t ท่องเที่ยวในญี่ปุ่น

10 กิจกรรมสุดคูลห้ามพลาด! เมื่อมาเที่ยวญี่ปุ่นฤดูร้อน

10 กิจกรรมสุดคูลห้ามพลาด! เมื่อมาเที่ยวญี่ปุ่นฤดูร้อน

By , วันเสาร์, 06 พฤษภาคม 2560

สวัสดีค่า ช่วงนี้อากาศบ้านเราเริ่มเข้าสู่หน้าฝนกันแล้วนะคะ แต่ที่ญี่ปุ่นตอนนี้เริ่มเข้าสู่ช่วงหน้าร้อนค่ะ ซึ่งฤดูร้อนที่ญี่ปุ่นจะเริ่มประมาณเดือนมิถุนายน-สิงหาคม ลักษณะอากาศจะเป็นแบบร้อนชื้นเหมือนบ้านเรา โดยในเดือนมิถุนายนอุณหภูมิในช่วงกลางวันเฉลี่ยประมาณ 26 องศา และสูงสุดที่ประมาณ 32 องศาในเดือนสิงหาคม ส่วนช่วงกลางคืนอากาศจะเย็นลงเล็กน้อยอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 19 องศาในเดือนมิถุนายน จนถึงประมาณ 24 องศาในเดือนสิงหาคม ซึ่งเดือนมิถุนายนเป็นช่วงที่มีฝนตกชุกที่สุดของญี่ปุ่น จึงถือเป็นฤดูในการทำนา ปลูกข้าวของเกษตรกรญี่ปุ่นอีกด้วย 

​คุณผู้อ่านบางท่านอาจจะคิดว่า การเที่ยวญี่ปุ่นในหน้าร้อนไม่น่าเที่ยว เพราะอากาศร้อนเหมือนบ้านเรา แต่อิชั้นอยากจะบอกว่าการเที่ยวญี่ปุ่นในหน้าร้อนนั้นมีข้อดีคือ ค่าตั๋วเครื่องบินและที่พักจะราคาถูกกว่าช่วงฤดูอื่นๆ! (ยกเว้นช่วงพีคดูลาเวนเดอร์ที่ฮอกไกโดนะ) ดังนั้น ใครอยากลองเที่ยวญี่ปุ่นในราคาสบายกระเป๋า ขอแนะนำให้มาช่วงนี้เลยจ้า แถมยังมีที่เที่ยวและกิจกรรมมากมายที่จัดขึ้นเฉพาะหน้าร้อนเท่านั้นนะ ขอคัดกิจกรรมที่คิดว่าเหมาะสำหรับวัยรุ่นแรก เอ๊ย วัยแรกรุ่นแบบอิชั้นมานำเสนอดังนี้จ้า


1. ชมหิ่งห้อย
(Fireflies Season)

ช่วงต้นฤดูร้อนตั้งแต่เดือนพฤษภาคม - กรกฎาคม เป็นฤดูกาลชมหิ่งห้อยในญี่ปุ่นค่ะ ไม่ใช่แค่เดินชมหิ่งห้อยธรรมดานะคะ เค้าจัดกันเป็นเรื่องเป็นราวถึงขนาดมีเทศกาลและทัวร์พาชมหิ่งห้อยกันเลยทีเดียว! ถือเป็นหนึ่งในฤดูกาลโรแมนติกที่ทำร้ายจิตใจคนโสดมากค่ะ T_T

สถานที่ชมหิ่งห้อยที่มีชื่อเสียงที่อิชั้นคัดมาให้แล้วมีดังนี้ค่ะ

Shinshu Tatsuno Firefly Festival จังหวัดนากาโน่ (Nagano) สวนสาธารณะ Tatsuno Firefly ถือเป็นจุดชมหิ่งห้อยชั้นนำของญี่ปุ่น มีฝูงหิ่งห้อยมากถึง 1 ล้านตัว!!  ซึ่งทำให้ผู้ชมได้รับประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร เพราะการชมหิ่งห้อยที่นี่จะทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนอยู่ในห้วงอวกาศกันเลยค่ะ นอกจากนี้ยังมีการจัดงานเทศกาลหิ่งห้อยที่เรียกว่า Shinshu Tatsuno Firefly Festival ภายในงานจะมีกิจกรรมที่หลากหลาย รวมทั้งร้านอาหารและการเต้นรำอีกด้วย

ช่วงระยะเวลาชม: ช่วงต้น - ปลายเดือนมิถุนายน

ถานที่: Tatsuno-cho, Kamiina-gun, Nagano Prefecture

การเดินทาง: 

- จากโตเกียว/ นาโกย่า ใช้ทางหลวงหมายเลข 153 ประมาณ 10 นาทีโดยรถยนต์ จากทางด่วน Chuo Ikita IC

- จากนีงะตะ/ นากาโน่ ใช้ทางหลวงหมายเลข 153 ประมาณ 20 นาทีโดยรถยนต์ จากทางด่วน Nagano Shiojiri IC


Shinshu Tatsuno Firefly Festival, Nagano

Hime Fireflies ที่ศาลเจ้า Uchio จังหวัด เฮียวโงะ (Hyogo) ที่นี่คุณจะสามารถชมหิ่งห้อยพันธุ์ "ฮิเมะ" ที่จะเปล่งประกายเรืองแสงราวกับอยู่ในความฝันบริเวณรอบๆ ของเสาโทริอิ ที่ศาลเจ้า Uchio ในเมือง Tamba จังหวัดเฮียวโงะได้ ในช่วงพีค นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการ "Hikami Dream Tour" ระยะเวลาประมาณ 40 นาทีเพื่อชมฝูงหิ่งห้อยพันธุ์ฮิเมะเต้นระบำกัน

ช่วงระยะเวลาชม: ตั้งแต่เดือนมิถุนายน - กรกฎาคม

ถานที่: Uchio Shrine, 13 Mihara, Hikami-cho, Tamba-shi, Hyogo Prefecture

การเดินทาง: ประมาณ 10 นาทีโดยรถยนต์จาก Hikami IC บนทางด่วน Kitakinki-Toyooka


Hime Fireflies at Uchio Shrine, Hyogo


2. ชมดอกไม้ไฟ
(Fireworks Festivals)

การชมดอกไม้ไฟ ในภาษาญี่ปุ่น เรียกว่า ฮานาบิ (Hanabi 花火) ถือเป็นเทศกาลที่แสดงถึงความเป็นหน้าร้อนของญี่ปุ่นได้อย่างดีที่สุด อ๊ะอ๊ะ อย่าเพิ่งคิดว่าแค่งานแสดงดอกไม้ไฟจะมีอะไร ขอบอกว่างานดอกไม้ไฟที่ญี่ปุ่นนี่ไม่ธรรมดานะจ๊ะ เป็นงานที่ยิ่งใหญ่อลังการดาวล้านดวงมากๆ และเค้าไม่ใช่โชว์แต่ดอกไม้ไฟนะ ยังมีการแสดงดนตรีสดเพื่อเพิ่มสุนทรียะในการชมอีกด้วยนะ นอกจากนี้ก็มีร้านขายอาหารข้างทางและมีเกมส์ต่างๆให้เล่นมากมาย (อารมณ์เหมือนงานวัดบ้านเรา) แนะนำว่าให้คุณสวมชุดยูกาตะมาเดินชมดอกไม้ไฟกับคนรักนะ โอ๊ย รับรองว่าฟินสุดๆอ่ะ นี่ถือเป็นเทศกาลออกเดทของหนุ่มสาวญี่ปุ่นเลยนะ หรือถ้ามากับคนที่คุณแอบชอบ คุณก็ขอเค้าเป็นแฟนกันนะโมเมนต์นั้นได้เลยจ้า ดูดอกไม้ไฟ มองตากันไป รับรองว่าโรแมนติกสุดๆเลยล่ะ (>///<) 

ที่ญี่ปุ่นเค้ามีการจัดแสดงดอกไม้ไฟทั่วทั้งประเทศเลยนะ แต่อิชั้นขอคัดมาเฉพาะที่เด็ดๆที่คุณไม่ควรพลาด ดังนี้

Sumida River Fireworks Festival กรุงโตเกียว เป็นงานแสดงดอกไม้ไฟที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงมากที่สุดของญี่ปุ่น! จัดขึ้นที่ริมแม่น้ำสุมิดะ ย่านอาซากุสะที่มีวัดโคมแดงยอดฮิตของคนไทยนี่แหละ กำหนดจัดงานประมาณเสาร์สุดท้ายของเดือนกรกฎาคม ซึ่งมีการจัดแสดงดอกไม้ไฟมากถึง 20,000 ชุด!! บนท้องฟ้ายามค่ำคืนของมหานครกรุงโตเกียว คุณจะได้เห็นถึงแสงสีตระการตาที่สวยงามบนท้องฟ้าอันมีทิวทัศน์ของแม่น้ำสุมิดะเป็นฉากหลัง ลองจินตนาการดูสิคะว่าจะเริ่ดหรูอลังการขนาดไหน 

วันจัดงาน: 29 กรกฎาคม 2560 เวลา 19:05-20:30 น.

สถานที่: แบ่งสถานที่จัดงานออกเป็น 2 แห่ง

1. ตั้งแต่ท้ายสะพาน Sakura ไปจนถึงต้นสะพาน Kototoi

2. ตั้งแต่ท้ายสะพาน Komagata ไปจนถึงต้นสะพาน Umaya

การเดินทาง

สถานที่แรก: นั่งรถไฟ JR สาย Yamanote Line จากสถานีโตเกียว ประมาณ 2 นาทีลงที่สถานี Kanda แล้วเปลี่ยนสายนั่ง Tokyo Metro Ginza Line ประมาณ 10 นาทีลงที่สถานี Asakusa แล้วเดินต่ออีก 15 นาที

สถานที่สอง: นั่งรถไฟ JR สาย Yamanote Line จากสถานีโตเกียว ประมาณ 4 นาทีลงที่สถานี Shimbashi แล้วเปลี่ยนสายนั่ง Toei Asakusa Line ประมาณ 12 นาทีลงที่สถานี Asakusa แล้วเดินต่ออีก 15 นาที

ข้อมูลเพิ่มเติม

http://sumidagawa-hanabi.com/  (ภาษาญี่ปุ่น)


Sumida River Fireworks Festival

Omagari National Fireworks Competition จังหวัด อาคิตะ (Akita) กำหนดการจัดงานประมาณเสาร์ที่ 4 ของเดือนสิงหาคม เป็นการจัดประกวดดอกไม้ไฟชั้นนำของญี่ปุ่น ซึ่งผู้ที่จะมาประกวดแข่งขันดอกไม้ไฟได้นั้น จะต้องได้รับเชิญมาเท่านั้น! โดยจะคัดเลือกเชิญเฉพาะทีมเจ๋งขั้นเทพ ภายในงานมีการจัดประกวดดอกไม้ไฟทั้งประเภทกลางวันและกลางคืน และมีการจำหน่ายบัตรที่นั่งเข้าชมงานด้วยนะ แนะนำว่าให้จองเป็นแพคเกจทัวร์ชมดอกไม้ไฟกับบริษัททัวร์ดีกว่า เพราะช่วงเทศกาลจะจองโรงแรมยากมากกก

วันจัดงาน: 26 สิงหาคม 2560​ ตั้งแต่เวลา 17:30 เป็นต้นไป
สถานที่: ตามแนวแม่น้ำ Marukogawa River
การเดินทาง: เดิน 15 นาทีจากสถานี Omagari Station

ข้อมูลเพิ่มเติม
www.oomagari-hanabi.com  (ภาษาญี่ปุ่น)

Omagari National Fireworks Competition


3. กิจกรรมดนตรีฤดูร้อน
(Summer Music Festivals)

ในฤดูร้อน จะมีการจัดงานแสดงดนตรีกลางแจ้งทั่วทั้งญี่ปุ่น ให้คุณผู้มีดนตรีในหัวใจได้เลือกชมอย่างสนุกสนาน ซึ่งงานแสดงดนตรีฤดูร้อนที่ยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงมากที่สุดของญี่ปุ่นก็คือ Fuji Rock Festival จัดที่ Naeba Ski Resort, Yuzawa จังหวัด นีงะตะ (Niigata) โดยจัดขึ้นเป็นเวลา 3 วัน ถือเป็นงานดนตรีในตำนานที่รวบรวมศิลปินนานาชาติจากทั่วโลกและแฟนเพลงกว่า 100,000 คน! ถ้าคุณชื่นชอบในดนตรีสุดๆ คุณสามารถซื้อบัตรนอนตั้งแคมป์บริเวณงาน 3 วันได้ด้วยนะเออ นอกจากนี้ที่นี่ยังมีกิจกรรมการก่อกองไฟยามค่ำคืน ย่างบาร์บีคิวทาน ตกปลา รำวงบงโอโดริ สวนสนุกขนาดย่อม ตบท้ายทุกคืนด้วยดอกไม้ไฟแสนงดงามตระการตาอีกด้วย

อ้อ! ถึงชื่อจะเป็น Rock แต่ก็มีการแสดงดนตรีหลากหลายรูปแบบนะจ๊ะ ทั้ง EDM (Electronic Dance Music), เจป็อบ, อะคูสติก, เรกเก้ เพราะฉะนั้นคนรักในเสียงเพลงห้ามพลาดงานนี้

วันจัดงาน: 28-30 กรกฎาคม 2560

สถานที่: Naeba Ski Resort, Yuzawa-cho, Niigata Prefecture

การเดินทาง:

- โดยรถยนต์ 33 กม. จากทางด่วน Kan-Etsu ใช้ทางออก Tsukiyono Exit ผ่านเส้นทาง Route 17

- โดยรถไฟ ลงที่สถานี JR East Echigo-Yuzawa Station แล้วต่อ Shuttle Bus (ค่าบริการไป-กลับ 500 เยน) ถึงหน้างานเลย

ข้อมูลเพิ่มเติม

http://fujirock-eng.com/ 


Fuji Rock Festival


4. กิจกรรมเที่ยวชายหาด
(Beach Season)

​ไปเที่ยวชายหาดญี่ปุ่นกันเถอะ เนื่องจากญี่ปุ่นมีลักษณะภูมิประเทศเป็นเกาะ จึงมีชายหาดเป็นจำนวนมาก คุณสาวๆ อย่าลืมเอาชุดว่ายน้ำทูพีชตัวโปรดใส่ไปอวดหนุ่มๆ ญี่ปุ่นกันค่ะ ให้มันรู้ซะมั่งว่าสาวไทยหุ่นดีไม่แพ้ชาติใดในโลก และเพิ่มความสนุกด้วยการเล่นเกมปิดตาตีแตงโม ซึ่งเป็นเกมยอดฮิตในฤดูร้อนของญี่ปุ่นเลยนะ ถ้าคุณดูซีรีย์ญี่ปุ่นบ่อยๆ รับรองว่าต้องมีฉากปิดตาตีแตงโมในหน้าร้อนให้เห็นแน่ๆ ลองจินตนาการตัวเองเป็นนางเอกในซีรีย์ญี่ปุ่นดูค่ะ ไม่แน่นะ คุณอาจได้พบรักกับหนุ่มญี่ปุ่นที่ชายหาดก็เป็นได้ ^_^ (เพ้อ)

ชายหาดที่มีชื่อเสียงในญี่ปุ่น อาทิเช่น

Okinawa Main Island เกาะหลักโอกินาว่า มีชื่อเสียงมากในด้านหาดทรายสีขาว น้ำสีเทอร์ควอยซ์ และอากาศที่อบอุ่นเกือบตลอดทั้งปี ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการมาเที่ยวคือ ประมาณปลายเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม ชายหาดนี้เหมาะกับการว่ายน้ำและอาบแดดที่สุด สาวๆ และหนุ่มๆ อย่าลืมฟิตหุ่นมาโชว์กันนะจ๊ะ

การเดินทาง: จากกรุงเทพ นั่งเครื่องบินมาลงที่เกาะโอกินาว่าใช้เวลาประมาณ 4.30 ชม. การเดินทางไปยังชายหาดต่างๆ แนะนำให้เช่ารถขับ เป็นวิธีที่สะดวกที่สุด


Okinawa Main Island

Miyako Islands เป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของจังหวัดโอกินาว่า และเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีว่าเป็นชายหาดที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น! เป็นชายหาดที่เหมาะกับการดำน้ำตื้นสน็อกเกิ้ล และดำน้ำดูปะการังที่เริ่ดมาก เพราะมีหาดทรายและแนวปะการังอันสวยสดงดงามนั่นเองค่ะ

การเดินทาง: 
- มีเที่ยวบินตรงจากสนามบิน Haneda, Tokyo มายัง Miyako Airport ใช้เวลา 2.5-3 ชม.
- จากสนามบิน Naha Airport ของ Okinawa นั่งเครื่องต่อไปยัง Miyako Islands ใช้เวลา 45 นาที แล้วหลังจากนั้นให้เช่ารถขับมายังเกาะ Miyako Island

Miyako Island


5. ขอพรเทศกาลทานาบาตะ
(Tanabata Festival)

เทศกาลทานาบาตะ (七夕) หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เทศกาลแห่งดวงดาว จากเรื่องเล่าในนิทานซึ่งมีตำนานมาจากเมืองจีนว่า ครั้งหนึ่งมีเจ้าหญิงทอผ้าชื่อ โอริฮิเมะ (Orihime) หรือดาวเวก้า (Vega) ซึ่งเป็นดาวที่สดใสที่สุดในกลุ่มดาวพิณพบรักกับเจ้าชายคนเลี้ยงวัวชื่อ ฮิโกะโบชิ (Hikoboshi) หรือดาวอัลแตร์ (Altair) ซึ่งเป็นดาวที่สดใสที่สุดในกลุ่มดาวนกอินทรี ทั้งคู่อาศัยอยู่บนสวรรค์ หลังจากที่ทั้งสองพบรักกันก็มัวแต่หลงระเริงจนไม่ทำหน้าที่ของตนเองคือทอผ้าและเลี้ยงวัว เรื่องราวความลุ่มหลงในความรักจนลืมหน้าที่ของตนเองได้ไปถึงหูของกษัตริย์แห่งสวรรค์ผู้เป็นบิดาของเจ้าหญิงโอริฮิเมะซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนวันหนึ่งทำให้ผู้ป็นบิดาทรงกริ้วมากเลยจับทั้งคู่แยกกันโดยมีทางช้างเผือกกั้นไว้ และอนุญาตให้พวกเขาเจอกันปีละครั้งคือ วันที่เจ็ดเดือนเจ็ด

หมายเหตุ: การจัดงานเทศกาลทานาบาตะบางภูมิภาคมีการจัดงานเดือนสิงหาคมเนื่องจากยึดตามปฏิทินจันทรคติของจีน

กิจกรรมที่คนญี่ปุ่นนิยมทำกันในเทศกาลนี้คือ การเขียนคำอธิษฐานไว้บนกระดาษรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าเล็กๆที่มีสีสันสดใส เรียกว่า ทังซะขุ (Tanzaku) และนำไปแขวนไว้บนกิ่งไผ่ที่ประดับด้วยสิ่งประดับที่ทำจากกระดาษ โดยเชื่อว่าจะทำให้คำอธิษฐานนั้นเป็นจริง 

ขอนำเสนอการจัดงานเทศกาลทานาบาตะที่จัดว่าเด็ดมาดังนี้ค่ะ

Shonan Hiratsuka Tanabata Festival​, Kanagawa จัดขึ้นที่เมืองฮิระสึกะ จังหวัดคานากาว่า เป็นงานเทศกาลที่ยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงมากที่สุดในแถบคันโต มีผู้เข้าชมงานกว่า 2 ล้านคนทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ ไฮไลท์ของงานคือ การตกแต่งด้วยทานาบาตะอย่างอลังการกว่า 50,000 แบบ อย่างหลากหลายสีสันและคาแรกเตอร์ ตั้งแต่ธีมดิสนีย์, นักฟุตบอล ยันอะนิเมะ คุณผู้ชมสามารถเพลิดเพลินไปกับการตกแต่งขนาดใหญ่ที่มีความสูงกว่า 3 เมตร นอกจากนี้ยังมีร้านค้าแผงลอยขายอาหารทั้ง 2 ข้างทาง รับรองว่ามางานนี้คุณจะสนุกไม่มีเบื่อ (และอิ่ม) อย่างแน่นอนค่า

วันจัดงาน: 7-9 กรกฎาคม 2560
เวลา: 10:00-21:00 (ถึง 20:00 ในวันสุดท้ายที่จัดงาน)
สถานที่: Hiratsuka Station, Kanagawa
การเดินทาง: จากสถานี Tokyo นั่ง JR Tokaido Line ถึงสถานี Hiratsuka ใช้เวลา 1 ชม.

ข้อมูลเพิ่มเติม
http://www.tanabata-hiratsuka.com/index.html (ภาษาญี่ปุ่น)

Shonan Hiratsuka Tanabata Festival

Sendai Tanabata Festival, Miyagi จัดขึ้นที่เมืองเซนได จังหวัดมิยางิ ในเดือนสิงหาคมของทุกปี ถือเป็นงานทานาบาตะที่ยิ่งใหญ่ติดอันดับ Top 3 ของภูมิภาคโทโฮคุและญี่ปุ่น!  ในช่วงเทศกาล เมืองทั้งเมืองเริ่มจากย่านใจกลางเมืองของเซนไดและแหล่งช็อปปิ้งโดยรอบจะถูกตกแต่งประดับประดาอย่างสวยงามด้วยกระดาษหลากสีสัน โดยไฮไลท์ของงานอยู่ที่การประดับไม้ไผ่ทานาบาตะที่ความสูงกว่า 10 เมตร! นอกจากนี้ยังมีการแสดงดนตรีสด, การเต้น และการแสดงต่างๆ บนเวที ตอนกลางคืนจะมีการประดับประดาไฟอย่างสวยงามที่ตัวทานาบาตะด้วย

วันจัดงาน: 6-8 สิงหาคม 2560

สถานที่จัดงาน: Ichibancho Shopping Arcade, Chuo Shopping Arcade, Shimin Hiroba Square and Kotodai Park at Sendai

การเดินทาง: จากสถานี Tokyo นั่ง JR Tohoku Shinkansen ถึง JR Sendai Station ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. 40 นาที

ข้อมูลเพิ่มเติม

http://www.sendaitanabata.com/en


Sendai Tanabata Festival


6. กิจกรรมปีนเขา ภูเขาไฟฟูจิ
(Mount Fuji Climbing Season)

​ถ้าคุณชอบความท้าทาย รักการผจญภัย คุณจะต้องไม่พลาดการปีนภูเขาไฟฟูจิ ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่สูงที่สุดของญี่ปุ่น! (สูงถึง 3,776 เมตร) ช่วงเวลาที่สามารถเปิดให้ปีนเขาได้จะเริ่มประมาณต้นเดือนกรกฎาคมถึงกลางเดือนกันยายน ซึ่งในปีนี้จะตรงกับวันที่ 10 กรกฎาคม - 10 กันยายน 2560 เป็นช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดในการปีนเขา เพราะบนภูเขาจะไม่มีหิมะตก อากาศดี เดินทางง่ายด้วยรถสาธารณะ และยังมีกระท่อมกลางภูเขาเปิดดำเนินการด้วย ในทุกๆปี จะมีนักปีนเขาจากทั่วโลกเดินทางมาปีนเขาที่ภูเขาไฟฟูจิแห่งนี้ เพื่อเก็บเป็นประสบการณ์ความทรงจำที่ดีครั้งหนึ่งของชีวิตกันเลยค่ะ

ช่วงเวลาที่พีคที่สุดในการปีนเขาคือ ช่วงปิดภาคเรียนของญี่ปุ่นประมาณวันที่ 20 กรกฎาคมถึงปลายเดือนสิงหาคม แต่ช่วงที่พีคสุดๆเลยคือช่วงเทศกาลโอบ้ง (เช็งเม้งญี่ปุ่น) ประมาณกลางเดือนสิงหาคม แนะนำให้หลีกเลี่ยงช่วงนี้นะคะ เพราะไม่อย่างงั้นคุณอาจจะถึงขั้นต้องยืนรอคิวเพื่อปีนเขากันเลยทีเดียว!

สถานที่สำหรับปีนภูเขาไฟฟูจิมีหลายที่ค่ะ เช่น:-

Fuji Subaru Line 5th Station

การเดินทาง: โดยรถบัสจากสถานีชินจูกุ (โตเกียว)

ค่าเดินทาง 2,700 เยน/ เที่ยว ใช้เวลา 2.30 ชม.

มีรถไป-กลับ 6-10 รอบ/ วัน ในช่วงฤดูกาลปีนเขา

มีรถไป-กลับ 2 รอบ/ วัน ในวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ในช่วงนอกฤดูกาลปีนเขา

Gotemba 5th Station

การเดินทาง: โดยรถบัสจากสถานี Gotemba

ค่าเดินทาง 1,110 เยน/ เที่ยว หรือ 1,540 เยน (ไป-กลับ)  ใช้เวลา 40 นาที

มีรถไป-กลับ 4-7 รอบ/ วัน ในช่วงฤดูกาลปีนเขาและเดือนกันยายน

มีรถไป-กลับ 3 รอบ/ วัน ในวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ในช่วงนอกฤดูกาลปีนเขา

สามารถติดตามข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับการปีนภูเขาไฟฟูจิได้ตามลิ้งค์นี้ค่ะ

http://www.fujisan-climb.jp/en/


Mount Fuji Climbing Season


7. ชมดอกลาเวนเดอร์และ
ชมดอกไม้ไฟ
เมืองนากะฟุราโนะ
(Nakafurano Lavender Festival & Firework)

​เทศกาลนี้เหมาะมากกับสาวฟรุ้งฟริ้ง รักในสายลม แสงแดด และดอกไม้ค่า จัดขึ้นที่เมืองนากะฟุราโนะ จังหวัดฮอกไกโด ถือเป็นเทศกาลดอกลาเวนเดอร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ดอกลาเวนเดอร์และดอกไม้ชนิดอื่นมีความสวยงามเป็นที่สุด ทั่วทั้งฟาร์มจะดูมีชีวิตชีวาเต็มไปด้วยดอกไม้หลากสีสัน ซึ่งแน่นอนว่าไฮไลท์ของงานก็ต้องเป็นดอกลาเวนเดอร์สิคะ ดูกันจนตาแฉะให้ตาเป็นสีม่วงกันไปเลยค่ะ และห้ามพลาด! ไอศกรีมลาเวนเดอร์ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของฮอกไกโดเลยนะ แนะนำว่าดูทุ่งลาเวนเดอร์ไป กินไอติมไป โอ๊ย! จะมีอะไรฟินไปกว่านี้เนี่ย แถมท้ายด้วยตอนกลางคืนจะมีการแสดงดอกไม้ไฟจำนวนกว่า 1,300 ดอก บนทุ่งลาเวนเดอร์ด้วยนะ ดีงามอ่ะ มางานเดียวได้ดูทั้งทุ่งดอกไม้และดอกไม้ไฟ คุ้มค่ามาก

หมายเหตุ: เฉพาะวันจัดงานจะมีการแสดงบันเทิงต่างๆ แต่หลังจากนั้นเราก็ยังสามารถมาชมทุ่งลาเวนเดอร์อย่างเดียวได้ค่ะ

ขอแนะนำทุ่งลาเวนเดอร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองนี้เลย นั่นก็คือ ฟาร์มโทมิตะ (Farm Tomita) ซึ่งประกอบด้วยทุ่งดอกไม้สายรุ้ง 7 สี ถือเป็นภาพที่น่าประทับใจมาก เหมาะกับการมาเยือนครั้งหนึ่งในชีวิตเลยนะจ๊ะ

วันจัดงาน: 15 กรกฎาคม 2560 โดยงานแบ่งออกเป็น 2 ส่วน

ส่วนที่ 1: การแสดงด้านบันเทิงต่างๆ เริ่ม 11:00 เป็นต้นไป

ส่วนที่ 2: การแสดงดอกไม้ไฟเริ่ม 20:00 เป็นต้นไป 

ที่อยู่: 1-41 Miyamachi, Naka Furano-cho, Sorachi-gun, Hokkaido

เบอร์โทรศัพท์: 0167-39-3033

การเดินทาง: 

- โดยรถไฟ ขึ้นรถไฟสาย JR Furano Line ลงที่สถานี  Lavender Field Station แล้วเดินอีก 7 นาที

*สถานี Lavender Field Station เป็นสถานีที่เปิดให้บริการเฉพาะในช่วงฤดูกาลลาเวนเดอร์เท่านั้น

- โดยรถยนต์หรือแท็กซี่ ใช้เวลา 5 นาที หรือเดิน 15 นาทีจากสถานี Naka Furano Station

ข้อมูลเพิ่มเติม

http://nakafukanko.com/en/event 


Farm Tomita


8. กิจกรรมงานฤดูร้อน
ซัปโปโร
(Sapporo Summer Festival)

เทศกาลฤดูร้อนซัปโปโร จัดขึ้นที่สวนโอโดริ (Odori Park) เมืองซัปโปโร จังหวัดฮอกไกโด เป็นเทศกาลที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวกว่าล้านคนให้มาเยือนได้ ไฮไลท์ของงานอยู่ที่ เบียร์การ์เด้น ใช่แล้วค่ะ ฟังไม่ผิดหรอกค่ะ งานเบียร์การ์เด้นที่ญี่ปุ่นจะจัดในหน้าร้อน เพราะหน้าหนาวจะหนาวมาก ไม่สามารถนั่งดื่มเบียร์กลางแจ้งได้เหมือนบ้านเรา ซึ่งเบียร์การ์เด้นที่สวนโอโดริถือเป็นหนึ่งในลานเบียร์ที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นเลยนะ! มีทั้งเบียร์สดจากซัปโปโร คราฟท์เบียร์ และเบียร์อื่นๆ จากทั่วโลกมาให้ลิ้มลองกัน ลานเบียร์ใหญ่มากกก ครอบคลุมบริเวณตั้งแต่บล็อก 5 ไปจนถึงบล็อก 11 เลยทีเดียว คอเบียร์ห้ามพลาดเลยนะจ๊ะ ใครไม่ดื่มเบียร์ก็สามารถมานั่งทานอาหารชิวๆ (แอบเล็งหนุ่มๆ สาวๆ ภายในงานก็ได้นะ) มีอาหารขายหลายอย่างด้วย ลองมาสัมผัสบรรยากาศลานเบียร์ซัปโปโรกันดูนะคะ ^ ^

วันจัดงาน: 20 กรกฎาคม - 17 สิงหาคม 2560

สถานที่: Odori Park, Sapporo-shi, Hokkaido

การเดินทาง: เดิน 1 นาทีจากสถานี Odori Station 

ข้อมูลเพิ่มเติม

http://sapporo-natsu.com/english/ 


Beer Garden, Odori Park


9. ชมทุ่งดอกทานตะวัน
(Sunflower Festival)

​ญี่ปุ่นเค้าก็มีทุ่งทานตะวันเหมือนกันนะ แต่ทุ่งของเค้ากว้างใหญ่ไพศาลมากกก ลองจินตนาการถึงการชมทุ่งทานตะวันท่ามกลางท้องฟ้าสีฟ้าครามสดใสดูสิคะ รับรองว่าจะเป็นประสบการณ์ที่คุณลืมไม่ลงเลยทีเดียวค่ะ

ขออนุญาตคัดทุ่งเด็ดๆมาให้ชมดังนี้ค่ะ

Akeno Sunflower Field เมืองโฮกุโตะ (Hokuto City) จังหวัดยามานาชิ (Yamanashi) พื้นที่ Akeno ที่เมืองโฮกุโตะ เป็นสถานที่ที่มีช่วงกลางวันยาวนานที่สุดในญี่ปุ่นและเป็นที่ตั้งของทุ่งหญ้าที่มีดอกทานตะวันกว่า 600,000 ดอก นอกจากนี้ยังมีดอกคอสมอสรายล้อมอยู่บริเวณรอบๆ ทุ่งทานตะวัน และมีร้านค้าที่ขายสินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึกอีกด้วย 

วันจัดงาน: 27 กรกฎาคม - 29 สิงหาคม 2560

เวลา 8:00-17:00 น.

ที่อยู่: 5664 Asao, Akeno-cho, Hokuto City

การเดินทาง: 

- โดยรถยนต์ จากสถานี JR Nirasaki Station ใช้เวลา 20 นาที

- โดยรถบัส นั่งสาย Mizugaki Line bus อยู่ด้านนอกของสถานี JR Nirasaki Station ใช้เวลา 25 นาทีแล้วลงป้าย Heidi-no-Mura Kurara-kan stop และเดินต่ออีก 5 นาที

ข้อมูลเพิ่มเติม

https://www.yamanashi-kankou.jp/foreign/english/english163.html 


Akeno Sunflower Field

Hokuryu Sunflower Festival เมืองโฮกุริว จังหวัดฮอกไกโด เนินเขาฮิมาวาริ (Himawari-no-sato) ถือได้ว่าเป็นเนินที่มีทุ่งทานตะวันที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ซึ่งมีดอกทานตะวันมากถึง 1.5 ล้านดอก!! ครอบคลุมพื้นที่ถึง 23.1 เฮกเตอร์ โดยช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่เหมาะในการมาเยี่ยมชมคือ ช่วงต้นเดือนสิงหาคม ไม่ต้องกลัวว่าจะเดินชมไม่ไหวนะคะ เพราะเค้ามีบริการรถแทรกเตอร์นำเที่ยว หรือจะเช่าจักรยานขี่ชมวิวรอบทุ่งถ่ายรูปเก๋ๆ ก็ได้นะ นอกจากนี้ ภายในบริเวณงานจะมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว, หอคอยชมวิว, ฟาร์มเป็ด, ร้านอาหารท้องถิ่น ยังค่ะ ยังไม่หมดนะคะ ในช่วงเทศกาลก็มีการแสดงดอกไม้ไฟ, การร้องเพลง, การแสดงตีกลอง, การเต้นรำบงโอโดริ และการแสดงอื่นๆ อีกมากมาย แอบกระซิบว่าอย่าพลาดขึ้นไปบนหอคอยชมวิวแล้วมองดูทุ่งทานตะวันลงมาจากหอคอยนะ รับรองว่าวิวจะสวยอลังการคุ้มค่าในการมาเยือนแน่นอนค่ะ

วันจัดงาน: 16 กรกฎาคม - 21 สิงหาคม 2560

ที่อยู่: 143-2 Itaya, Hokuryu-cho, Uryu-gun, Hokkaido

การเดินทาง:

- จากสถานี Sapporo Station โดยสารรถบัส Chuo Bus สายที่มุ่งหน้าไปยัง Hokuryu ผ่านสถานี JR Takikawa Station (ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง) แล้วลงป้าย Hokuryu Chugakko Mae และเดินต่ออีก 3 นาที

- จาก Asahikawa นั่งรถไฟสายที่มุ่งหน้าไป Fukugawa แล้วเปลี่ยนขึ้นรถบัสสายที่ไปยัง Hokuryu (รถบัสออกจากหน้าโรงพยาบาล Fukugawa Hospital)

Tips: Chuo Bus มีบริการรถนำเที่ยว 1 วัน ไปยัง Hokuryu, Biei และ Farm Tomita ราคา 6,900 เยนสำหรับผู้ใหญ่ และ 3,800 เยน สำหรับเด็ก โดยขาไปออกจากท่ารถบัสที่สถานี Sapporo Station เวลา 8:10 น. ขากลับเวลา 18:40 น.

หากสนใจสามารถจองล่วงหน้าได้ที่ 

http://teikan.chuo-bus.co.jp/en/course/4445


ขี่จักรยานที่ Himawari no Sato


10. ทานอาหารแบบ
คาวาโดโกะที่เกียวโต
(Kawadoko Kyoto Style Eating)

​คาวาโดโกะ (Kawadoko) เป็นร้านอาหารสไตล์เกียวโตที่จะยกพื้นสูงอยู่บนแม่น้ำหรือริมแม่น้ำเพื่อต้อนรับลูกค้าในช่วงฤดูร้อน Kawadoko เป็นวิธีการกินแบบพิเศษตามฤดูกาลที่จะช่วยให้คุณรู้สึกเย็น โดยจะเริ่มให้บริการตั้งแต่เดือนพฤษภาคม - กันยายน ที่เกียวโต แต่ช่วงกลางวันร้านอาหารจะเปิดให้บริการเฉพาะเดือนพฤษภาคมและกันยายนเท่านั้น เพื่อป้องกันอาหารบูดเน่าเสียจากอากาศที่ร้อนจัด (อนามัยมากอ่ะประเทศนี้ ถ้าบ้านเราทำบ้าง คงจะไม่มีข้าวกลางวันกินกันเลยทีเดียว T_T)

ขอนำเสนอสถานที่เด็ดๆ ซึ่งแต่ละที่ก็มีคาแรกเตอร์พิเศษแตกต่างกันดังนี้ค่ะ

1. Kamogawa เป็นเมืองที่มีการทานอาหารสไตล์ Kawadako ที่เก่าแก่ที่สุด ตั้งแต่สมัยเอโดะเลยนะ โดยที่เมืองนี้จะมีร้านอาหารหลากหลายชาติให้เลือกทานตั้งแต่ร้านอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมไปจนถึงอาหารฝรั่งเศส, อิตาเลียน, จีน และอื่นๆ อีกมากมาย มีแม้กระทั่งบาร์สไตล์ Kawadako เลยค่า โอ๊ย! อะไรมันจะหลากหลายขนาดนั้น เพราะฉะนั้นเหมาะมากที่จะมาลองทานกันค่ะ ไม่ต้องกลัวว่าคนที่ไปด้วยจะไม่ชอบ ผลัดกันเลือกกินวันละที่ก็ยังได้นะ ดีงาม (แอบกระซิบว่าถ้ามานั่งกินตอนเย็น ช่วงพระอาทิตย์ตกบรรยากาศจะยิ่งฟินค่ะ)

ที่อยู่: Sanjo, Higashiyama Ward, Kyoto

การเดินทาง: เดิน 2-3 นาทีจากสถานี Gion-Shijo หรือ Sanjo Station


Kamogawa

2. Kibune เป็นเมืองเล็กๆ ที่อยู่บนหุบเขาทางด้านทิศเหนือของเกียวโต การทานอาหารสไตล์ Kawadako ที่ดีที่สุดใน Kibune จะมีการยกพื้นสูงใกล้กับแม่น้ำ ดังนั้นคุณสามารถสัมผัสถึงความเย็นสบายของสายน้ำได้โดยตรง ซึ่งมีร้านอาหารประมาณ 20 ร้านในบริเวณนี้นำเสนออาหารที่หลากหลาย ถ้าได้มาทานอาหารที่เมืองนี้ รับรองว่าคุณจะได้สูดอากาศบริสุทธิ์ท่ามกลางภูเขาและเสียงธารน้ำไหลไปพร้อมๆ กันเลยล่ะค่ะ ใกล้ชิดธรรมชาติสุดๆ แค่คิดก็ฟินแล้วใช่มั้ยล่ะ

ที่อยู่: 50 Kuramakibunecho, Sakyo Ward, Kyoto, Kyoto

การเดินทาง: จาก Demachi-Yanagi Station นั่งรถไฟสาย Eizan Line ลงสถานี Kibune ใช้เวลา 30 นาที หลังจากนั้นต่อรถบัสหรือเดินประมาณ 20 นาที


Hirobun Japanese Restaurant, Kibune


เป็นยังไงกันบ้างคะกับ 10 กิจกรรมที่มาแนะนำกัน ใครชอบหรือสนใจอย่างไหนกันบ้าง? มาพูดคุยกันได้ในเพจ I Love Japan นะจ๊ะ เห็นมั้ยว่าหน้าร้อนญี่ปุ่นก็มีอะไรให้เที่ยวมากมาย ใครแพลนจะไปเที่ยวหน้าร้อนนี้ อย่าลืมใส่โปรแกรมที่แนะนำมาไว้ในลิสต์ด้วยน้าา

อ้อ! ถ้าใครสนใจอยากทำกิจกรรมไหน ต้องการผู้เชี่ยวชาญแนะนำ สามารถสอบถามได้ที่เพจ I Love Japan Tours ได้เลยค่ะ

สำหรับบล็อกหน้าจะมานำเสนอเรื่องอะไรนั้น ฝากติดตามรอชมกันเช่นเคยนะจ๊ะ ^ ^


ผลงานบล็อกอื่นๆ 

ออนเซ็นแบบไหนที่เหมาะกับคุณ? มารู้จัก 10 ประเภทออนเซ็นของญี่ปุ่นกัน!

รีวิวชุดอาหารเช้าฟรี! สไตล์นาโกย่ากับ 3 ร้านคาเฟ่ชื่อดัง


​ขอขอบคุณข้อมูลจาก

http://travel.rakuten.com/campaign/ranking/hotaru/

http://www.japan-talk.com/jt/new/japan-in-july

https://www.tsunagujapan.com/16-things-you-cannot-miss-during-summer-in-japan/

http://www.japan-guide.com/e/e2267.html

http://fujirock-eng.com/

http://www.japan-guide.com/e/e2461.html 

http://travel.rakuten.com/campaign/ranking/tanabata/ 

http://www.mustlovejapan.com/subject/hiratsuka_tanabata/

http://anngle.org/th/j-culture/tanabata.html 

http://www.japan-guide.com/e/e2283.html 

http://www.japan-guide.com/e/e6901.html 

https://www.kyuhoshi.com/japan-summer-festivals-calendar/ 

http://www.furanotourism.com/en/spot/spot_D.php?id=461 

http://japan-magazine.jnto.go.jp/en/1506_himawari.html 

https://www.kyuhoshi.com/2015/08/03/sunflower-field-in-hokuryu/

https://www.tsunagujapan.com/a-stylish-way-to-eat-during-the-japanese-summer-season-kawa-doko/ 

Wa' Japan Free Magazine Summer May-July 2017 Vol.1 Issue 01

ภาพหน้าปก

http://yusuke8ja.weebly.com/uploads/1/9/5/8/19587007/1367203051.jpg 

ภาพกิจกรรมต่างๆ

http://img.travel.rakuten.co.jp/ranking/special/hotaru/images/shinsyu-tatsuno-hotaru-matsuri.jpg 

http://img.travel.rakuten.co.jp/ranking/special/hotaru/images/uchinoojinja-no-himebotaru.jpg

https://fastjapan.com/en/wp-content/uploads/2017/04/pixta_23782973_M-min-1000x664.jpg

https://www.tsunagujapan.com/wp-content/uploads/2015/07/2328918336_75c47b4a09_z.jpg 

http://en.okinawastory.jp/assets/uploads/2016/10/islands_image.jpg 

http://en.okinawastory.jp/assets/uploads/2016/10/miyako_agarihennna_image.jpg

http://2.bp.blogspot.com/-e3XNv3kh28Y/U7ZFQOJkm-I/AAAAAAAAOus/KVru4XxpI1g/s1600/IMG_2327.JPG 

https://i0.wp.com/www.kyuhoshi.com/wp-content/uploads/2016/07/sendai_tanabata_festival.jpg?resize=678%2C509&ssl=1

http://www.japan-talk.com/images/jt/thumbnails/fuji-4520-183.jpg

http://ikidane-nippon.com/upload/report/86/17389.jpg

https://www.instagram.com/p/BIMHsJ9jK7e/media?size=l 

http://japan-magazine.jnto.go.jp/jnto2wm/wp-content/uploads/1506_himawari_01.jpg 

https://i0.wp.com/www.kyuhoshi.com/wp-content/uploads/2015/08/hokuryu_sunflower_field.jpg?resize=800%2C530&ssl=1

https://fastjapan.com/en/wp-content/uploads/2016/05/pixta_22218084_M-1000x667.jpg

https://www.instagram.com/p/BSjZaiclWOE/media/?size=l