จังหวะนั้นคือสะดุ้งแล้วช็อคมาก ทั้งตกใจทั้งงงกรี๊ดไม่ออก แต่ถ้าใครที่พอคุมสติอยู่ หากมีใครเข้ามาปองร้ายคุณให้กรี๊ดดังๆ กรี๊ดรัวๆ กรี๊ดมันจนกว่าคอจะแตกให้คนรอบข้างได้ยินเลยค่ะ 

สาเหตุที่ควรกรี๊ดเพราะส่วนใหญ่สาวๆ ญี่ปุ่นที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศมักจะอายไม่กล้าส่งเสียง ยิ่งทำให้พวกโรคจิตเหล่านี้ได้ใจและตกเป็นเหยื่อได้ง่ายขึ้น แถมพวกโรคจิตแบบนี้ถ้าเกิดโดนให้ความสนใจในที่ชุมชนหรือมีคนเห็นเหตุการณ์เข้าเมื่อไหร่ ส่วนใหญ่พวกนี้จะหนีค่ะ 

5. ล็อคประตูหน้าต่างให้เรียบร้อยก่อนออกข้างนอก

"ประเทศญี่ปุ่นปลอดภัยที่สุดแล้ว" เราได้ยินคำนี้กันบ่อยๆ ใช่มั้ยคะ ใช่ค่ะ เราไม่ปฏิเสธว่าประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ปลอดภัยอันดับต้นๆ ของโลก แต่เราขอแถมอีกคำว่า "ไม่เสมอไป" ถ้าหากคนทั้งประเทศดีจริง ป่านนี้คงไม่ต้องมีตำรวจกับคุกแล้วล่ะค่ะ 

เวลาคุณจะออกไปไหนมาไหนอย่าลืมล็อคประตูและหน้าต่างให้เรียบร้อยก่อน ไม่ว่าจะเป็นตอนกลางวันหรือตอนกลางคืนก็ตาม! ใครที่ชอบนอนเปิดมุ้งลวดไว้ โดยเฉพาะคนที่อยู่ชั้น 1 ขอแนะนำว่าอย่าดีกว่าค่ะ ยิ่งช่วงนี้พิษ COVID-19 กำลังแรงมากๆ ส่งผลให้คดีชิงทรัพย์ในญี่ปุ่นเพิ่มมากขึ้น บางคดีเดี๋ยวนี้ก็ถึงฆ่ากันตายเลยก็มีนะคะ และลางทีก็มีคดีที่น่าแปลกบ้างคือบางคนโดนขโมยขึ้นห้อง เปิดลิ้นชักมาเงินอยู่ครบ แต่ชุดชั้นในหายเกลี้ยงจ้า!

6. ไม่คุยกับคนแปลกหน้า

สาวๆ บางคนเวลาเดินไปไหนมาไหนคนเดียว โดยเฉพาะย่านชิบูย่า ชินจูกุ อาจจะโดนหนุ่มๆ เข้ามาชวนคุยชวนไปเดทกันบ้างใช่มั้ยคะ ถ้าเป็นกรณีเข้ามาคุยกับสาวๆแบบนั้น เค้าเรียกว่า "ナンパ" อันนั้นยังพอว่า ถ้าไม่ชอบก็ไม่ต้องตอบค่ะทำเป็นเหมือนฮีแกเป็นธาตุอากาศ เมินไม่ก็เดินหนีเดี๋ยวฮีแกก็จะเลิกยุ่งแล้วไปหาเหยื่อรายใหม่แทน 

แต่มันจะมีบางเคสที่เราเคยเจอก็คือมาขอถ่ายรูปค่ะ โดยอ้างว่าทำหนังสือแม็กกาซีน หาโมเดลนู่นนี่ ซึ่งจริงเท็จแค่ไหนไม่มีใครรู้ใช่มั้ยล่ะคะ! เคยได้ยินมาว่าพวกขอถ่ายรูปกลางคืนเนี่ยน่ากลัว เผลอๆ เอารูปเราไปลงเว็บโป๊รึเปล่าก็ไม่รู้ ยังไงต้องดูให้ดีค่ะ แล้วก็มีอีกเคสคือเป็นผู้ชาย หน้าตาดูเป็นคนปกติมาก จู่ๆ เดินมาดักหน้าเราตอนรอสัญญาณไฟแดงที่ชิบูย่า แล้วก็บอกว่าขอถ่ายรูปขาตรงๆ เลย (วันนั้นฤดูร้อนใส่ขาสั้น) ถ่ายเฉพาะขาไม่เอาหน้า มีการเสนอจะให้เงินด้วยนะ! โอ้โหห ช็อคสิคะ ไม่เคยโดนแบบนี้ที่ไทยมาก่อน แน่นอนว่าอินี่รีบสับขาเดินเข้าสถานีเลยจ้า

7. เกิดเหตุร้ายแจ้งตำรวจ 

ตำรวจที่ญี่ปุ่นเองส่วนใหญ่แล้วใจดีนะคะ จากประสบการณ์ตัวเองที่เคยพารุ่นน้องคนรู้จักไปแจ้งความเรื่องทำบัตรไซริวการ์ดหาย และเรื่องอื่นๆ ส่วนใหญ่แล้วเค้าจะไม่ค่อยปล่อยผ่านไม่ว่าจะคดีเล็กหรือใหญ่แค่ไหน ถ้าเกิดเรื่องอะไรกับคุณขึ้นมาให้มองหาป้อมตำรวจที่ใกล้ที่สุด หรือโทร 110 เพียงเท่านี้จะมีตำรวจมาหาเราถึงบ้านในเวลาไม่กี่นาทีเลยค่ะ ที่สำคัญที่สุดคือต้องคุมสติตัวเองให้อยู่

เป็นอย่างไรบ้างคะ นี่เป็นเพียงไอเดียบางส่วนที่เราอยากจะแชร์ต่อให้กับเพื่อนๆ เผื่อให้ใครหลายคนได้นำไปปรับใช้ สำหรับบล็อกนี้ต้องขออภัยด้วยสำหรับใครที่ชื่นชอบประเทศญี่ปุ่น เพราะวันนี้เราไม่ได้พูดในเรื่องแง่ดีเท่าไหร่นัก แต่ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน สิ่งเดียวที่เราต้องพึงระลึกไว้เสมอคือ "ความไม่ประมาท" ค่ะ สุดท้ายนี้หากใครมีคำถามข้อสงสัย หรืออยากพูดคุยกับเราล่ะก็สามารถติดต่อไปได้ทางเพจด้านล่างนี้เลยค่ะ ไว้เจอกันใหม่บล็อกหน้าค่า~

ปล. ตอนนี้เราได้รับมอบหมายให้เป็นแอดมินดูแลเพจหนึ่งอยู่ ใครที่สนใจยังไงก็ฝากแวะเวียนเข้าไปกดไลค์กันด้วยนะคะ ทุก 1 ไลค์ของเพื่อนๆ มีค่ากับเราค่ะ :)

PAGE คุณชอบอะไรของญี่ปุ่น? : https://www.facebook.com/mooi.ipu

Instagram : https://www.instagram.com/katerumrsn/

เพิ่มเติม สำหรับเพื่อนๆ คนไทยในญี่ปุ่นคนไหนที่กำลังคิดอยากลองใช้บริการโอนเงินจากญี่ปุ่นกลับไทยล่ะก็ เราขอแนะนำให้อ่านบทความนี้เลยค่ะ

"อัพเดท 2020! หมดปัญหาโอนเงินญี่ปุ่นกลับไทย! ปลอดภัยหายห่วงด้วยบริการ PayForex"

เป็นรีวิวที่เราใช้จริง แอดมินให้บริการดีมาก ที่สำคัญตอนนี้มีโปรโมชั่นสมัครแล้วได้รับ 1,000 เยนไปฟรีๆ อีกด้วยนะ!

"สนใจสมัครและรับ 1,000 เยนไปฟรีๆ ล่ะก็คลิกที่นี่ได้เลย!" 

 ขอขอบคุณรูปภาพประกอบบทความจาก

  • https://trilltrill.jp/articles/1215971
  • https://8761234.jp/10867
  • https://allabout.co.jp/gm/gc/223694/
  • https://urawaza.info/life/utility/no-nhk/
  • https://www.pakutaso.com/20160128026post-6690.html
  • https://twitter.com/secom_jp/status/996586108669456384?lang=fr
  • https://www.excite.co.jp/news/article/Ren_ai_63634
  • https://kukuhgiaji.com/review-drama-korea-strangers-from-hell-2019/lee-dong-wook-dalam-strangers-from-hell/