l เกี่ยวกับความรัก

เล่าประสบการณ์ การเข้าร้านนัดบอด "ไอเซกิ" ในญี่ปุ่นครั้งแรก

เล่าประสบการณ์ การเข้าร้านนัดบอด "ไอเซกิ" ในญี่ปุ่นครั้งแรก

By , วันอาทิตย์, 24 พฤศจิกายน 2562

เพื่อนๆเคยได้ยินชื่อร้าน "ไอเซกิ" กันมั้ยคะ

ก่อนอื่นเลย เราขอแนะนำก่อนว่าร้าน "ไอเซกิ" หรือชื่อเต็มๆว่า "ไอเซกิยะ (相席屋)" นั้น เป็นร้านแนวคล้ายๆนัดบอด คือเราต้องนั่งร่วมกันกับคนแปลกหน้าต่างเพศค่ะ โดยคำว่าไอเซกิแปลว่าการนั่งโต๊ะเดียวกัน สำหรับคอนเซ็ปต์ร้านเลยก็คือการนำพาหนุ่มสาวให้มาพบกัน และได้มีช่วงเวลาที่สนุกร่วมกันนั่นเอง

ร้านไอเซกินั้นมีแพร่หลายมากในญี่ปุ่น เนื่องด้วยวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ค่อนข้างเปิดรับกับเรื่องความรักและการหาคู่ จึงทำให้มีลูกค้าเป็นจำนวนมาก และสาเหตุหลักที่เป็นที่นิยมในหมู่สาวๆ เลยคืออะไรรู้มั้ยคะ คำตอบคือ "ผู้หญิงฟรีทุกอย่างยังไงล่ะ"

"อยากไปไอเซกิอ่ะ แก ลองไปร้านไอเซกิกันมั้ยเดี๋ยวพาไป"

นี่เป็นคำชักชวนจากเพื่อนสาวเราผู้เป็นกูรูเชี่ยวชาญโลกมืดของญี่ปุ่นเองค่ะ ตอนได้ยินครั้งแรก...มันคือร้านอะไรฟะ? อยู่ญี่ปุ่นมาหลายปีไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน พอเพื่อนเล่าคอนเซ็ปต์คร่าวๆว่าเป็นร้านที่นั่งกับผู้ชาย สารภาพตามตรงว่าตอนแรกที่คิดในใจคือ อี๋~ ที่ไทยมันไม่มีร้านอะไรแบบนี้ไง ไม่เคยไปนัดบอดไม่เคยมีประสบการณ์ไปปาร์ตี้จับคู่อะไรมาก่อนเลย อย่างกับร้านนั่งดริงก์

แต่ด้วยความที่โดนเพื่อนไซโคมาเต็มที่ว่ามันไม่ได้เป็นร้านที่แย่อะไรแบบนั้น ที่สำคัญผู้หญิงไม่เสียตังค์เลย เราสามารถสั่งอะไรทานก็ได้ อาหารอร่อยหรู ผู้ชายก็ไม่ได้เยอะขนาดนั้น ก็เหมือนเราไปนั่งร้านอาหารทั่วไปนั่นล่ะ บลาๆๆ อ้าวโดนป้ายยาคำว่าของฟรีไปสิคะ สรุปไปก็ไปจ้า!

​ร้านไอเซกินั้นมีหลายสาขาทั่วประเทศญี่ปุ่น ซึ่งกฎทั่วไป คือ 

  • ผู้หญิงจะเข้าฟรี ฟรีทุกอย่างทั้งอาหารและเครื่องดื่ม 
  • ผู้ชายจะเสียค่าเข้า1,500 เยนหรือประมาณ 500 บาท (ต่อ 30 นาที/ 1 โต๊ะ) วนเปลี่ยนโต๊ะไปเรื่อยๆ เสาร์-อาทิตย์ ราคาเพิ่มเป็น 1,800 เยน หากนั่งเกิน 30 นาที ต้องเสียเพิ่มอีก 500 เยน 

มีความสองมาตรฐานมากเว่อร์ ซึ่งกฎของแต่ละร้านก็จะแตกต่างกันไป (ถ้าคิดเงินผู้หญิงด้วย คาดว่าคงดึงดูดผู้หญิงไม่ได้แน่ๆ)

ที่สำคัญคือลูกค้าต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไปนะคะ ทางร้านจะตรวจบัตรก่อนทุกครั้ง สำหรับชาวต่างชาติก็ควรหาคนที่พูดภาษาญี่ปุ่นได้ไปด้วย เพราะลูกค้าส่วนใหญ่แทบเป็นคนญี่ปุ่นทั้งหมด และจำนวนต่อ 1 กลุ่มก็ไม่ควรเกิน 4 คนค่ะ ถ้าเกินกว่านั้นอาจจะโดนจับแยกไปนั่ง 2 โต๊ะก็ได้

บรรยากาศร้านที่เพื่อนของเราพาไปแตกต่างจากที่คิดไว้มาก คือร้านค่อนข้างหรู เปิดไฟสลัวๆ เหมือนบาร์และร้านภัตตาคารทั่วไปจริงๆ ที่นั่งก็เป็นโซฟากว้างๆ มีที่ชาร์จแบตมือถือไว้ให้พร้อม อันดับแรก หลังจากที่เราโชว์บัตรให้พนักงานแล้ว พนักงานจะพาเราไปยังที่นั่ง ไม่ต้องกลัวว่าจะมีผู้ชายนั่งรออยู่นะคะ สำหรับที่นั่งคือเราเป็นคนครองก่อนค่ะ เราจะเป็นฝ่ายไปนั่งรอที่โต๊ะ แล้วถ้าหากมีลูกค้าผู้ชายเข้ามา พนักงานจะเป็นคนเลือกเองว่าจะให้จับคู่กับโต๊ะไหน

แต่ข้อดีของการเป็นต่างชาติคือ พนักงานมักจะไม่ค่อยเลือกจับคู่ให้โต๊ะพวกเราเท่าไหร่ เพราะกลัวพวกมันคุยไม่รู้เรื่อง 55555 ก็ถือว่าได้ไปกินฟรีดื่มฟรีนั่งเมาท์มอยกับเพื่อนสาวชิลล์ๆ ได้ในราคา 0 เยน! (ถ้าเป็นวันธรรมดาจะไม่จำกัดเวลา แต่ถ้าเป็นเสาร์-อาทิตย์บางร้านที่คนเยอะมากๆ อาจจะจำกัดที่กลุ่มละ 2 ชั่วโมง) แต่มีข้อแม้คือ เราไม่สามารถปฏิเสธพนักงานว่าไม่ขอไอเซกิได้ค่ะ

พอมานั่งที่โต๊ะ พนักงานก็จะอธิบายระบบของร้าน และวิธีการสั่งอาหาร (แน่นอนว่าเป็นภาษาญี่ปุ่นล้วน) ผ่านทางไอแพด ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักจะสั่งอาหารได้คนละ 2 เมนู (บางร้านจะมีเมนูยิบย่อยบุฟเฟ่ต์สั่งได้ไม่อั้นด้วย) ส่วนเครื่องดื่มจะสั่งเท่าไหร่ก็ได้

ร้านที่เพื่อนพาเราไปมาต้องยอมรับเลยว่าอาหารแต่ละอย่างมันไม่ธรรมด๊าาา มีทั้งตับห่านฟัวกราส์ สเต็กซันกย็อบซัล หอยเม่น และอีกหลายเมนูที่ฟรีทุกอย่างจ้าาาา เออพอจะเข้าใจเพื่อนละว่าทำไมถึงพยายามสิงนี่ให้มาร้านแบบนี้เป็นเพื่อนหลายรอบ แถมแอบส่องบรรยากาศรอบๆ ทั้งร้านมีแต่ผู้หญิงจริงๆ ด้วย แทบจะนับหัวผู้ชายได้เลย 55555

แต่บังเอิ๊ญ! วันที่ไปคนดันเยอะ เลยโดนไอเซกิครั้งแรกค่ะ! ระหว่างที่กำลังเมาท์มอยกับเพื่อนอย่างมันส์ จู่ๆ ก็มีพนักงานเดินเข้ามาบอกว่า "เดี๋ยวอีกไม่กี่นาทีจะมีลูกค้าผู้ชายมาไอเซกิด้วยนะครับ" ตอนนั้นก็นึกในใจ เชี่ยแล้วไงต้องทำยังไงเนี่ยยยย เหมือนเพื่อนจะรู้ว่าเรากำลังคิดอะไรอยู่ มันเลยปลอบใจด้วยการพูดว่า "คิดซะว่าได้ฝึกภาษาญี่ปุ่น 30 นาทีก็แล้วกัน เดี๋ยวเค้าก็ไป"

ผ่านไปไม่กี่นาทีก็มีผู้ชายญี่ปุ่น 2 คนเดินเข้ามาค่ะ ส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นพนักงานบริษัททั่วไปที่อายุจะอยู่ในรุ่นๆ 20 ปลายๆ - 30 กว่าๆ นี่ล่ะ (บางทีมีแจ็คพ็อตเจอลุงก็มีนะ) ซึ่งฝ่ายผู้ชายก็จะถือเครื่องดื่มของตัวเองมา พร้อมกับพูดทักทายและขออนุญาตมานั่งข้างเราอย่างสุภาพ 

สำหรับการไอเซกิคือแค่การนั่งคุยจริงๆ ค่ะ ไม่มีการสัมผัสไม่มีการแตะเนื้อต้องตัวเด็ดขาด และผู้ชายส่วนใหญ่ที่มาร้านนี้คือเป็นผู้ชายปกติ กล่าวคือ ด้วยความที่ผู้ชายต้องจ่ายหลายเยน จึงเป็นตัวคัดกรองช่วยตัดผู้ชายลัลล้าไปได้ในระดับนึงค่ะ เอาจริงๆ ถ้ามองมุมกลับปรับมุมมอง...มองแง่บวก ก็ถือว่าได้ฝึกภาษาญี่ปุ่นจริงๆนั่นล่ะ 55555

โต๊ะไหนที่มีคู่ไอเซกิ ก็มักจะมีเซอร์วิสจากพนักงานบ่อยๆ เช่น มีเกมสนุกๆ หรือเมนูเครื่องดื่มแปลกๆ มานำเสนอ โดยรางวัลอาจจะเป็นเครื่องดื่ม Tequila คนละช็อต ไอศกรีมคนละถ้วย แน่นอนว่า ผู้ชายต้องเป็นฝ่ายจ่ายค่ะ ส่วนผู้หญิงก็นั่งสวยๆ ไป และสำหรับคู่ไหนถ้าคุยกันถูกคอแล้วก็อาจจะชวนกันไปต่อ หรือแลกคอนแท็คไว้สำหรับสานสัมพันธ์ในระยะยาวได้

เมื่อไอเซกิเสร็จแล้วเวลาของลูกค้าผู้ชายหมด ฝ่ายนั้นจะเป็นคนลุกไปเองค่ะ ส่วนฝ่ายเราก็หันมานั่งเมาท์มอยกับเพื่อนต่อจนเต็มอิ่ม ก็ถึงเวลาเพื่อนพาไปชำระเงินค่ะ การจะออกจากร้านจะต้องนำการ์ดออกไปยังหน้าเคาน์เตอร์หน้าร้านด้วย ซึ่งทางพนักงานจะเป็นคนคีย์ข้อมูลจากในการ์ดนั้น และแน่นอนว่า ทุกอย่าง 0 เยน อิ่มจังตังค์อยู่ครบ 5555

หลังจากที่ได้สัมผัสกับร้าน "ไอเซกิ" ด้วยตัวเองทำให้เราเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อร้านไปเลยค่ะว่าความจริงมันก็ไม่ได้แย่อะไรขนาดนั้น แถมได้เรียนรู้วัฒนธรรมแปลกๆ ที่ประเทศไทยไม่มีอีกด้วย ถ้าใครที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่น หรือแวะมาเที่ยวญี่ปุ่นแล้วอยากลอง หรือใครที่กำลังมองหาแฟนอยู่ล่ะก็ ไม่แน่ถ้าคุณไปที่นี่ คุณอาจจะได้พบรักแท้ก็เป็นได้นะคะ หุๆ

หากใครมีคำถามข้อสงสัย หรืออยากอ่านบล็อกเก่า ๆ ที่เราเคยเขียน สามารถแวะเข้าไปดูได้ที่เพจของเรา ไว้เจอกันใหม่บล็อกหน้าค่า ~
PAGE : https://www.facebook.com/rumraisinblogger/

ขอขอบคุณรูปภาพประกอบบางส่วนจาก

  • https://machicon.jp/deaibar/spots/sp_5121
  • https://shibuya.oriental-lounge.com/gallery/index.php
  • https://eventsearch.jp/facility/luxury-lounge-milas-shibuya/reports
  • https://matome.naver.jp/odai/2153389905598660601/2155325026912736203