l เกี่ยวกับความรัก

รวม 7 สถานที่ออกเดตแนะนำในโตเกียว

รวม 7 สถานที่ออกเดตแนะนำในโตเกียว

By , วันพุธ, 11 ธันวาคม 2562

สวัสดีค่ะเพื่อนๆทุกคน ตอนนี้ที่ญี่ปุ่นกำลังหนาวสุดๆ ไปเลยล่ะค่ะ ช่วงอากาศหนาวๆ แถมยังเป็นช่วงสิ้นปีใกล้เทศกาลคริสต์มาสแบบนี้ ช่างเป็นเดือนที่เหมาะแก่การไปเดตสุดๆ เลยใช่มั้ยล่ะคะ ใครที่มาญี่ปุ่นช่วงนี้อาจจะต้องตาร้อนกันหน่อย เพราะไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็จะเจอแต่เหล่าคู่รักเดินจับมือกันกระหนุงกระหนิงท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติกของแสงสียามค่ำคืน (ขออนุญาตกัดผ้าเช็ดหน้าด้วยความอิจฉาแป๊ปค่ะ) ว่าแต่เหล่าคู่รักเหล่านั้นส่วนใหญ่แล้วจะไปเดตที่ไหนกันล่ะ!?

วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปหาคำตอบกันค่ะกับสถานที่เดตยอดฮิตแนะนำในโตเกียวที่เราคัดสรรมาเพื่อทุกคนเป็นอย่างดี! รับรองว่าแต่ละที่นั้นเหมาะกับช่วงฤดูหนาวแบบนี้เป็นที่สุด มีที่ไหนบ้างไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ

1. Caretta Shiodome Winter Illumination

หากพูดถึงฤดูหนาวสิ่งที่คู่กันมาคือเทศกาลประดับไฟหรือที่เค้าเรียกกันว่า "Illumination" นั่นเองค่ะ สำหรับงานเทศกาลแสงสี Illumination ที่เราอยากแนะนำในครั้งนี้ คาดว่าเพื่อนๆ หลายๆ คนต้องเคยไปหรือเคยได้ยินชื่อมาบ้างกับ "Caretta Shiodome Winter Illumination" เทศกาลนี้ประดับประดาด้วยหลอดไฟ LED กว่า 250,000 ดวงซึ่งธีมของแต่ละปีจะเปลี่ยนไปทุกปี สำหรับงานประดับไฟสุดอลังการของปีนี้ก็กลับมาอีกครั้งในธีม "Arabian Night" จากภาพยนตร์เรื่อง Aladdin ซึ่งเพลงที่จะใช้ประกอบการแสดง จะเป็นซาวน์แทรคเพลง A Whole New World และ Speechless (2 ปีก่อนที่เราไปมาจัดธีม Beauty and the beast)

Caretta Shiodome Winter Illumination นั้นจัดงานต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 14 แล้วและได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติทุกปี โดยสถานที่จัดอยู่ที่ตึก Caretta Shiodome ค่ะ โดยเฉพาะแฟนๆ การ์ตูนดิสนีย์ไม่ควรพลาดเลยนะ

ระยะเวลาจัดงาน:14 พฤศจิกายน 2019 – 14 กุมภาพันธ์ 2020 (※ ยกเว้นวันที่ 1 และ 2 มกราคม 2020)

ช่วงเวลาประดับไฟ:

  • 14 พ.ย. 2019 – 31 ธ.ค. 2019 เวลา 17.00 – 23.00 น.
  • 3 ม.ค. 2020 -14 ก.พ. 2020 เวลา 18.00 – 23.00 น.

ค่าเข้าชม : ฟรี

วิธีการเดินทาง :

– โดยรถไฟใต้ดิน :

  • สาย Oedo ลงสถานี Shiodome และเดินต่ออีก 1 นาที
  • สาย Asakusa ลงสถานี Shimbashi และเดินต่ออีก 3 นาที
  • สาย Ginza ลงสถานี Shimbashi และเดินต่ออีก 5 นาที

– โดยรถไฟ JR : ลงสถานี Shimbashi และเดินผ่านทางเชื่อมใต้ดิน ประมาณ 5 นาที

2. Yokohama Christmas Market  

จะเข้าสู่ช่วงเทศกาลคริสต์มาสทั้งทีจะไม่เอ่ยถึงงานตลาดคริสต์มาสก็ยังไงๆอยู่ สำหรับตลาดคริสต์มาสนั้นมีจัดมากมายหลายที่ และคนไทยอย่างเราก็ไปทัวร์มาเกือบทุกที่ในโตเกียวและบริเวณใกล้เคียงมาแล้วค่ะ แต่สำหรับตลาดคริสต์มาสที่เราคิดว่าดีและอยากแนะนำมากที่สุดอยู่ที่โยโกฮาม่า คือ "Yokohama Christmas Market" นั่นเอง เพราะเป็นงานที่ค่อนข้างใหญ่กว่าที่อื่น แถมมีของกินเพียบเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเบียร์ ไส้กรอก จิบไวน์หรือโกโก้ร้อนอุ่นๆ คุณจะได้เดินเล่นชมร้านอาหารและร้านขายของกุ๊กกิ๊กนานาชนิดท่ามกลางตึกอิฐแดงและแสงไฟประดับพร้อมต้นคริสต์มาสขนาดยักษ์ภายในงาน สัมผัสกับบรรยากาศราวกับหลุดไปอยู่ในยุโรปเลยจริงๆ โรแมนติกสุดๆ ไปเลยล่ะงานนี้!

ระยะเวลาจัดงาน:22 พฤศจิกายน 2019 – 25 ธันวาคม 2019 เวลา 11.00 – 22.00 น.

ค่าเข้าชม : ฟรี

วิธีการเดินทาง :

  • สถานี Bashamichi (รถไฟสาย Minato Mirai)
  • สถานี Sakuragicho (รถไฟสาย JR)

3. YEBISU GARDEN PLACE WINTER ILLUMINATION  

เรายังคงอยู่กันที่ตลาดคริสต์มาสอีกเช่นเคยค่ะ สำหรับใครที่ไม่อยากไปไกลอย่างโยโกฮาม่า แต่อยากสัมผัสกับความอลังการของต้นคริสต์มาสและความโรแมนติกสุดๆ ล่ะก็ขอแนะนำที่ "Yebisu Garden Place" เลย ที่นี่เป็นตลาดคริสต์มาสที่จัดมาในบรรยากาศค่อนข้างหรูหราเลยค่ะ ภายในสถานที่จัดงานจะได้พบกับตลาดคริสต์มาสที่จำลองมาจากประเทศฝรั่งเศส (จัดถึงคืนวันที่ 25 ธันวาคม ระหว่างเวลา 12.00-20.00 น.) และต้นคริต์มาสขนาดยักษ์ สูงประมาณ 10 เมตรที่ลานหอนาฬิกาด้านหน้า เป็นแลนด์มาร์กที่ใครไปถึงแล้วต้องแวะไปถ่ายรูปค่ะ นอกจากนั้น บริเวณใกล้เคียงยังมีร้านอาหารมากมายให้ใครที่เต็มอิ่มกับบรรยากาศคริสต์มาสแล้วได้แวะทานอาหารกันอีกด้วยนะ

ระยะเวลาจัดงาน:2 พฤศจิกายน 2019 – 24 กุมภาพันธ์ 2020 เวลา 16.00 – 24.00 น.

ค่าเข้าชม : ฟรี

วิธีการเดินทาง : สถานี Ebisu จากนั้นให้เดินมาทาง Ebisu Skywalk ประมาณ 5 นาที

  4. Yomiuri Land

สถานที่เดตชื่อดังในช่วงฤดูหนาวไม่เพียงแต่ตลาดคริสต์มาสเท่านั้นค่ะ สำหรับสวนสนุกเองก็นิยมไม่แพ้กัน โดยเฉพาะสวนสนุกที่ขึ้นชื่อเรื่องไฟประดับที่มีความงดงามและอลังการสุดๆ ภายใต้ชื่อ "Jewellumination" สำหรับสวนสนุก Yomiuri Land นั้นเป็นสวนสนุกที่ใหญ่ที่สุดในโตเกียว (ไม่นับโตเกียวดิสนีย์รีสอร์ทนะคะ เพราะนั่นอยู่ในจังหวัดชิบะค่ะ) และทุกๆ ปีในช่วงฤดูหนาวจะมีงานประดับไฟในสีสันของอัญมณีที่ไม่สามารถหาดูที่ไหนได้นอกจากที่นี่จัดขึ้น ใครที่กลัวว่าไปชมไฟเฉยๆ แล้วจะเบื่อล่ะก็ต้องไปที่นี่เลยค่ะ เพราะมีเครื่องเล่นและโชว์มากมายให้คุณได้สัมผัสพร้อมกับชมไฟประดับไปพร้อมๆ กันเลย โดยส่วนตัวเราเองก็ไปมาหลายครั้ง และไม่มีครั้งไหนที่รู้สึกเบื่อเลยค่ะ อยากรู้ว่าที่นี่มีอะไรน่าสนใจบ้าง สามารถอ่านได้ที่บทความเก่าของเรา ที่นี่ เลยค่ะ

ระยะเวลาจัดงาน:24 ตุลาคม 2019 – 6 พฤษภาคม 2020 (※ หยุด 1 พ.ย. 2019, 20-23 ม.ค. และ 4-6 ก.พ. 2020)

เวลาเปิดไฟประดับ:16.00 – 20.30 น. (14-25 ธ.ค. ถึง 21.00 น.) ※เปิดทำการปกติในช่วงเวลากลางวัน

ค่าเข้าชม :

  • One Day Pass ผู้ใหญ่ : 5,400 เยน / เด็กมัธยม 4,300 เยน
  • เฉพาะค่าเข้า (ไม่รวมเครื่องเล่น) : ผู้ใหญ่ 1,800 เยน / เด็กมัธยม 1,500 เยน
  • Night Pass (หลัง 16.00 น.) ค่าเข้า + โชว์ + รวมเครื่องเล่นไม่อั้น : 2,500 เยน / เด็กมัธยม 1,700 เยน
  • เฉพาะค่าเข้า (ไม่รวมเครื่องเล่น) หลัง 16.00 น. : 1,500 เยน / เด็กมัธยม 800 เยน

วิธีการเดินทาง : จากสถานี Shinjuku ขึ้นรถไฟสาย Keio มาลงที่สถานี Chofu และต่อรถไฟสาย Keio Sagamihara ลงที่สถานี Keio Yomiuriland ใช้เวลา 21 นาที และต่อกระเช้า Gondola หรือ รถบัสอีก 5-10 นาที

 5. Sumida Aquarium

หากพูดถึงสถานที่เดตอีกแห่งที่ขาดไม่ได้เลยในญี่ปุ่น นั่นก็คือ "พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ" ค่ะ และสำหรับพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่สุมิดะ (บริเวณ Tokyo Skytree) ก็ได้จัดอีเวนต์สุดพิเศษ ภายใต้ธีม "Snow and Jellyfish" ที่เข้ากับช่วงฤดูหนาวนี้เป็นอย่างดี โดยที่คุณจะได้สัมผัสกับอุโมงค์กระจก กำแพงแมงกะพรุนแฟนตาซีท่ามกลางฉากปุยหิมะตก และยังมีผลงานการจัดแสดงอีกมากมายที่คุณเห็นแล้วจะต้องทึ่งไปกับความอลังการและงดงามของแสงสีนี้ ภายในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำยังมีคาเฟ่ให้คุณได้แวะพักอีกด้วยนะคะ โดยคาเฟ่นั้นชื่อว่า "เพนกวิ้นคาเฟ่" อยู่ที่บริเวณชั้น 5 โดยเมนูที่คุณต้องลองเลยก็คือ "Snow and Jellyfish Soda" เมนูพิเศษนี้ได้ใช้แสง LED ส่องทำให้เห็นเป็นเหมือนแมงกะพรุนลอยอยู่ในน้ำ บอกเลยว่าเหมาะกับการนำไปอัพรูปเก๋ๆ ลงอินสตาแกรมสุดๆ เลยล่ะ

ระยะเวลาจัดงาน:16 พฤศจิกายน 2019 – 27 กุมภาพันธ์ 2020

เวลาทำการ:9:00 - 21:00 น.

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ : 2,050 เยน / เด็กมัธยม 1,500 เยน / นักเรียนมัธยมต้นและนักเรียนประถม 1,000 เยน

วิธีการเดินทาง : นั่งรถใต้ดินสาย Asakusa หรือ Hanzomon ลงที่สถานี Oshiage (SKYTREE) 

6. MORI Building DIGITAL ART MUSEUM

สำหรับคู่รักที่เป็นสายถ่ายรูปหรือสายอาร์ตต้องแวะมาที่นี่เลยนะคะกับ MORI Building DIGITAL ART MUSEUM "teamLab Borderless" คาดว่าหลายๆ คนคงเคยได้ยินชื่อกันมาเยอะแล้ว คุณจะได้ดื่มด่ำกับความอาร์ตและความอลังการของแสงสีเสียงเต็มรูปแบบกับผลงานทางศิลปะอันเป็นเอกลักษณ์ที่หาชมได้เฉพาะที่นี่เท่านั้น การผสมผสานของเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของดิจิทัลและงานศิลปะทำให้ไม่เบื่อเลย ใครที่ไปรับรองว่าจะต้องมีรูปคู่แบบชิคๆ ให้คนอื่นได้อิจฉากันอย่างแน่นอนค่ะ

เวลาทำการ:10:00 น. - 19:00 น. ※เวลาทำการอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล
วันหยุด : วันอังคารสัปดาห์ที่ 2 และสัปดาห์ที่ 4 ของเดือน
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 3,200 เยน / เด็กมัธยม 1,000 เยน
วิธีการเดินทาง : เดินเท้า 5 นาทีจากสถานี Tokyo Teleport Station สาย Rinkai หรือสถานี Aomi สาย Yurikamome 

 7. Lake Sagami Pleasure Forest

สำหรับงานประดับไฟ Illumination มีหลายที่ก็จริง แต่หลายคนอาจจะสงสัยว่าแล้วที่ใหญ่ที่สุดอยู่ที่ไหนล่ะ สำหรับงานประดับไฟที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคคันโตนั้นไม่ไกลจากโตเกียวเลยค่ะ สามารถเดินทางได้ที่ "Lake Sagami Pleasure Forest" โดยงานประดับไฟนี้มีชื่อว่า "Sagamiko Illumilion" ภายในงานคุณจะได้พบไฟประดับหลากสีสัน จำนวน กว่า 6 ล้านดวงทั่วทั้งป่าเลย แถมไม่เพียงแค่ชมไฟอย่างเดียว ที่นี่ยังมีเครื่องเล่นและโชว์ต่างๆ ให้คุณได้สนุกสนานกันอีกด้วย

ระยะเวลาจัดงาน:2 พฤศจิกายน 2019 - 5 เมษายน 2020
เวลาทำการ:วันจันทร์-ศุกร์ 16.00 – 21.00 น. / วันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุด 16.00 – 21.30 น.
ค่าเข้าชม :
  • Night Free Pass : ผู้ใหญ่ 2,600 เยน เด็ก 2,000 เยน
  • ค่าผ่านประตู : ผู้ใหญ่ 1,000 เยน / เด็กมัธยม 700 เยน ※ กรณีไม่รวมค่าเครื่องเล่น และสำหรับวันเสาร์อาทิตย์ และช่วงวันที่ 1-3 ม.ค. บวกราคาเพิ่ม 200 เยน
วิธีการเดินทาง : จากสถานี Shinjuku ขึ้นรถไฟด่วน สาย JR Chuo (มุ่งหน้าไปทาง Otsuki) วิ่งตรงมาลงที่สถานี Sagamiko จากนั้นต่อรถบัส (มุ่งหน้าไปทาง Mikagi) ลงที่ป้าย Pleasure Forest

นี่เป็นเพียงสถานที่ออกเดตแนะนำบางส่วนเท่านั้น สำหรับใครที่กำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวแนวใหม่ในโตเกียวที่ไม่ได้มีแค่วัดอาซาคุสะ โตเกียวทาวเวอร์ อุเอโนะ ชิบูย่า ฮาราจุกุหรือชินจูกุล่ะก็ ไม่ควรพลาดเลยล่ะค่ะ ลองไปสัมผัสกับบรรยากาศและงานเทศกาลในช่วงฤดูหนาวที่หาไม่ได้ในประเทศไทยกันดูดีมั้ยคะ

หากใครมีคำถามข้อสงสัย หรืออยากอ่านบล็อกเก่า ๆ ที่เราเคยเขียน สามารถแวะเข้าไปดูได้ที่เพจของเรา ไว้เจอกันใหม่บล็อกหน้าค่า ~
PAGE : https://www.facebook.com/rumraisinblogger/

ขอขอบคุณรูปภาพประกอบบทความ :

  • http://jpninfo.com/62916
  • http://borderless.teamlab.art/
  • http://sagaswhat.com/sagamiko_2/
  • http://thetv.jp/news/detail/165963/968093/
  • http://www.jalan.net/news/article/410914/
  • http://www.yokohama-akarenga.jp/christmas/
  • http://www.jnto.go.jp/ph/spot-activity/kanto/tokyo/shibuya/ebisu-garden-winter-illumination-and-baccarat/
  • http://dennisamith.com/2018/11/16/the-one-about-the-tokyo-christmas-illumination-2018-part-2-caretta-shiodome-winter-illumination-2018-november-15-2018-february-14-2019/