t ท่องเที่ยวในญี่ปุ่น

แนะนำ 10 ที่เที่ยวบนเกาะโอไดบะที่เดินทางได้สะดวก

แนะนำ 10 ที่เที่ยวบนเกาะโอไดบะที่เดินทางได้สะดวก

By , วันอังคาร, 04 กุมภาพันธ์ 2563

​สำหรับครั้งนี้ โอทารุจะมาขอแนะนำสถานที่บนเกาะโอไดบะกันบ้างครับ แม้ว่าโอไดบะจะเป็นเกาะเล็กๆในโตเกียวที่สร้างจากน้ำมือของมนุษย์และดูไม่เหมือนไม่มีอะไรมากนัก แต่อยากบอกว่าเกาะนี้มีดีหลายอย่างเลยนะครับ แถมยังเที่ยวสะดวกเพราะมีรถไฟฟ้าตัดผ่านบนเกาะก็ยิ่งช่วยให้การเดินทางสะดวกสบายมากขึ้นด้วย เอาล่ะมาดูแต่ละสถานที่กันเลยครับว่ามีอะไรบ้าง!

​​1.สะพานสีรุ้ง Rainbow Bridge : แม้จะเป็นเพียงสะพาน Modern แต่สะพานนี้ก็ถือเป็นเส้นเลือดหลักของการเดินทางระหว่างโตเกียวกับเกาะโอไดบะครับ ที่สำคัญใครที่นั่งรถไฟฟ้าสาย Yuri Kamome ยังไงก็ต้องได้ผ่านสะพานนี้แน่นอน อย่างไรก็ตาม ของดีของเด็ดของสะพานนี้จะอยู่ที่ช่วงเวลากลางคืนซึ่งในช่วงค่ำจะมีการเปิดไฟสวยงามมากๆ และเป็นจุดหนึ่งที่ช่างภาพชาวญี่ปุ่นชอบมาถ่ายภาพกันด้วยล่ะครับ!

ค่าเข้าชมด้าน : ฟรี!

เวลาเปิดปิด : เปิด 24 ชั่วโมง

การเดินทาง : นั่งรถไฟสาย Yuri Kamome หรือขับรถมาที่เกาะโอไดบะ (จุดชมสะพานจะอยู่บริเวณสวนสาธารณะริมชายหาด)

​​2.ชายหาดโอไดบะ Odaiba Beach : ใจเย็นๆก่อน!!! ขึ้นชื่อว่าเป็นชายหาดแต่เพื่อนๆชาวไทยอย่าคิดว่าจะลงเล่นน้ำได้นะครับ เพราะที่หาดแห่งนี้ "ห้ามว่ายน้ำ" แต่อนุญาตให้มานอนอาบแดดหรือใช้นั่งพักผ่อนบนทรายได้ นอกจากนี้ บริเวณชายหาดยังเป็นจุดที่สามารถดูสะพานสีรุ้งได้ดี แถมยังมีท่าเทียบเรือเพื่อนั่งไป/กลับ ย่าน Asakusa ได้อีกด้วยนะ! ส่วนไฮไลต์ที่คิดว่านักท่องเที่ยวสายถ่ายภาพน่าจะชอบคือ ที่ชายหาดจะมีรูปปั้นเทพีเสรีภาพขนาดย่อมด้วย (Lady Of Liberty) ซึ่งรูปแบบก็เหมือนที่อเมริกาเป๊ะเลยครับแค่เล็กกว่าเท่านั้นและแน่นอนว่ามาแบบถูกต้องตามกฎหมายด้วยนะ ไม่ได้ก๊อปปี้มา

ค่าเข้าชมด้าน : ฟรี!

เวลาเปิดปิด : เปิด 24 ชั่วโมง

การเดินทาง : นั่งรถไฟสาย Yuri Kamome ลงสถานี Odaiba Kaihinkoen แล้วเดินมาที่หน้าห้าง Decks จะมีทางเดินลงไปถึงชายหาด 

​​3.สถานีโทรทัศน์ฟูจิทีวี (สำนักงานใหญ่) Fuji TV Building : หากใครดูทีวีญี่ปุ่น น่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดีครับ ตึกที่ว่านี้คืออาคารสำนักงานใหญ่ของฟูจิทีวีซึ่งเป็นของบริษัทเอกชนรายใหญ่ แต่ตึกนี้พิเศษตรงที่บางโซนนั้นนักท่องเที่ยวอย่างเราสามารถเข้าไปชมได้ด้วยนะครับ โดยมีไฮไลต์คือการชมวิวจากห้องที่เป็นรูปโดมทรงกลม ชื่อ Hachitama ของตึกสำนักงานใหญ่แห่งนี้ครับ

ค่าเข้าชมด้าน : ฟรี แต่โดมชมวิวคิด 700 เยน

เวลาเปิดปิด : เปิด 10:00-18:00 น. (ต้องเข้าชมก่อน 17:30 น.)

การเดินทาง : นั่งรถไฟสาย Yuri Kamome ลงสถานี Odaiba Kaihinkoen หรือ Daiba  แล้วเดินมาที่ตึกนี้ ที่ชั้น 1 จะมีเจ้าหน้าที่คอยให้บริการและขายตั๋วเข้าชมโดมชมวิว 

4.Daiba Itchome Shotengai & SEGA Joypolis : สถานที่แห่งนี้เหมือน Theme Park เล็กๆที่จะพาทุกคนไปย้อนยุคสู่โตเกียวในสมัยปีโชวะ (ราวๆ 60 ปีก่อน) นอกจากนี้ยังมีขนมโบราณของญี่ปุ่นรวมทั้งเกมเซนเตอร์ที่ยังมีตู้เกมโบราณอายุมากกว่า 30 ปีที่สภาพดีและเรายังสามารถเล่นได้จริงด้วย! คือเหมาะกับคนที่ชอบถ่ายรูปโตเกียวแบบย้อนยุคมาก ส่วนใครเป็นสายเกมตัวจริงสามารถเดินไปที่ SEGA Joypolis ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับเล่นเกมยุคอนาคต คือ เน้นเทคโนโลยีแบบใส่ VR และเราสามารถวิ่งบนแท่นเสมือนจริงได้ นอกจากนี้ยังมีเกมอีกหลายแบบให้เลือกเสียเงินกันได้ เอาเป็นว่าสายเกมคือชอบแน่นอน

รีวิว Daiba Itchome Shotengai อย่างละเอียดอ่านที่นี่

ค่าเข้าชมด้าน : Daiba Itchome เข้าฟรี, แต่ SEGA Joypolis เริ่มต้นที่ 800 เยน หรือจะซื้อตั๋วเหมาทั้งวันก็ได้ 4,500 เยน 

เวลาเปิดปิด : Daiba Itchome เปิด 11:00-21:00 น. ทุกวัน ส่วน Sega Joypolis เปิด 10:00 - 22:00 น.

การเดินทาง : ทั้งสองจุดอยู่ในห้าง Decks Tokyo Beach วิธีเดินทางสะดวกสุดคือ นั่งรถไฟ Yuri Kamome ลงสถานี Odaiba-Kaihinkoen แล้วเดินต่ออีกเล็กน้อยก็จะเจอห้างนี้แล้ว

5.ยูนิคอร์นกันดั้ม Unicorn Gundam : หุ่นรบ Unicorn Gundam คือกันดั้มตัวล่าสุดของเกาะโอไดบะหลังจากที่กันดั้มรุ่นพี่อย่างรุ่น RX-78 ถูกย้ายออกไป แน่นอนว่าหุ่นรบพิทักษ์มวลมนุษย์ตัวนี้ยังคงตั้งอยู่ที่เดิมและรอคอยต้อนรับสาวกโมบิลสูททุกวันไม่มีวันหยุดครับ ใครที่สนใจก็ห้ามพลาดการได้เห็นกันดั้มขนาด 1:1 กันนะครับ รับรองอลังการมาก (ได้ยินว่าอนาคตจะทำให้ขยับแขนขาและหัวด้วยล่ะ)

ค่าเข้าชมด้าน : ฟรี! 

เวลาเปิดปิด : 24 ชั่วโมง 

การเดินทาง : นั่งรถไฟสาย Yuri Kamome ลงสถานี Daiba แล้วเดินมาที่ตึก DiverCity Tokyo Plaza โดยกันดั้มจะยืนอยู่หน้าห้างนี้  

6.โอเอโดะออนเซน โมโนกาตาริ Oedo Onsen Monogatari : สำหรับใครที่อยากแช่น้ำพุร้อนหรือ "ออนเซน" สไตล์ญี่ปุ่นแต่มีเวลาไม่มากหรือไม่สะดวกเดินทางไปนอกเมือง ก็มีที่นี่แหละครับที่สามารถรองรับความต้องการของท่านได้ เพราะที่นี่เปิดให้เราเข้าเกือบทั้งวันทั้งคืน (ปิดทำความสะอาดแค่ไม่กี่ชั่วโมง) ด้านในก็แต่งเป็นธีมญี่ปุ่นย้อนยุคสมัยเอโดะและมีบ่อน้ำพุร้อนให้เลือกแช่หลายแบบเลย ทั้งแบบแช่เท้า แช่ในถังไม้ หรือจะแช่ในบ่อมาตรฐานที่นี่ก็มีให้เลือกหรือถ้าไม่สะใจก็มีสปาหรือบริการนวดให้เสียเงินด้วยเหมือนกันนะ

ค่าบริการ : เริ่มต้นที่ 2,768 เยน (ใครเข้าหลัง 18:00 น. คิด 2,218 เยน) ไม่จำกัดเวลาการแช่หรืออยู่ด้านใน ***แต่ถ้าแช่เพลินและอยู่เกินตี 2 จะถูกคิดเงินเพิ่มต่างหากเป็นค่าค้างคืนอีก 2,200 เยน 

เวลาเปิดปิด : เปิดตั้งแต่ 11:00 น.ถึง 9:00 น. ของวันถัดไป (เข้าได้ช้าสุด 7 โมงเช้า) 

การเดินทาง : นั่งรถไฟสาย Yuri Kamome ลงสถานี Telecom Center แล้วเดินมาอีก 2 นาทีก็จะเจอตึกที่เหมือนตึกโบราณอยู่ 

​7. teamLab Borderless Tokyo : ปัจจุบันใครที่เป็นคนสายอาร์ตต้องรู้จัก เพราะที่นี่เป็นเสมือน art museum ที่ผู้จัดได้นำเสนอเรื่องราวของศิลปะผ่านรูปแบบ interactive ที่แหวกแนวและมีความล้ำสมัยมากๆ ทุกอย่างมีรายละเอียดที่ลึกซึ้งสุดๆ และสร้างแรงบันดาลใจให้ใครต่อใครได้เป็นอย่างดี ปัจจุบัน teamLab ยังขยายไปอีกหลายสาขาทั้งในญี่ปุ่นเองและประเทศใกล้เคียงด้วยนะครับ 

ค่าบริการ : ผู้ใหญ่และเด็กอายุ 15 ปีขึ้นไป ราคา 3,200 เยน เด็กเล็ก (อายุ 4-14 ปี) ราคา 1,000 เยน ผู้ทุพพลภาพ/พิการ ราคา 1,600 เยน

เวลาเปิดปิด : เปิดตั้งแต่ 10:00 น.ถึง 21:00 น. 

การเดินทาง : นั่งรถไฟสาย Yuri Kamome ลงสถานี Aomi จะเจอห้าง Palette Town เดินเข้าไปแล้วตามป้าย teamLab ได้เลย

8. Toyota Mega Web : ถ้าศิลปะไม่ใช่สิ่งที่คุณชอบ เรื่องรถยนต์ก็อาจจะเป็นหนึ่งในเรื่องที่หลายชอบมากกว่าก็เป็นได้ ดังนั้นจึงขอแนะนำ Toyota Mega Web ให้ได้รู้จักกัน คือ ที่นี่ไม่ใช่โชว์รูมขายรถยนต์นะครับ แต่เป็นสถานที่ที่จัดแสดงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของบริษัทรถยนต์โตโยต้าว่าตอนนี้เขาพัฒนาอะไรอยู่และมีโมเดลรถใหม่ๆตัวไหนบ้าง นอกจากนี้เรายังสามารถลองขับรถยนต์บางรุ่นได้ด้วย (คนไทยต้องมีใบขับขี่สากลนะครับ)

ค่าบริการ : ฟรี! แต่ถ้าจะลองขับรถเสียครั้งละ 300 เยน

เวลาเปิดปิด : เปิดตั้งแต่ 11:00 น.ถึง 21:00 น.

การเดินทาง : นั่งรถไฟสาย Yuri Kamome ลงสถานี Aomi จะเจอห้าง Palette Town เดินเข้าไปแล้วตามป้าย Toyota Mega Web

9. Miraikan : ที่นี่ถือเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ที่โดนใจมากๆ ถ้าใครเป็นสายวิทย์ที่ชอบเดินมิวเซียม ที่นี่คือน่าสนมากๆ เพราะข้างในจัดแสดงเทคโนโลยีต่างๆ ที่จะมีผลกับการใช้ชีวิตในอนาคตเช่น การใช้หุ่นยนต์ การเดินทางสำรวจอวกาศ การทำอุตสาหกรรมต่างๆ เป็นต้น แน่นอนว่านักเรียนญี่ปุ่นก็มาศึกษาข้อมูลกันที่นี่ด้วยล่ะ อยากเห็นบรรยากาศญี่ปุ่นๆหน่อยก็เก็บไว้ในลิสต์กันได้นะครับ

ค่าบริการ : อายุ 18 ปีขึ้นไป 630 เยน ส่วนอายุต่ำกว่า 18 ปี คิดราคา 210 เยน

เวลาเปิดปิด : เปิดตั้งแต่ 10:00 - 17:00 น. (ต้องเข้าก่อน 16:30 น.) ปิดทุกวันอังคารและวันปีใหม่ (28 ธันวาคม -  1 มกราคม)

การเดินทาง : นั่งรถไฟสาย Yuri Kamome ลงสถานี Telecom Center เดินอีก 500 เมตรจะเจอทางเข้า

​10. โตเกียวบิ๊กไซท์ Tokyo Big Sight : ที่นี่อาจจะไม่ใช่ที่ท่องเที่ยวโดยตรงแต่ที่นี่ก็เหมือน Impact/BITEC ในเมืองไทย เพราะ event หลักๆที่โด่งดังหลายงานก็มาจัดที่นี่แหละ สำหรับงานที่ชาวไทยรู้จักกันมากก็คือ Tokyo Motor Show, งาน Comiket, งาน Tokyo International Anime Fair แถมงาน Tokyo Marathon ก็เคยใช้ที่นี่เป็นเส้นชัยอีก นอกจากนี้ยังมีงาน event ที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว การค้า หรือแม้กระทั่งการออกร้านอาหารก็มีเหมือนกัน (เฉลี่ยปีนึงที่นี่จะมี event ราวๆ 250-300 event เลยทีเดียว) 

ค่าบริการ : แล้วแต่งาน

เวลาเปิดปิด : แล้วแต่งาน

การเดินทาง : นั่งรถไฟสาย Yuri Kamome ลงสถานี Tokyo Big sight มีทางเดินเชื่อมเข้าตึกได้เลย

และทั้งหมดนี้ก็คือ 10 สถานที่ไฮไลต์ที่น่าสนใจของเกาะโอไดบะครับ จริงๆอาจจะมีบางแห่งที่น่าสนใจมากกว่านี้ แต่อาจจะเป็นสถานที่สำหรับความสนใจเฉพาะกลุ่ม ก็เลยคัดมาเฉพาะที่น่าไปชมหรือถ่ายรูปครับ ที่แน่ๆ เกาะแห่งนี้บอกเลยว่าเดินทางสะดวก โรงแรมก็มี กิจกรรมก็มีให้ทำ ที่ชอปปิงก็มีหลายห้าง ไม่เหงาแน่นอนชัวร์ แล้วพบกันใหม่บล็อกหน้าคร้าบบบ 

ภาพประกอบจาก Travel.gaijinpot, expedia, fujitv, daiba.oedoonsen, jw-webmagazine, japan-forward, mystay, otakumode, dennisasmith

ภาพที่มีลายน้ำเป็นของโอทารุทั้งหมด หากใครจะนำไปใช้กรุณาติดต่อมาก่อนนะครับ