l เกี่ยวกับความรัก

โดนผู้ชายญี่ปุ่นขอไลน์ตามถนนควรให้หรือเดินหนี

โดนผู้ชายญี่ปุ่นขอไลน์ตามถนนควรให้หรือเดินหนี

By , วันอังคาร, 03 มีนาคม 2563

​เขาว่ากันว่าผู้ชายญี่ปุ่นนั้นขี้อาย ไม่ค่อยกล้าจีบผู้หญิงก่อน ซึ่งมันก็เป็นความจริงแต่ไม่ทั้งหมด 

ก็มันมีเยอะแยะไปที่ผู้ชายเข้าหาผู้หญิงก่อน แต่ถ้ามองภาพรวมเหมือนผู้หญิงจะเป็นฝ่ายรุกมากกว่า 

แล้วสังคมญี่ปุ่นส่วนใหญ่มักจะซ่อนและเก็บความรู้สึกจริงๆของตัวเอง บางครั้งเลยดูค่อนข้างเย็นชา

กับแฟนหรือภรรยาเท่าที่เจ๊เห็นคนรุ่นใหม่เดี๋ยวนี้กล้าแสดงออกในเรื่องของความรู้สึกมากขึ้น

แต่จะไม่ค่อยออกสื่อออกโซเชียลเท่าไหร่ มีสาวญี่ปุ่นที่คบหนุ่มไทยมาปรึกษาบ่อยๆ

เพิ่งจะคบกันแต่พาไปหาพ่อแม่แล้ว พวกนางตกใจ อีกอย่างไลน์หาตลอดและชอบส่งข้อความหวานๆมาบ่อยๆ

ชอบไหม?? ชอบบบบบบบบจ้าาาาาา......อ่ะอ่ะอ่ะๆๆๆ

เกริ่นมาซะยาว มาเข้าเรื่องกัน เวลาที่เจอผู้ชายเข้ามาทัก ขอไลน์ 

ขอเบอร์ตามถนนหรือในที่สาธารณะ แนะนำให้ระวังตัวไว้ก่อนจะดีกว่า 

ประสบการณ์คนอื่นไม่รู้นะ แต่เท่าที่เจ๊และคนรอบข้างเจอคือ "ไม่ค่อยโอเค" 

เพราะส่วนใหญ่มักจะชวนไปทำงานบาร์ นั่งดริ๊ง นั่งดื่ม ชงเหล้าให้ลูกค้า 

คนพวกนี้เป็นเหมือนพวกนายหน้า หาคนไปทำงานก็ได้เงินค่านายหน้าล่ะ 

เพราะแค่ประกาศรับสมัครอย่างเดียว หาคนไปทำงานมันยากไง เลยต้องใช้วิธีเชิงรุก 

มักจะให้ผู้ชายหน้าตาดี (แต่ก็ไม่ทุกคน) แต่งตัวดี ไปชวนไปหว่านล้อมมาทำงาน 

ประเภทชวนไปเที่ยวบาร์โฮสก็มี หนักสุดชวนไปเล่นหนัง AV เลยจ้าาาา….มีจริงๆนะ ไม่ได้พูดเล่น!!!

ที่ญี่ปุ่นเราเรียกคนชวนประเภทนี้ว่า "นันปะ" หรือประเภทล่าแต้ม หาคู่ขาคู่นอนแข่งกันก็มีเหมือนกัน 

ทีนี้วิธีชวนมันก็มีหลายวิธี บางคนก็ชวนกันตรงๆ "ทำงานสบาย รายได้ดี 

แค่แต่งตัวสวยๆเอนเตอร์เทนลูกค้า (คล้ายงาน N ที่ไทยเรียกกันนั่นล่ะ)" เพื่อนเจ๊และคนรู้จักที่เป็นฝรั่งหน้าตาดี

มักจะโดนชวนแบบนี้บ่อยมาก อาจเพราะเห็นเป็นฝรั่งมั้งเลยชวนตรงๆ 

แต่สำหรับเจ๊และเพื่อนเอเชียคนอื่น จะไม่โดนชวนตรงๆ จะเข้ามาในลักษณะจีบหรือขอเป็นเพื่อน 

ชวนออกไปเที่ยว ไปดื่มไปกินข้าวในโตเกียวนี่แหละ มีวันหนึ่งเจ๊กลับบ้านดึกเกือบๆเที่ยงคืน 

อยู่ๆมีผู้ชายเดินตามแล้วก็ทัก นี่ก็หันซ้ายหันขวาว่าเขาทักใคร อ้าวว…เขาทักเรา ฮ่าๆๆ 

"หมวกสวยดีนะ ซื้อที่ไหนเหรอ??" ชี้ไปที่หมวกบนหัวเจ๊

"ที่ชอป Adidas อ่ะ แถวๆนี้แหละ" กำลังจะเดินหนี

"เอ่อ…พาไปซื้อหน่อยซิ" เดินมาดักข้างหน้าไว้

"โหยยย ร้านปิดแล้วมั้ง ดึกปานนี้แล้ว"

"เอ่อ…เนอะ แล้ว มาทำอะไรที่ญี่ปุ่นอ่ะ มีแฟนที่นี่เหรอ??" เขยิบเข้ามาใกล้

(เจ๊ยิ้ม) "มาเรียน!! "

"โหหหห!! งั้นก็คงรวยสิท่า"

"ใช่!! รวย! ไม่ใช่รวยธรรมดานะ รวยมว๊ากกกกกก!!"

"งั้นขอไลน์หน่อยซิ" หยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกง

"ขอถามแฟนก่อนนะ พอดีแฟนเป็นทหารที่นี่อ่ะ ขี้หึงนิดหนึ่ง" ยิ้ม

"เอ้าเหรอ?? งั้นไม่เป็นไร ไปล่ะ" แล้วก็เดินออกไปเลย 

ความจริงคือ --> เจ๊ก็โม้ให้ดูยิ่งใหญ่เอาตัวรอดไปงั้นแหละ จริงๆไม่มีหรอก ฮ่าๆๆ 


**ที่ญี่ปุ่นเขาจะไม่เรียกทหารว่าทหาร งงม่ะ? แต่จะเรียกว่า "กองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น หรือ JSDF" 

** ส่วนข้อมูลอื่นๆลองหาอ่านดูเอาเองเนอะว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น 

เจ๊เองก็เคยเห็นอยู่นะที่ญี่ปุ่น ขับรถขนอะไรสักอย่าง การแต่งตัว รถที่ใช้ก็เหมือนทหารแหละ 

ว่าแล้วเจ๊เองก็เคยคุยกับหนุ่มในค่ายเหมือนกัน ฮ่าๆๆ อิเจ๊นี่มันวร๊ายยยย!! ก็สไตล์ทหารอ่ะเนอะ 

ระเบียบจัด รักษาเวลาเป๊ะยิ่งกว่านาฬิกา กฎคือกฎ คำพูดคือคำพูด เจ๊ขอให้เขาส่งรูปตอนที่ใส่ชุดทหาร

หรือตอนฝึกให้ดู เขาอ่านแล้วก็เงียบไป 2 วัน เจ๊ก็เริ่มคิดมาก เขาห้ามป่ะว่ะ? กฎของค่ายหรือเปล่า 

ห้ามส่งรูปภายในให้คนภายนอกดูอะไรประมาณนั้น แต่...วันที่ 3 เขาก็ส่งรูปให้ดูตอนกำลังฝึก ใส่ชุดทหารถือปืน ฮ่าๆๆๆ 

อีกเรื่องแล้วกัน อันนี้เจอทักตอนกลางวัน เจ๊ปั่นจักรยานสภาพพังแหล่ไม่พังแหล่ กำลังจะไปเรียน 

เจอผู้ชายปั่นจักรยานมาสะกิดไหล่ บอกรถเจ๊อ่ะสวย โหหห..ซื้อจากที่ไหนเนี๊ยย… 

ลงจากจักรยานตัวเองมาชื่นชมจักรยานพังๆเจ๊ แต่เจ๊หันไปดูจักรยานที่เขาใช้....คืออย่างแพงอ่ะ 

ดูก็รู้ว่าแกล้งชม ฮีบอกอยากรู้จักเจ๊ อยากเป็นเพื่อนกับคนต่างชาติและสุดท้ายขอไลน์ อ่ะก็ให้ไป 

ไม่นานฮีก็ไลน์ชวนออกไปข้างนอก อยากฝึกพูดภาษาอังกฤษ เจ๊ก็ไปนะแต่เลือกไปนั่งกินไอติมในห้างแทน 

ตอนนั้นยังไม่มีประสบการณ์ไง พอกินไปคุยไปสักพัก เขาเริ่มขยับมานั่งใกล้ๆ เริ่มเอามือมาแตะตัวเจ๊ทีละนิ้ว 

พอเห็นว่าเจ๊ไม่ว่าอะไร ก็เริ่มมาหลายๆนิ้ว จนแทบจะโอบทั้งตัวอยู่ล่ะ เจ๊เพิ่งจะรู้ตัวว่ามันผิดปกติ!! อ่ะอ่ะอ่ะๆ 

เลยบอกว่ามีธุระต้องรีบกลับ ฮีเองคงชั่วโมงบินสูงแหละ เดาสถานการณ์ออก พอเขาจ่ายเงินเสร็จ 

เจ๊ก็ยื่นเงินในส่วนของเจ๊ให้ ฮีทอนให้เจ๊ไม่ครบอ่ะ ขาดตั้ง 100 เยน!! ถือซะว่าเลี้ยงผู้ชาย! อ่ะอ่ะอ่ะๆ 

เอาเรื่องนี้ไปปรึกษากับเพื่อนฝรั่ง มารู้ทีหลังว่านางเจอแบบนี้บ่อยมาก นางตอบสั้นๆว่า 

"เชื่อจริงๆเหรอว่าคนที่เข้ามาทักแบบนี้ เขาอยากเป็นเพื่อนกับเราจริงๆ" ก็จริงของนาง

ไม่ใช่ว่าเจ๊เอาด้านไม่ดีของสังคมญี่ปุ่นมาประจานหรืออย่างไร เจ๊แค่อยากแชร์และแบ่งปันประสบการณ์

เผื่อใครเจอเหตุการณ์คล้ายๆกันจะได้ระวังตัวมากขึ้น! สมัยนี้คนเรามันรู้หน้าไม่รู้ใจอ่ะนะ


รัก

เจ๊ศรี    สีทนได้