l ชีวิตในญี่ปุ่น

ประกันสุขภาพและการทำฟันครั้งแรกที่ญี่ปุ่น Part 1

ประกันสุขภาพและการทำฟันครั้งแรกที่ญี่ปุ่น Part 1

By , วันศุกร์, 26 กรกฎาคม 2562

​เฮลโหลว เอฟรี่บอดี้ ห่างหายไปนานมากๆๆๆ ติดสอบโน่นนี่นั่นเยอะมาก ไม่มีเวลาไปไหนเลยค่ะ TT 

สำหรับใครที่เผชิญกับการสอบJLPTที่ผ่านมา นานะเองก็ขออวยพรให้ทุกๆท่านสอบผ่านตามดั่งที่หวังนะคะ <3 (ตัวเองด้วยเช่นกัลลล)


ปกติจะเห็นนานะรีวิวอาหาร ขนม อะไรงี้ แต่...แต่....แต่!!!!! ครั้งนี้นานะจะมารีวิวผลกรรมค่ะ...อ๊ะ งงอ่ะดิๆ ผลกรรมคืออะไรหว่า...

ปกติคนชอบทานของหวาน ถ้าไม่น้ำหนักขึ้น หรือเป็นโรคเบาหวาน คิดว่าเขาจะเป็นอะไรเอ่ยยยยยยย


ปิ๊งป่อง.....เป็นคนไข้แผนกทันตกรรมไงคะ!!! 555 เข้าใจมุกกันไหมเอ่ย

วันนี้นานะจะมารีวิวการมาทำฟันครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่นนะคะ อาจจะมีน้องๆหรือบางท่านกำลังลังเลว่า เอ้อ! มาญี่ปุ่น เกิดปวดฟันขึ้นมา จะหาหมอยังไงดี? มา! นานะจะมารีวิวให้ท่านอ่านแล้วลองไปพิจารณาเนื้อหาเพื่อใช้ประกอบเวลามาเรียนหรือต้องทำงานที่ญี่ปุ่นนะคะ

​อย่างแรกนะคะ เราก็ต้องรู้ก่อนเนอะว่าจะคุยกับหมอฟันยังไง หาที่ทำฟันยังไง ไปโรงพยาบาลเลยมั้ย?

โดยส่วนตัวนะคะ สถานที่ทำฟันส่วนใหญ่ของญี่ปุ่นจะเป็นคลีนิคค่ะ ซึ่งถ้าเราเสิร์ชหาในอากู๋กูเกิ้ล จะเห็นเลยว่ามีเยอะมากกกกก ทีนี้อย่างแรกเราก็ดูก่อนว่าคลีนิคไหนเป็นคลีนิคทำฟัน อันไหนไม่ใช่เนอะ เพราะถ้าเดินดุ่มๆเข้าไปแล้วบอกเจ้าหน้าที่ว่า พี่คะ หนูปวดฟัน!...แล้วปรากฏว่าสถานที่นั้นเป็นคลีนิคความงาม!! อายกว่าวิ่งข้ามถนนตอนไฟเขียวอีกนะคะ 55555

เริ่มต้นให้เราลองหาสถานที่ๆเป็นภาษาญี่ปุ่นคำว่า"歯医者" Haisha หรือ ฮะอิชะ ก่อน หรืออะไรก็ตามที่มีคันจิคำว่า "歯" Ha ที่แปลว่าฟัน แล้วเราก็เดินเข้าไปที่แผนกประชาสัมพันธ์หรือคันจิคำว่า "受付" Uketsuke อุเคซึเคะ ลองมองหน้าสบตาพนักงานครู่นึงแล้วยกมือกุมแก้มข้างที่ปวดฟันแล้วบอกว่า...โดนซ้องปีบตบมา เจ็บจังเลย...เฮ้ย! ไม่ใช่!! อู้แบบนั้นเดี่ยวอี่นายเล่นงานนะก๋า เราต้องบอกว่า"歯が痛いです" "Ha ga itaidesu" -->ฮะ กะ อิไตเดส ซึ่งแปลว่า ปวดฟันค่ะ 

คลีนิคทำฟันที่นานะไปนั้น เป็นคลีนิคเล็กๆค่ะ คนไข้พอมีวนเวียนไป แต่ก็ไม่พลุกพล่าน คุณพยาบาลที่นี่ก็น่ารักมากๆค่ะ พอเราเดินเข้าไปปุ๊บ เขาจะขอเอกสารจำพวกบัตรไซริวการ์ด (คล้ายๆบัตรประจำตัวประชาชนของบ้านเราค่ะ สำหรับผู้ที่มีวีซ่าทำงานหรือวีซ่านักเรียนนะคะ ถึงจะได้บัตรนี้ตอนเข้าตม.ค่ะ) และบัตรประกันสุขภาพค่ะ ซึ่งบัตรประกันสุขภาพนี้ ขอบอกว่าสำคัญมากๆๆๆๆๆๆ เพราะเวลาเกิดอะไรไม่ดีหรือเกิดเหตุร้ายแรงขึ้นมา อย่างเช่น ปวดฟันงี้ ก็สามารถโชว์บัตรนี้ให้คุณพยาบาลดูค่ะ แล้วค่ารักษาเราจะจ่ายเพียง30%ของค่ารักษาทั้งหมดเท่านั้น!!! ... (อันนี้ได้ยินเขามาอีกทีนะคะ 55555555)

​ด้านบนนี้เป็นตัวอย่างบัตรประกันสุขภาพตัวล่าสุดของนานะค่ะ บัตรตัวก่อนหน้าจะเป็นสีเขียว แต่พอญี่ปุ่นเข้ายุคสมัยเรวะ ก็เปลี่ยนบัตรเป็นสีม่วงแทนพร้อมกับระบุวันหมดอายุของบัตรเป็นปีเรวะแทนบัตรเก่าที่ระบุเป็นปีเฮเซค่ะ เมื่อเรายื่นบัตรนี้ให้ไป เขาก็จะกรอกเอกสารสักพัก แล้วจะถามคำถามต่างๆ อันนี้ก็ไม่ต้องตกใจนะคะ ไม่ใช่คำถามยากหรือจำเป็นอะไรมากมาย ถ้าเราไม่เข้าใจจริงๆ ก็สั่นหัวสปีคอิงลิชไปเลยว่า ซอรี่ ไอ ด้อน อันเดอร์สแตนด์ เขาก็อาจจะพยายามอธิบายอีกรอบหรือพูดอังกฤษแทนก็ได้ค่ะ

พอเสร็จสิ้นการซักถามปุ๊บ เขาก็จะให้เรานั่งรอคุณหมอค่ะ นานะนั่งรอคุณหมอเพียงครู่เดียว ก็โดนเรียกตัวเข้าไปข้างใน ตอนแรกที่เข้าไปก็ตกใจนิดหน่อยนะ เพราะเหมือนห้องทำฟันแบบฉันท์มิตรมาก...มีเตียงนอนทำฟันเพียง3เตียงและมีคุณหมอเพียง2ท่านเท่านั้น เป็นคุณลุงและคุณหมอสาวมีอายุเล็กน้อย แต่เพราะที่นี่คือญี่ปุ่น ฉะนั้นโปรดอย่าถามว่าคุณหมออายุประมาณไหนนะคะ เพราะดิฉันเดาไม่ออกจริงๆ หน้าเด็กก็เด็กเกิน หน้าไม่เด็กก็เกินวัยเอามาก ข้าเจ้าเดาไม่ถูกแล้วอี่นายยยยยยย

ในภาพเป็นตัวอย่างห้องทำฟันที่นานะเข้าไปทำนะคะ จะเห็นได้ว่าคนไข้เตียงข้างๆสามารถหันมาส่งสายตาให้กำลังใจเราได้เลย 55555

เอาละ กลับเข้าเรื่องเนอะ ฮ่าาาา หลังจากเปลี่ยนเป็นรองเท้าสลิปเปอร์เรียบร้อย ก็วางกระเป๋าตรงที่วางของแล้วเดินไปยังเตียงที่คุณพยาบาลนำทางให้ อุปกรณ์ที่นี่ โดนส่วนตัวแล้วคิดว่าไม่ต่างอะไรกับโรงพยาบาลที่ประเทศไทยเท่าไหร่ ดูเครื่องไม้เครื่องมือครบ สะอาดสะอ้านดีค่ะ และแล้วก็ถึงเวลาเจอคุณหมอ....นานะได้คุณหมอพี่สาวละ <3 เฮ้อ ค่อยโล่ง คือขอเล่าก่อนว่า ตอนสมัยมัธยมต้นได้มั้ง นานะเคยไปหาหมอฟันแล้วได้ผู้ชายค่ะ มือเขาหนักมาก แล้วพอทำเสร็จ หมอจะนัดทำโน่นนี่ต่ออีก ด้วยความกลัว (ปกตินานะกับหมอฟันนี่จะเป็นอะไรที่แบบ เออ ให้ไปล่าท้าผีดีกว่าไปเจอหน้าหมอฟันอ่ะ ไม่เอาาาาา เกลียดดดดดดด) นานะก็เลยด่าหมอไป.....ใช่ค่ะ ด่าหมอฟันค่ะ 55555 ไม่เชิงด่าหรอก แต่แบบกลัวงะ แล้วน้ำตามันปริ่มๆจะไหลแล้ว ด้วยความที่โตจนวัวเลียตูดไม่ได้แล้ว เราก็ไม่อยากให้ใครรู้ว่าร้องไห้ เลยโกหกว่าเห็นผี กลัวนะ เลยร้องไห้ แถมท้าหมอให้ไปดูแล้วไปลบหลู่หมออีก เอ้าาาา อีนี่ ทำไมเป็นเด็กแบบนี้โว๊ะ อย่าเลียนแบบนะคะทุกท่าน (\- -/)

เมื่อความทรงจำเลวร้ายหวนกลับมา ภาษาในสมองก็ลืมสิ้นทั้งอินทรี คุณหมอพูดอะไร ถามอะไร นี่เบลอเลยจ้า ยิ่งตอนเห็นหมอถือเครื่องมือเขยิบเก้าอี้เข้ามา โอย ตาย...ขอเป็นลมไปเลยได้มั้ย...ตรวจครั้งแรก คุณหมอก็อธิบายๆๆ พอคุณหมอเห็นหน้านานะเอ๋อ คุณหมอเลยพูดอังกฤษแทนค่ะ สติก็กลับมาทันที....ไม่ใช่อะไรหรอก ไม่รู้เรื่องหนักกว่าเดิมอีก!!!!! โอ้โห ศัพท์วิชาการมาตรึมมมมม นี่ฉันมาทำอะไรที่นี่ โอ้แครป ว้อท เดอะ....สุดท้าย สิ่งที่กลัวแต่รู้ตัวมาตลอดก็ได้ยินออกมาจากปากคุณหมอ...

คือนานะมีปัญหาเกี่ยวกับรากฟัน (รากฟันเป็นหนอง) ค่ะ TT

เนี่ย ชีวิตนี้อ่ะนะ ฟันผุธรรมดาๆไม่ค่อยจะเป็น ฟันคุดที่เขากลัวกันว่าจะปวดหนักปวดหนาเลยต้องถอนทิ้ง ก็ดันเป็นฟันที่แข็งแรงที่สุดในช่องปาก...แล้วรากฟันที่รักษายากและนานสุดนี่ รากสองรากไม่เอาาาา ไม่อินเทรนด์ เป็นมันแต่สี่ห้ารากตรงฟันกรามเนี่ย!!! โฮลี่ ชีส เวรกรรมจริง... 

​เพราะวันแรกปวดมาก คุณหมอจึงต้องเปิดรูตรงฟันให้หนองแห้งก่อน ยังไม่สามารถอุดฟันได้ จึงให้ยาแก้ปวดมาทานก่อน แล้ววันต่อมาถ้าหายปวดแล้วค่อยมาทำความสะอาดอีกรอบและอุดชั่วคราว ภาพด้านบนนั้นเป็นตัวยาที่คุณหมอจ่ายให้นานะค่่ะ เป็นยาแก้ปวดเมกิสัน 100mg ทานครั้งละ2เม็ดหลังอาหาร ให้ทานทั้งหมด 5ครั้งแล้วหมอจะขอนัดดูอาการอาทิตย์ละครั้งค่ะ...เอาล่ะ ในส่วนของค่าใช้จ่ายนั้น....

การ​รักษารากฟันในครั้งแรก คุณหมอจ่ายยาแก้ปวด+ทำความสะอาดรากฟัน+ใส่ยารักษารากฟัน+ค่าทำบัตรครั้งแรก = 3,180 เยน หรือประมาณ 1,177 บาท...หน่ะ...หน่านี๊!!! ถะ ถูกมาก!!! คือนานะเคยทำรากฟันครั้งแรก คุณหมอใส่ยาและอุดรูเลยนะ เสียไปประมาณ 3-4พันกว่าๆ ทำที่โรงพยาบาลเอกชนแถวบ้านค่ะ คืออันนี้ไม่ทราบเหมือนกันว่าเกี่ยวกับที่เขาไม่ได้อุดรูหรือเปล่า ก็เลยราคาไม่เท่าคุณหมอที่ไทย ตรงนี้ไม่มีความรู้จริงๆค่ะ แต่แหม...ค่าทำฟันพันกว่าบาทที่เจแปนนี่...อึ้งเลยค่ะ 5555

แต่อึ้งกว่าคือ ครั้งต่อๆมา หมอนัดทำความสะอาดฟันและอุดรู...ค่าใช้จ่ายเพียง 2,000 กว่าเยนเองค่ะ เท่ากับว่าตั้งแต่เริ่มทำครั้งแรกจนถึงตอนนี้ รวมๆประมาณ 4 ครั้ง...นานะเสียไปทั้งหมดเพียง 3,911 เยน หรือประมาณ 1,448 บาทค่ะ....ใช่ค่ะ รักษารากฟันพันสี่สี่แปดบาทค่ะ....อะไรมันจะถูกปานนั้น!!! คุณพระ คุณหมื่น คุณพี่! ถูกเว่อร์ ถูกมาก แล้วเขาตามอาการตลอดๆค่ะ เพราะในส่วนที่นานะเป็น ด้วยความที่เป็นหนอง มันจะอักเสบเรื่อยๆ คุณหมอต้องคอยทำความสะอาดเรื่อยๆ ให้เราหายปวดสนิท หรือให้หนองหมดก่อนแล้วถึงจะอุดรูได้ พอทุกสิ่งทุกอย่างหายดี คาดว่าต่อไปคงเป็นขั้นตอนการครอบฟันค่ะ.....


โอเค! นานะขอจบก้าวแรกไว้ตรงนี้ก่อนนะคะ ไว้ถ้าคุณหมอรักษาจนสิ้นสุดทางเลื่อน..เอ้ย สิ้นสุดprogressการรักษาแล้ว นานะจะมารีวิวฝีมือทันตแพทย์ญี่ปุ่นและค่าใช้จ่ายทางหมดให้อีกครั้งนะคะ

อ้อ! ถ้าใครเกิดปวดฟันแต่ยังไม่อยากหาหมอหรือไม่มีเวลา นานะแนะนำยาทานที่นานะทานแล้วหายชั่วคราวมาฝากนะคะ ดูภาพด้านล่างได้เลยค่ะ

​ตัวแรกนะคะ เป็นยาชนิดไม่แรง สามารถทานได้ทุกเวลาที่เกิดอาการปวด ไม่ทำให้ระคายเคืองกระเพาะอาหาร เพราะยาตัวนี้อ่อนโยนต่อกระเพาะมากแม้กระทั่งเด็กประถมก็ทานได้ค่ะ เป็นยาภายใต้แบรนด์ของมัทซึโมโต้ ร้านขายยาชื่อดังของญี่ปุ่นที่คนไทยคุ้นเคยดีเพราะเริ่มมีไปเปิดที่ไทยบ้างแล้ว ตัวนี้ทานวันละ3ครั้ง ครั้งละ2เม็ดนะคะ จะก่อนหรือหลังอาหารก็ได้ค่ะ

​อีกตัวที่แนะนำ เพราะเราไปเจอมาในเน็ต 55555 เป็นยายี่ห้อ อีฟ (EVE) ค่ะ ตัวนี้จะแรงกว่าตัวแรกนะคะ ราคาก็เช่นกัน ฮาาาา กินครั้งละ2เม็ดหลังอาหารนะคะ สรรพคุณเขาโฆษณาไว้ว่าทำให้หายปวดโดยเร็ว...ซึ่งก็หายนะ แต่เร็วมั้ยนี่ก็ไม่สามารถตอบได้ค่ะ เพราะนานะคิดว่าระยะเวลาก็เท่าๆกับยาตัวแรกนะ 555555 โอย คนรากฟันเป็นหนอง (ยังไงยาก็เอาไม่อยู่หรอกค่ะ) ส่วนราคาของยานั้น อันนี้จำไม่ได้จริงๆค่ะ ต้องขออภัยด้วย เพราะตอนซื้อมาคือ...ปวดฟันมาก รีบ ซื้อเสร็จ แกะ เทบนฝ่ามือ ดื่มน้ำ ทิ้งใบเสร็จ!! เลยจำราคาไม่ได้แล้วววว แต่อันแรกถูกมากนะ ราคาเกือบจะครึ่งหนึ่งของยาตัวที่2เลยล่ะ


สุดท้ายนี้ อยากฝากเอาไว้ว่า....การห่างไกลโรคเกี่ยวกับฟันคือลาภอันประเสริฐ...ขอบคุณค่ะ!!!


ปล. คลีนิคหมอฟันที่นานะไปทำมาให้อ้าปากเองนะเออ ไม่มีเครืองมือง้างปากนะ กันเองสุดๆ


credit pictures as below :

cover page : https://www.silhouette-ac.com/category.html?sw=%E6%AD%AF%E5%8C%BB%E8%80%85

น้องฟันน่ารัก : https://www.freepik.es/fotos-premium/sonrisa-diente-emocion-grito-espejo-dental-fondo-blanco_3092527.htm

ห้องหมอฟันเป็นกันเอง : https://d1f5hsy4d47upe.cloudfront.net/46/464ee553f6ffd223ed438884aa7b1e80_t.jpeg