l ชีวิตในญี่ปุ่น

แชร์ประสบการณ์เลเซอร์หน้าในญี่ปุ่น มาดูกันว่าจะป่วยหรือจะปัง!

แชร์ประสบการณ์เลเซอร์หน้าในญี่ปุ่น มาดูกันว่าจะป่วยหรือจะปัง!

By , วันพฤหัสบดี, 26 มีนาคม 2563
สวัสดีค่า วันนี้เราจะกลับมาเม้ามอยเรื่องสวยๆ งามๆ กันอีกครั้งค่ะ โดยครั้งนี้เป็นประสบการณ์การทำเลเซอร์ครั้งแรกในญี่ปุ่น ซึ่งสถานที่ที่เราเลือกก็คือคลีนิกศัลยกรรมชื่อดัง "Shonan Beauty Clinic" สาเหตุที่เราเลือกที่นี่ เพราะเคยเห็นโฆษณาทางทีวี และเพื่อนๆ แนะนำมา จึงได้ลองหาข้อมูลดูค่ะ สำหรับคลีนิก Shonan Beauty Clinic นั้นมีสาขาอยู่ทั่วประเทศญี่ปุ่นเลย ที่สำคัญมีโปรแกรมมากมายให้เลือกอีกเพียบ ตั้งแต่เลเซอร์ ฉีดฟิลเลอร์ ร้อยไหมไปจนถึงผ่าตัดศัลยกรรม

เราเป็นคนที่มีผิวผสมและรูขุมขนช่วงจมูกค่อนข้างกว้างมาก (เคยโดนแซวด้วยว่าจมูกเป็นสตรอว์เบอร์รี่ ฮือออ) และจากการประโคมสกินแคร์ตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพัน ทำยังไงมันก็ไม่ดีขึ้น เลยอยากลองหาทางออกใหม่โดยการเลเซอร์กระชับรูขุมขนนั่นเอง!

แม้ว่าเราจะศึกษามาบ้างว่าบางคนทำเลเซอร์ไปมันจะดีได้แค่แป๊ปเดียว ซักพักก็กลับไปเป็นเหมือนเดิม แต่ด้วยความอยากลอง บวกงบน้อยชอยส์เยอะแต่อยากสวยของเราจึงได้ลองเลือกหาโปรแกรมเลเซอร์มาลองดูค่ะ

สำหรับเลเซอร์นั้นก็มีหลายประเภทซึ่งไม่ต่างอะไรจากที่ไทยเท่าไหร่ และมีตัวนึงที่สะดุดตาเรามากที่สุดคือเลเซอร์ "Ultra Whitening Laser" (ウルトラ美白レーザー) โดยเค้าบอกว่าเลเซอร์ประเภทนี้เป็นการฉายรังสีเลเซอร์ไปยังเม็ดสีเมลานินมีผลเรื่องความขาวกระจ่างใส ลดเลือนจุดด่างดำ และยังช่วยกำจัดสิ่งอุนตันในรูขุมขน โดยใช้เลเซอร์ที่มีความยาวคลื่นถึง 755nm ช่วยให้รูขุมขนกระชับยิ่งขึ้น ที่สำคัญหลังจากทำเสร็จแล้วสามารถล้างหน้า แต่งหน้าหลังทำเสร็จได้เลย! ※ เนื่องจากเราไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านความงาม หากข้อมูลผิดพลาดประการใดต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

ประเด็นคือไม่ต้องพักฟื้นนานนี่ล่ะเลิศสุดๆ ว่าแล้วเราก็ติดต่อกับทางคลีนิกเพื่อทำการนัดปรึกษาหมอค่ะ ของที่นี่ปรึกษาฟรีไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ก่อนอื่นเลยเราต้องเช็คดูโปรแกรมก่อนว่าคลีนิคแต่ละสาขานั้นมีเครื่องเลเซอร์ที่เราต้องการรึเปล่า ซึ่งเราได้เลือก Shonan Beauty Clinic สาขา Shimbashi ไปค่ะ สำหรับสาขานี้มีจุดเด่นเลยคือมีหน้าเว็บภาษาอังกฤษและภาษาจีนให้สำหรับชาวต่างชาติด้วยนะ ใครที่ไม่ได้ภาษาญี่ปุ่นเองก็มีสิทธิ์ใช้บริการเช่นเดียวกัน

หลังจากนั้นก็ทำการลงทะเบียนในหน้าเว็บไซต์หลักก่อนเพื่อทำการนัดหมาย โดยส่วนตัวแล้วเราเป็นคนไม่ถนัดการคุยผ่านทางโทรศัพท์มาก การนัดหมายผ่านทางเน็ตจึงเป็นอะไรที่สะดวกมากสำหรับเรา เพียงแค่ใส่ข้อมูลส่วนตัว เลือกวันเวลาที่สะดวกเท่านี้ ทางคลีนิคก็จะติดต่อเรากลับมาทางอีเมล์ค่ะ เมื่อทำการนัดหมายได้แล้วทางคลีนิคจะส่งแบบฟอร์มข้อมูลที่เราต้องกรอกออนไลน์มาให้ประมาณ 2 หน้า เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปกรอกที่คลีนิค สำหรับแบบฟอร์มนี้ต้องกรอกให้เรียบร้อยก่อนวันเข้ารับการรักษานะคะ 

เมื่อถึงวันนัด เราก็ไปถึงคลีนิกก่อนเวลานัดประมาณ 15 นาที สำหรับสาขา Shimbashi นั้นค่อนข้างกว้างมากเลยค่ะ ทุกอย่างตกแต่งเป็นโทนสีขาวสไตล์โรงพยาบาล เป็นคลีนิกที่ใหญ่ไม่ใช่ห้องแถวกะโหลกกะลา แถมคนไข้นั่งรอเพียบเลยค่ะมีทั้งผู้ชายผู้หญิง เมื่อไปที่หน้าเคาน์เตอร์ ทางสต๊าฟจะทำบัตรให้เราก่อน จากนั้นก็รับบัตรคิวรอเรียก ช่วงนี้ใช้เวลาไม่นานค่ะ จะไปนานสุดก็ตอนนั่งคุยนี่ล่ะ

กรณีเราเลือกโปรแกรมเลเซอร์ ไม่ได้เลือกโปรแกรมศัลยกรรม คนที่มาคุยกับเราจึงเป็นสต๊าฟไม่ใช่คุณหมอค่ะ ตรงจุดนี้ต้องกราบขอบคุณความรู้ภาษาญี่ปุ่นงูๆ ปลาๆ ของตัวเองมากที่ฟังรู้เรื่องไม่หมด เพราะเจ๊แกเล่นพยายามขายคอร์สเราอยู่เกือบชั่วโมงจ้า! ขืนถ้าฟังรู้เรื่อง 100 % งานนี้อาจมีเคลิ้มรู้ตัวอีกทีเงินปลิวก็ได้ (สำหรับใครที่ไม่ได้ภาษาญี่ปุ่น สาขานี้จะมีสต๊าฟที่พูดภาษาอังกฤษได้คอยให้บริการอยู่ด้วยค่ะ) 

เลเซอร์ที่เราเล็งไว้ตั้งแต่แรกเป็นเลเซอร์เฉพาะส่วนจมูกครั้งละ 6,000 เยน (ถ้าเป็นทั้งหน้าจะคิดเงิน 11,000 เยน) แต่พอไปถึงสต๊าฟจะพยายามแนะนำเลเซอร์ตัวอื่นที่มีราคาสูงขึ้น หรือการรักษาด้วยวิธีอื่นที่ราคาขั้นต่ำ 10,000 เยนขึ้นไป แถมขายคอร์สอีกเพียบที่ฟังจนมึน แม้ว่าอินี่จะเซย์โนบอกไปตรงๆ ทำครั้งแรกอยากจะลองดูก่อนเฉยๆ แต่คุณเจ๊ก็ยังคงไม่ยอมแพ้ เสนอขายผลิตภัณฑ์สกินแคร์ต่อ ยังๆ ยังไม่หมด เจ๊แกยังเสนอให้สมัครสมาชิกรายปีแบบเสียค่าธรรมเนียมอีก จนสุดท้ายอินี่ต้องบอกไป ไม่มีตังค์ (โว้ย) นางถึงยอมแพ้

แต่ข้อดีของการขายคอร์สสไตล์ญี่ปุ่นคือจะไม่พูดเวอร์เกินจริงค่ะ เค้าจะอธิบายขั้นตอนการทำงานของแต่ละประเภท สภาพผิว และอื่นๆ เหมือนเราก็ได้ความรู้ไปในตัว และไม่ได้ยัดเยียดคอร์สจนเกินไปเท่าไหร่ ถ้าเราบอกว่าไม่ เค้าก็จะไม่ตื๊อต่อ ซึ่งเลเซอร์ที่เราเลือกนั้นจะเห็นผลได้ต้องทำประมาณ 4-5 ครั้งติดต่อกันโดยเว้นช่วงประมาณ 1-2 อาทิตย์ เมื่อคุยเสร็จแล้วว่าเราตกลงจะทำอะไร เราต้องทำการชำระเงินก่อนถึงจะไปด่านถัดไปได้

เมื่อชำระเงินเสร็จแล้วเราก็ออกมารอด้านหน้าและนั่งรอเรียกอีกครั้งค่ะ โดยด่านถัดไปคือไปยังห้องถ่ายรูปก่อน สต๊าฟจะถ่ายรูปหน้าเราทั้งด้านหน้า ด้านข้าง มีให้ทำปากจู๋ด้วยอันนี้งง 5555 จากนั้นก็พาเราไปยังห้องทำเลเซอร์ ซึ่งเป็นเตียงมีแผงกั้นขนาบข้างทั้ง 2 ฝั่ง 

ต้องบอกเลยว่ากว้างกว่าที่คิดมากกก พอเรานอนลงไปสต๊าฟก็จะทำการล้างเครื่องสำอางเราด้วยทิชชู่เปียกที่บริเวณจมูก และเอาสก็อตเทป (?) มาปิดตาเราค่ะ เพื่อป้องกันอันตรายไม่ให้เราลืมตาระหว่างฉายแสงเลเซอร์

ในหน้าเว็บเขียนว่าขั้นตอนการเลเซอร์ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที แต่สิ่งที่เรารู้สึกได้คือ...10 นาทียังไม่ถึงเลยแก๊! ทุกอย่างมันผ่านไปไวมาก อาจจะเพราะเราเลือกแค่ทำที่จมูกอย่างเดียว ระหว่างที่ทำคือรู้สึกร้อนๆ และแสบตาเบาๆ จากแสง ถามว่าเจ็บมั้ย ต้องบอกว่าไม่เจ็บเลยค่ะทั้งๆ ที่ไม่มีการทายาชาใดๆ ได้แค่กลิ่นไหม้นิดหน่อยเท่านั้นเอง แต่ความเร็วของการได้กลิ่นคือตดยังไม่ทันหายเหม็น สต๊าฟก็บอกว่าเสร็จแล้ว

หลังจากเสร็จแล้วสต๊าฟจะนำเราไปยังห้องแต่งหน้าค่ะ ตอนนั้นคือจ้องแต่จมูกของตัวเอง แต่ครั้งแรกอ่ะเนอะ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงนอกจากแดงนิดหน่อย ฮืออ พอแต่งหน้าเสร็จก็เป็นอันเสร็จพิธี รอกลับมาใหม่นัดครั้งถัดไปค่ะ ผลข้างเคียงจากการทำเลเซอร์ประเภทนี้คือจมูกเราแห้งขึ้นเล็กน้อย (ปกติบริเวณจมูกผิวมันมว๊ากกก) แต่ใช้ครีมที่เน้นความชุ่มชื้นทาทุกวันเช้าเย็นก็เอาอยู่ค่ะ สำหรับรูขุมขนกระขับขึ้นมั้ยต้องรอดูในครั้งต่อๆ ไปเนอะว่าจะเป็นยังไง

ใครที่สนใจสามารถเข้าไปดูได้ที่หน้าเว็บภาษาอังกฤษที่นี่ (หน้าเว็บภาษาอังกฤษข้อมูลจะน้อยกว่าภาษาญี่ปุ่น) https://www.s-b-c.net/eng/

สุดท้ายนี้หากใครมีคำถามข้อสงสัย หรืออยากพูดคุยกับเราล่ะก็สามารถติดต่อไปได้ทางเพจด้านล่างนี้เลยค่ะ ตอนนี้เราได้รับมอบหมายให้เป็นแอดมินดูแลเพจหนึ่งอยู่ ใครที่สนใจยังไงก็ฝากแวะเวียนเข้าไปกดไลค์กันด้วยนะคะ ทุก 1 ไลค์ของเพื่อนๆ มีค่ากับเราค่ะ :)

PAGE คุณชอบอะไรของญี่ปุ่น? : https://www.facebook.com/mooi.ipu

Instagram : https://www.instagram.com/katerumrsn/

ขอขอบคุณรูปภาพประกอบบทความเพิ่มเติมจาก

  • https://en.akibadays.com/sbc
  • https://www.s-b-c.net/
  • https://datsumo.ekichica.com/reports/sbctaiken/
  • https://jp.indeed.com/cmp/about