l เกี่ยวกับความรัก

รู้แล้วจะเข้าใจแฟนญี่ปุ่นมากขึ้น

รู้แล้วจะเข้าใจแฟนญี่ปุ่นมากขึ้น

By , วันเสาร์, 04 กุมภาพันธ์ 2560

เรื่องเกี่ยวกับผู้ชายญี่ปุ่น ที่ผู้หญิงรู้แล้วจะเข้าใจแฟนญี่ปุ่นมากขึ้น

การคบกันของคน 2 เชื้อชาติ นอกจากเรื่องความแตกต่างกัน

ระหว่างเพศชายและเพศหญิง ยังมีความแตกต่างทางด้านวัฒนธรรม

และสังคมที่มีรายละเอียดเยอะมาก หลายๆครั้งที่ทำให้ไม่เข้าใจหนุ่มประเทศนี้

ทั้งๆที่พยายามจะเข้าใจ ไม่ใช่แค่เข้าใจยากธรรมดานะ แต่มันย้ากกก…..ยากกกกกก

เริ่มคบกันมีปัญหาแบบนี้ คบกันไปสักพักปัญหาเป็นอีกแบบ

แต่งงานกันไปแล้วสารพัดปัญหาอื่นที่ตามมาเป็นขบวน

โดยเฉพาะรักริมฝั่งโขง เห้ย…ไม่ใช่!!! ต้องเรียกว่า "รักกับหนุ่มแดนอาทิตย์อุทัย"

อย่างว่าชีวิตคู่ไม่มีอะไรเรียบง่าย เหมือนดั่งโบราณที่ว่า

"คนในอยากออก คนนอกอยากเข้า"

แหม…เรื่องแบบนี้ต้องเจอกับตัวเองสิถึงจะรู้ ชิมิ(-^.^-) (-^.^-)

วันนี้ต้ามาเขียนบอกเล่าเรื่องราวประสบการณ์

"ทำอย่างไรให้มีความสุขกับชีวิตรักข้ามเชื้อชาติ" เพื่อให้ชีวิตคู่รักเข้าใจ

และรักกันแน่นเเฟ้นขึ้น ทั้งนี้โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะคะ (^___^)


มองข้ามจุดเล็กจุดน้อย

ความสัมพันธ์รักทางไกล ว่าไกลกันมากพอแล้วแต่อย่าให้รู้สึกต้องไกลกันอีกเลย

เลยต้องมีการวางกฎเกณฑ์เพื่อให้ความสัมพันธ์ราบรื่นในการคบหากันระหว่างคุณและเขา 

เช่น ต้องไลน์หาหลังเลิกงาน ต้องโทรคุยก่อนนอน ต้องบลาๆๆๆๆ

แต่ก็ไม่มีใครสามารถทำได้ตลอดเวลา บางครั้งอาจอาจเหนื่อยล้าจากการทำงาน

เจอสภาวะกดดันจากสังคมหรือสิ่งรอบข้างใกล้ตัว ทำให้ไม่สามารถ

รักษามาตรฐานกฎเกณฑ์ที่ตั้งขึ้นไว้ได้ตลอดเวลา การมองจุดเล็กๆน้อยๆ

ข้ามข้อบกพร่องไปบ้าง มองแฟนในแง่ดีบ้าง มีความเข้าอกเข้าใจกัน

(แต่ไม่ใช่ว่าให้หลับหูหลับตาเชื่อไปทุกอย่างนะจ้ะที่รัก)

ให้อิสระแก่กันบ้าง อ่ะ…แต่ยูก็ต้องรู้ขอบเขตนะคะ อะไรประมาณนี้

มันจะให้ความรู้สึกว่าไม่รู้สึกอึดอัดที่จะคบหาดูใจกันนั่นเอง



ผู้ชายจะมีความสุขเมื่อได้รับความสุขพื้นฐาน

เอ….แล้วความสุขพื้นฐานที่ว่านี่คืออะไรหว่า…ที่ผู้ชายอยากได้??

ง่ายๆก็คือ อาหาร ความบันเทิง และ เรื่อง 18+ นั่นเอง

ตรงนี้ต้าสังเกตจากแฟนญี่ปุ่นของต้าเอง วันหยุดที่ได้นอนพักผ่อนเต็มที่

ตื่นขึ้นมา อาหารก็พร้อมอยู่บนโต๊ะ หลังจากทานข้าวอิ่ม

ถึงเวลาสร้างความบันเทิงให้ตัวเอง ไม่ว่าจะพักผ่อน นอนหลับ

ดูหนัง ฟังเพลงหรือเล่นเกมก็ว่ากันไป

เขามักจะบอกว่ามีความสุขที่ได้พักผ่อนอยู่บ้านพร้อมเราเสมอ

….ใช่ซี้ (เสียงสูง) มีคนคอยดูแลทุกอย่างตั้งแต่ตื่นยันเข้านอน  (>///< )

นอกจากแฟนต้า ยังมีครอบครัวเพื่อนร่วมงานคนญี่ปุ่นที่อยู่ตึกเดียวกัน

ได้มีโอกาสพูดคุยกันบ้าง ตามแต่โอกาส บรรดาพ่อบ้านญี่ปุ่น

นี่ชมภรรยาเปาะ ว่าดูแลสามีไม่ขาดตกบกพร่อง

กลับมาบ้านภรรยาทำอาหารเตรียมไว้ พร้อมเบียร์เย็นๆ

บ้านสะอาดสะอ้าน "โชคดีที่ได้เมียไม่ขี้บ่น ฮ่าๆๆๆ"

แหม…ถ้าไม่ทำตัวให้น่าบ่นก็ไม่มีแม่บ้านคนไหนเขาอยากบ่นหรอกค่ะ! เฮอะๆ

บางครอบครัวมีลูกเล็กๆ หลังจากคุณพ่อกลับมาจากที่ทำงาน

มักเล่นกับลูกๆ แค่เห็นหน้าลูกจากที่เหนื่อยมาจากข้างนอก ก็หายเป็นปลิดทิ้ง

คุณพ่อบ้านญี่ปุ่นมักบอกเสมอว่า "ความสุขคือเวลาที่อยู่บ้าน"

ส่วนเรื่อง 18+ ถ้าหากว่าสิ่งที่เขาต้องการและคุณสามารถให้ได้

โดยที่ไม่รู้สึกอึดอัดทั้ง 2 ฝ่าย เพียงเท่านี้ก็ทำให้ชีวิตคู่มีความสุขแล้วค่ะ

(ยกเว้นกรณีที่ผู้ชายไม่รู้จักพอ) แต่ประเด็นนนี้ใครอยู่ในวัยเรียนข้ามก็ข้ามไปก่อนเนอะ (^___^)



ผู้ชายมีอารมณ์แปรปรวนได้เหมือนกันและต้องการพื้นที่ส่วนตัว

จริงๆ ผู้ชายญี่ปุ่นก็มีอารมณ์แปรปรวนได้เหมือนกันกับผู้หญิง

เพียงแต่จะเก็บอารมณ์ได้ดีกว่าผู้หญิงเท่านั้นเอง 

แต่บางครั้งก็อาจแสดงอาการรุนแรง หรือแสดงพฤติกรรมแย่ๆมากกว่าผู้หญิงด้วยซ้ำ 

ถ้าหากไม่เข้าใจตรงจุดนี้อาจทำให้ทะเลาะกันได้ง่ายๆ 

สังเกตว่าถ้าเขาไม่พร้อมคุยหรือสนทนากับเรา ลองปล่อยให้เขาอยู่กับตัวเอง 

เพราะคนทุกคนมีปัญหา มีความทุกข์เหมือนกันหมด

จะต่างกันที่ปัญหา และความทุกข์ของแต่ละคนไม่เหมือนกันนั่นเอง

เราต่างก็อยากมีพื้นที่ส่วนตัวเล็กๆ บางคนอาจอยากอยู่เงียบๆ นอนเฉยๆ

อ่านหนังสือ ทำอะไรคนเดียว เช่นเดียวกับคุณพ่อและคุณแม่แฟนญี่ปุ่นของต้า

ตั้งแต่แต่งงานกันใหม่ๆจนปัจจุบัน ก็ยังต้องมีพื้นที่ส่วนตัวให้กัน

โดยคุณพ่อจะมีห้องทำงานและห้องพักผ่อนส่วนตัว

ถ้าเข้าห้องนี้หมายความว่าถ้าไม่มีเรื่องด่วนหรือธุระสำคัญ

อย่าไปรบกวน เช่นเดียวกับคุณแม่จะมีห้องส่วนตัวไว้พักผ่อน

ดูละคร ดูแลความสวยความงามตามประสาผู้หญิง

ต่างคนต่างให้พื้นที่ส่วนตัว และเคารพซึ่งกันและกัน

เมื่อไหร่ที่ต้องทำหน้าที่สามีภรรยา หน้าที่พ่อและแม่

ทั้งสองก็จะกลับมาจากพื้นที่ส่วนตัว และทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด

คนเราไม่ว่าจะสนิทกันแค่ไหน คบกันมานานกันเท่าไหร่

เราต่างก็ต้องการพื้นที่ส่วนตัวให้ตัวเองบ้างเป็นครั้งคราว (^__^)



หาคำชมในแบบที่ผู้ชายเขาชอบ

ผู้ชายญี่ปุ่นเองชอบที่ฟังคำชมไม่ต่างจากผู้หญิงอย่างเราๆ

เพียงแต่ว่าคำชมนั้นไม่ดูเวอร์วังเกินจริงหรือดูประดิษฐ์มากมาย

แค่พูดให้เขารู้สึกดีที่ทำไมเขาถึงพิเศษกว่าผู้ชายคนอื่นทั่วไป

และเลือกเขามาเป็นแฟน ต้าเองก็ชอบชมแฟนญี่ปุ่นตัวเองบ่อยๆ

เช่น เวลาที่เขาไปตัดผม (ปกติไม่ชอบตัด) ต้าจะชมว่า

"ตัวเองเนี้ยหล่อเหมือน เดวิค แบคแฮ่ม สมัยหนุ่มๆเลยน้าาาา"

อิแฟนสวนกลับทันที "อย่ามาสตรอเบอรี่"

อ้าววว…รู้ทัน ฮ่าๆๆๆ เอาเป็นว่าหล่อ ดูดี สไตล์เขานั่นแหละ

พุงอาจจะยื่นนิดๆ ตีนกาอาจขึ้นมาหน่อย เคราเยอะเหมือนโจรมุมตึก

แต่ก็ร้ากกก…เสมอ คริ คริ (-^.^-)

แฟนยืนทำหน้างง คงสงสัย….. "ตกลงนี่ชมหรือหลอกด่า" ฮ่าๆๆๆ



ถึงจะมีความแตกต่างกันมากเท่าไหร่ ถ้าเราและเขาพยายามที่จะปรับตัวเข้าหากัน

มายังจุดบาลานซ์ที่รู้สึกสบายๆ ไม่อึดอัดทั้งสองฝ่าย ความสัมพันธ์ก็จะราบรื่นและแน่นแฟ้นมากขึ้น

"บ่มีอีหยังมาพังทลาย ความฮักเฮาสองลงได้ แม้ดินสลายยังมั่นคงคือจั่งแรกเริ่ม"

คริ คริ (^0^) ทั้งนี้ต้องพิจารณาเป็นรายบุคคลไปนะคะ

ไม่ใช่ผู้ชายญี่ปุ่นทุกคนที่ต้ากล่าวมาจะเป็นแบบนี้ แนวนี้เป๊ะๆ

ต้าเพียงหยิบยกประสบการณ์ของตัวต้าเอง และคนรอบข้างเอามาเล่าสู่กันฟังเท่านั้นเอง...

อย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคู่ของคนอื่น เพราะประสบการณ์ชีวิตคนเราไม่เหมือนกัน 

เจอเรื่องราวไม่เหมือนกัน แต่เราเลือกที่จะสุขหรือทุกข์ได้ที่ตัวเราเอง

หากเจอคนอื่นเจอคู่ที่ดี ก็จงยินดีกับเขาแต่อย่าแสดงออกด้วยการอิจฉาและหาทางทำร้าย

หรือพูดให้ร้ายคนอื่น เพราะสุดท้ายสิ่งเหล่านั้นก็จะย้ายกลับมาทำร้ายตัวเราเอง


"โลกใบนี้เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ ถ้าไม่ออกเดินทางก็ไม่มีวันค้นพบ"

ถ้ามีโอกาสต้าไม่ลืมจะแวะมาอัปเดตแน่นอนค่ะ (^___^)(^___^)

ท้ายบล็อกต้ามีคลิปจากคุณทากะ ตามติดชีวิต "มนุษย์เงินเดือนญี่ปุ่น"

แต่ละวันต้องใช้ชีวิตยังไง ต้องเจออะไรบ้าง ตามไปดูในคลิปข้างล่างกันได้เลย

สำหรับวันนี้ บั้ยยย….บายยยยย….(^0^) (^0^)


บทความล่าสุด