l ชีวิตในญี่ปุ่น

รีวิวตู้ถ่ายรูปสำหรับใช้ราชการในญี่ปุ่นราคาประหยัด งานนี้จะพังหรือจะรอด!?

รีวิวตู้ถ่ายรูปสำหรับใช้ราชการในญี่ปุ่นราคาประหยัด งานนี้จะพังหรือจะรอด!?

By , วันเสาร์, 04 เมษายน 2563
คิดว่าหลายๆ คนคงรู้จักตู้ถ่ายรูปสติ๊กเกอร์สุดแบ๊วสัญชาติญี่ปุ่นอย่างตู้ "Purikura" (プリクラ) กันใช่มั้ยคะ สำหรับวันนี้เราก็จะมาแนะนำตู้ถ่ายรูปอีกประเภทนึงค่ะ ซึ่งเหมาะสำหรับใครที่ต้องการรูปภาพไปใช้ติดบัตรไม่ว่าจะใช้ทำวีซ่า สมัครงาน สมัครมายนัมเบอร์ ไซริวการ์ดหรือใช้ทางการต่างๆ นั่นก็คือตู้ "Shomei Shashinki" (証明写真機)

ตามปกติแล้วเวลาเราจะถ่ายรูปทางราชการ เรามักจะไปถ่ายกันตามสตูดิโอใช่มั้ยค่ะ แต่สำหรับที่ญี่ปุ่นนั้นมีตู้ถ่ายรูปอัตโนมัติให้ซึ่งสามารถรอรับได้เลย ไม่ต้องง้อช่าง! นับว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เหมาะกับช่วงเวลาเร่งด่วนมาก โดยตู้ดังกล่าวนั้นมีอยู่ทั่วประเทศเลยล่ะค่ะ มักจะตั้งไว้อยู่ตามมหาวิทยาลัยหรือสถานีใหญ่ๆ ในเมือง สะดวกแถมที่สำคัญประหยัดไปได้อีกเยอะค่ะ 

ราคาของรูป 1 เซ็ตจะอยู่ที่ประมาณ 800 เยนเท่านั้น สำหรับใครที่กลัวออกมาไม่สวยไม่ต้องกังวล เพราะบางตู้ยังมีบริการรีทัชให้อีกด้วยจ้า! เพียงแค่เพิ่มเงินประมาณ 200 เยน (ทั้งหมด 1,000 เยน) หรือใครที่อยากมีไฟล์รูปเซฟไว้ในคอมหรือมือถือด้วยก็เพิ่มราคาไปอีกเป็นประมาณ 1,500 เยน (เราขอแนะนำให้เลือกอันนี้ค่ะ เพราะเผื่อรูปออกมาไม่ดี เรายังสามารถเอาไฟล์ไปรีทัชต่อในคอมได้นะ)

คาดว่าหลายๆ คนคงเคยเห็นผ่านตากันมาบ้าง และด้วยความที่มันตั้งอยู่ตรงแหล่งชุมชนนี่ล่ะทำให้สาวๆ หลายคนรู้สึกเขินอายที่จะเดินเข้าไปใช้บริการ เราก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นเดียวกันค่ะ 5555 แต่ด้วยความที่ต้องใช้รูปสำหรับสมัครทำวีซ่าด่วน บวกกับอยากประหยัดงบเพราะคาดว่าถ้าถ่ายรูปในสตูดิโอญี่ปุ่นมันต้องแพงเวอร์แน่ๆ อาศัยความใจกล้าด้านเข้าไว้ เดินฝ่าฝูงชนเข้าไปใช้บริการกันดู โดยตู้ที่เราเลือกอยู่ที่สถานีรถไฟย่านหนึ่งในโตเกียวค่ะ​ ซึ่งเราเลือกของแบรนด์ Ki-Re-I เผื่อถ่ายออกมาแล้วจะสวยสมชื่อแบรนด์ (ตรรกะอะไรของมัน)

อันดับแรกเปิดผ้าม่านเดินเข้าไปเลยจ้า ณ จุดนี้คนเดินผ่านไปผ่านมาอาจมีเหล่มองนิดหน่อย แต่ไม่ต้องสนใจ ปิดผ้าม่านใส่หน้าไปซะ แล้วด้านในจะไม่มีที่วางของก็หนีบไว้กับขาเอาค่ะ เพียงแค่เราจิ้มหน้าจอปุ๊ป เสียงไกด์อัตโนมัติจากตู้จะดังขึ้นที่ระดับความดังเหมือนเอาลำโพงมาจ่อหูเรา 360 องศา แถมยังหาที่ปรับลำโพงไม่ได้อีกจ้า 

ใครที่ไม่ได้ภาษาญี่ปุ่นก็เลือกเปลี่ยนภาษาเป็นอังกฤษได้ จากนั้นก็เลือกเอาค่ะว่าเราจะถ่ายรูปประเภทไหน สำหรับเราก็เลือกรูปประเภทวีซ่าไปและชำระเงินค่ะ โดยสามารถชำระเป็นแบงค์เงินสดหรือจ่ายผ่านบัตร IC ได้ทั้งคู่นะ 

เมื่อชำระเงินเสร็จให้เราเลือกรูปแบบที่จะถ่าย (ขนาดรูป 1 นิ้ว, 2 นิ้วอะไรก็ว่าไป) จากนั้นก็ระดับความฟรุ้งฟริ้งของรูป ความเนียน แน่นอนว่าเราเลือกความฟรุ้งฟริ้งที่ระดับ Excellent คือออกมาต้องสวยแน่นอน แต่อย่าให้เกินจริงไปนะเดี๋ยวคนสัมภาษณ์จะตกใจอินี่ใคร 5555

อย่างที่เราบอกไปข้างต้นว่าเราเลือกถ่ายรูปเป็นแบบวีซ่าซึ่งมันต้องเป็นฉากหลังขาว แต่ตู้ที่เราใช้บริการนั้นมันเป็นฉากหลังสีน้ำเงิน! เดี๋ยวสิ ทำไมตอนดูรีวิวคนญี่ปุ่นบางตู้มันเป็นฉากหลังขาวฟะ ตอนแรกเรานึกว่าจะมีฉากหลังให้เปลี่ยนด้วยเราก็พยายามมองหาเผื่อมันมีฉากที่ดึงลงมาได้ แต่มันไม่มี! 

ทำไงล่ะทีนี้ 1,500 เยนตู ถ้าไม่มีฉากหลังขาวให้ทำไมมันถึงมีออฟชั่นให้เลือกถ่ายประเภทวีซ่าได้ เอาวะ แต่ไหนๆ ด้วยความที่จ่ายเงินไปแล้วก็ต้องลองถ่ายดูกันค่ะ อยากรู้เหมือนกันว่ามันจะเป็นยังไงต่อไป

พอถึงขั้นตอนถ่ายรูป บริเวณหน้าจอจะมีวงกลมสีแดงเป็นไกด์ไลน์ว่าหน้าของเราควรอยู่ที่ระดับประมาณไหน เราก็ปรับเก้าอี้ให้ได้ระดับที่พอดีกับหน้าจอโดนการหมุนเอาค่ะ หมุนๆๆ มันเข้าไป เมื่อพร้อมแล้วก็เลือกปุ่มสีเขียวเพื่อกดถ่าย โดยตู้ถ่ายรูปอัตโนมัติจะถ่ายให้เรา 3 ครั้ง 

จังหวะที่กำลังนับถอยหลัง 3…2…1…เกิดเหตุการณ์บังเอิญขึ้น! 

ขณะที่อินี่กำลังทำหน้าสวยสุดชีวิตจู่ๆ ลมพัดม่านเปิด! แล้วดันเป็นช่วง Rush Hour พอดีอีก! กรี๊ดดดด พอจะหันไปรีบปิดม่านเผลอสบสายตากับหนุ่มซาราลี่แมนสุดหล่อที่เดินผ่านมาพอดีอีก แล้วก็ "แชะ!" เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นพร้อมกับแสงแฟลชที่สว่างวาบไปทั่วห้อง อะไรจะจังหวะซิตคอมเบอร์นี้ แน่นอนว่าพังตั้งแต่รูปแรก!


หลังที่เราถ่ายไปหลายเทคจนได้รูปที่พอใจ ก็เลือกรูปที่ดีที่สุดค่ะ สมแล้วที่เป็นการรีทัชระดับ Excellent เนียนจนจมูกแทบหาย 5555 แล้วขั้นตอนต่อไปก็เป็นการเลือกสีฉากหลังนั่นเอง อ๋อออ เข้าใจแล้วมิน่าล่ะถึงไม่มีฉากหลังให้เปลี่ยน พอลองคลิกฉากหลังสีขาวดู เอ๊ะทำไมตรงขอบไหล่มันยังมีขอบน้ำเงินๆ ฟ้าๆ อยู่นิดหน่อย อิคนคิดตู้ของแบรนด์นี้ตาบอดสีรึเปล่า ทำไมสีขาวมันดูเทาๆ ยังไงชอบกล นี่ขาวสุดแล้วจริงดิ!?

ความกังวลมันเริ่มกลับมาอีกแล้วค่ะ แต่ก็ทำใจเย็นคิดว่าภาพหน้าจอมันภาพใหญ่อาจจะเป็นอย่างนี้ก็ได้ พอเรากดปรินท์รูปก็รอรับประมาณ 5 นาที รูปก็จะปรินท์ออกมาให้โดยเรารับรูปได้จากช่องข้างหน้าตู้เลย 

และนี่คือรูปที่ได้…

ท๊าดาาาาาาาาาาาา!!!

ร้องไห้มั้ยคะให้ทาย…

หาความขาวของฉากหลังไม่เจอเลยจริงๆ...

เอาล่ะ! มาสรุปรีวิวกันดีกว่าค่ะ สำหรับตู้ถ่ายรูปอัตโนมัติซึ่งมีหลายแบรนด์มาก ใครที่อยากได้รูปฉากหลังขาวล่ะก็ควรหาตู้ที่มีฉากหลังขาวตั้งแต่แรกดีกว่าถ้าไม่อยากเจอปัญหาแบบเรา โชคดีที่เราเลือกเอาแบบมีไฟล์ลงคอมด้วย สุดท้ายอินี่เลยต้องมารีทัชทำพื้นหลังขาวเองจ้า จะเรียกว่าคุ้มดีมั้ยเนี่ย สำหรับสาวๆ ควรเก็บผมให้ดีไม่ปล่อยให้เป็นยัยเพิ้งแบบเราไม่งั้นจะพังเหมือนรูปข้างบนนะคะ ตู้มันไม่มีฟังก์ชั่นลบผมฟูให้นะเออ

ใครที่อยู่ญี่ปุ่นแล้วกำลังต้องการรูปถ่ายสำหรับราชการล่ะก็ลองไปใช้บริการกันดูนะคะ เป็นอะไรที่สะดวกสุดๆ แต่มีข้อแม้อย่างเดียว "เลือกตู้ผิดชีวิตเปลี่ยนค่ะ!"

สุดท้ายนี้หากใครมีคำถามข้อสงสัย หรืออยากพูดคุยกับเราล่ะก็สามารถติดต่อไปได้ทางเพจด้านล่างนี้เลยค่ะ ตอนนี้เราได้รับมอบหมายให้เป็นแอดมินดูแลเพจหนึ่งอยู่ ใครที่สนใจยังไงก็ฝากแวะเวียนเข้าไปกดไลค์กันด้วยนะคะ ทุก 1 ไลค์ของเพื่อนๆ มีค่ากับเราค่ะ :)

PAGE คุณชอบอะไรของญี่ปุ่น? : https://www.facebook.com/mooi.ipu

Instagram : https://www.instagram.com/katerumrsn/

ขอขอบคุณรูปภาพประกอบบทความจาก

  • https://gakumado.mynavi.jp/gmd/articles/48961
  • https://hashio-wataru.com/photo-machine/
  • https://kuroyagikun.com/take-id-photo-with-kirei/