t ท่องเที่ยวในญี่ปุ่น

10 สถานที่ท่องเที่ยวในโอซาก้าที่ไม่ควรพลาด

10 สถานที่ท่องเที่ยวในโอซาก้าที่ไม่ควรพลาด

By , วันจันทร์, 16 ธันวาคม 2562

​สัปดาห์นี้โอทารุขอเอาใจผู้รักภูมิภาคคันไซกันบ้างนะครับ โดยครั้งนี้ผมจะขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตตลอดกาลจำนวน 10 แห่งที่ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือมือเก่าก็ต้องเดินทางมาเยี่ยมชมกันเป็นระยะ รับรองว่าสถานที่ต่างๆที่จะแนะนำในบล็อกนี้ล้วนเดินทางง่าย ตื่นตาตื่นใจและถ่ายรูปสวยแน่นอนครับ!

1.ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle) : เป็นจุดหนึ่งที่ถูกถ่ายรูปมากที่สุดของโอซาก้าและใช้เป็นสัญลักษณ์ของการโปรโมทการท่องเที่ยวเมืองโอซาก้ามาโดยตลอด ตัวปราสาทนั้นแม้จะไม่ใช่ปราสาทดั้งเดิมแต่ก็สร้างขึ้นมาแบบย้อนยุคด้วยวัสดุยุคใหม่ แถมยังมีลิฟต์สำหรับผู้ที่เดินไม่ไหวหรือต้องนั่งรถเข็นด้วย ด้านในจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ที่แสดงความเป็นมาของปราสาทและความเป็นมาช่วงสงครามเซนโกกุ ส่วนด้านบนสุดยังใช้เป็นจุดชมวิวเมืองโอซาก้าได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้รอบนอกของปราสาทยังเป็นสวนสาธารณะชั้นยอดที่คนญี่ปุ่นหรือคนต่างชาตินิยมมานั่งปิกนิคเพื่อชมพักผ่อนหย่อนใจรวมทั้งเอาไว้ชมซากุระในช่วงฤดูใบไม้ผลิอีกด้วย 

ค่าเข้าชมด้านใน : 600 เยน

เวลาเปิดปิด : 09:00 - 17:00 น. แต่ต้องเข้าชมก่อน 16:30 น. (ปิดวันที่ 28 ธันวาคม - 1 มกราคม) ทั้งนี้ บางเทศกาลอาจยืดเวลาการปิดออกไป

การเดินทาง : เดินเท้าจากสถานีรถไฟ JR Osakajokoen แล้วเดินเข้ามาภายในสวนสาธารณะ จะมีป้ายบอกทางไปปราสาท หรือนั่งรถไฟใต้ดินลงสถานี Tanimachi Yonchome แล้วเดินเท้าเข้ามาที่ปราสาทก็ได้


2.คลองโดทมโบริ (Dotombori Canal) : อีกหนึ่งย่านที่ถือว่าเป็นที่สุดของที่สุด (ที่นี่เรียกอีกชื่อว่า ย่านนัมบะ) เพราะที่นี่คือ ถนนคนเดินที่ได้รับความนิยมมากๆจากนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะชาวจีน ชาวเวียดนาม ชาวไต้หวัน รวมทั้งชาวไทย เนื่องจากถนนเลียบคลองนี้มีร้านขายสินค้าต่างๆมากมายไม่ว่าจะเป็นร้านแบรนด์เนม ร้านขายรองเท้า ร้านของกินนานาชนิด เช่น ปิ้งย่าง ซูชิ ราเมง ทาโกะยากิ ฯลฯ รวมทั้งยังเป็นที่ตั้งของห้างสรรพสินค้า 24 ชั่วโมงชื่อดัง "ดองกิโฮเต้" ด้วย เท่านั้นยังไม่พอ ที่ริมคลองแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของ "ป้ายไฟกูลิโกะ" ที่ใครๆก็ต้องแวะมาถ่ายรูป มิฉะนั้นจะถือว่ามาไม่ถึงโอซาก้าครับ! นอกจากนี้ยังมีถนนคนเดินที่มีหลังคาคลุม เรียกว่า Shinsaibashi ก็เป็นอีกโซนที่อยู่ติดกันจนแยกไม่ออกและสามารถเดินชอปปิงได้แบบไม่รู้เบื่ออีกด้วย

ค่าเข้าชม : ฟรี!

เวลาเปิดปิด : แต่ละร้านมีเวลาไม่แน่นอน และบางร้านอาหารเปิดตลอด 24 ชั่วโมงก็มี 

การเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดินหรือรถไฟของ Kintetsu ลงที่สถานี Namba 

3.อาคาร Umeda Sky Building : เป็นอาคารสูงที่เหมาะสำหรับการชมวิวเมืองโอซาก้าฝั่งเหนือได้อย่างสวยงาม (บริเวณนี้เรียกอีกชื่อว่า ย่านอุเมดะ) นอกจากนี้บริเวณรอบอาคารยังมีชื่อเสียงในเรื่องเป็นย่านถนนคนเดินที่คึกคักไม่แพ้ฝั่งโดทมโบริซึ่งอยู่ทางฝั่งใต้ของเมืองโอซาก้าเลย โดยรอบบริเวณนี้จะมีร้านอาหารที่อร่อย ห้างสรรพสินค้า และโรงแรมระดับ 3-5 ดาวไว้รองรับผู้มาเยือนอย่างมากมาย นับเป็นอีกย่านที่เดินทางสะดวกและน่าสนใจมากครับ

ค่าเข้าชม : 1,500 เยน

เวลาเปิดปิด : 09:30 - 22:30 น. ทุกวัน (เข้าได้ช้าสุด 22:00 น.)

การเดินทาง : เดินเท้าจากสถานี JR Osaka หรือสถานีรถไฟใต้ดิน Umeda  ราวๆ 10-15 นาที  

4.ย่านชินเซไก (Shin Sekai) : ย่านนี้ถือเป็นย่านเก่าแก่ที่ยังคงมีกลิ่นอายของโอซาก้าแบบย้อนยุคเมื่อ 50 ปีก่อนอยู่ โดยตรอกซอกซอยในย่านนี้จะมีร้านอาหารญี่ปุ่นตั้งอยู่เป็นจำนวนมากรวมทั้งมีร้านกินดื่มที่เรียกว่าอิซากายะและร้านขายคุชิคัตสึ (ของทอดเสียบไม้) ซึ่งหลายๆร้านก็เปิดให้บริการกันแบบ 24 ชั่วโมงก็มีเช่นกัน สำหรับย่านนี้แม้จะดูเก่าๆแต่ก็ไม่มีอันตรายอะไร นอกจากนี้ยังมีหอคอย Tsutenkaku ซึ่งเป็นหอคอยชมวิวชื่อดังอีกแห่งที่คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วย

ค่าเข้าชมหอคอย : 800 เยน

**กรณีต้องการชมหอคอยในชั้น Open-air Deck ต้องจ่ายเพิ่มอีก 500 เยน

เวลาเปิดปิด : 08:30-21:30 น, (เข้าได้ถึง 21:00 น.) เปิดทุกวัน 

**ชั้น Open-air Deck ปิด 18:00 น. ในวันธรรมดาและปิด 20:00 น. ในวันหยุดเสาร์อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ของญี่ปุ่น

การเดินทาง : เดินประมาณ 5 นาทีจากสถานี JR Shin-Imamiya หรือสถานีรถไฟใต้ดิน Dobutsuen-Mae 

5.สวนสนุก Universal Studio Japan (USJ) : สุดยอดสวนสนุกยอดฮิตตลอดกาลของชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติ ด้านในมีเครื่องเล่นระดับโลกที่มีความปลอดภัยสูงมากมาย พร้อมตื่นตาตื่นใจกับโซนต่างๆที่สร้างตามธีมหนังดัง เช่น Harry Potter, Jurassic Park, Water World เป็นต้น สำหรับด้านนอกของสวนสนุกยังเป็นที่ตั้งของโรงแรมและร้านอาหารต่างๆด้วย เรียกว่ามาใช้ชีวิตหรือพักผ่อนในนี้ได้อย่างคุ้มค่าทุกนาทีแน่นอน!

ค่าเข้าชม : แตกต่างกันไปตามช่วงอายุของผู้เข้าเล่น โดยตั๋ว standard อยู่ในช่วงราคา 5,200-9,200 เยนต่อคน (ตั๋วเล่นแบบ Express แยกขายต่างหาก ราคาตั้งแต่ 7,800-20,800 เยน) **ผู้เล่นต้องมีตั๋ว standard ก่อนถึงจะซื้อตั๋ว Express เพิ่มได้

เวลาเปิดปิด : เวลามาตรฐานคือ 09:00-19:00 น. แต่บางวันหรือฤดูกาลอาจมีการเปลี่ยนแปลงเวลา

การเดินทาง : เดินเท้า 5 นาทีจากสถานี JR Universal City หรือขึ้นรถบัสจากสนามบินคันไซก็ได้ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง)


6.ตลาดคุโรมง (Kuromon Market) : ตลาดคุโรมงเป็นตลาดที่ชาวต่างชาติรู้จักกันเป็นอย่างดีเนื่องจากเป็นเหมือนศูนย์รวมอาหารนานาชนิดจากฝั่งคันไซที่ถูกนำมารวมกันไว้ที่นี่ในที่เดียว นักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้ออาหารทะเลสดๆ เช่น ขาปูยักษ์ ปลาดิบนานาชนิด (โดยเฉพาะสาวก "โอโทโร่" ที่นี่ขายถูกกว่าไทยมากกกกกก) ไข่หอยเม่น หรือปลาปักเป้าก็มีวางจำหน่าย นอกจากนี้ยังมีอาหารเด็ดอย่างหอยนางรมและสเต๊กเนื้อโกเบในราคาย่อมเยาว์มาล่อตาล่อใจเราอีกด้วย เรียกว่า หิวเมื่อไหร่มาที่นี่ได้เสียเงินแน่นอนครับ!

ค่าเข้าชม : ฟรี!

เวลาเปิดปิด : แต่ละร้านมีเวลาไม่แน่นอน แต่มักจะอยู่ในช่วงเวลาตั้งแต่ 08:00-18:00 น. ส่วนวันหยุดนั้นไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับแต่ละร้าน (มักจะหยุดวันอาทิตย์หรือวันหยุดยาวของญี่ปุุ่น)

การเดินทาง : เดินเท้าจากสถานี Namba หรือนั่งรถไฟใต้ดินลงสถานี Nipponbashi พอขึ้นไปจะเจอทางเข้าตลาดทันที



7.พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูคัง (Osaka Aquarium Kaiyukan) : สุดยอดควาเรียมอันยิ่งใหญ่ที่มีไฮไลต์คือแทงค์น้ำขนาดมหึมาที่บรรจุฉลามวาฬตัวเขื่อง นอกจากนี้ผู้เข้าชมยังสามารถเพลิดเพลินกับการชมสัตว์น้ำนานาชนิดจากมหาสมุทรแปซิฟิกได้อย่างเต็มตา โดยอควาเรียมแห่งนี้ได้รับการออกแบบอย่างดี ใครที่มีลูกเล็กหรือต้องใช้รถเข็นก็สะดวกสบายสุดๆเพราะมีทางลาดและลิฟต์ไว้พร้อม เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ที่เหมาะสมกับการใช้เวลากับครอบครัวเป็นที่สุดครับ!

ค่าเข้าชม : 2,300 เยน

เวลาเปิดปิด : เวลามาตรฐานคือ 10:00-20:00 น. เข้าได้ช้าที่สุด 19:00 น. ทั้งนี้ ช่วงเดือนพฤษภาคม , กลางเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมและตุลาคม เข้าได้ตั้งแต่ 09:30 น.เป็นต้นไป (วันหยุดไม่แน่นอนแต่ละปี)

การเดินทาง : เดินเท้าจากสถานีรถไฟใต้ดิน Osakako ประมาณ 7 นาที


8.ศาลเจ้าสุมิโยชิไทฉะ (Sumiyoshi Taisha) : ศาลเจ้าชินโตแห่งนี้นับเป็นหนึ่งในศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น เพราะสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 3 ก่อนที่ประเทศญี่ปุ่นจะรับศาสนาพุทธเข้ามาเสียอีก ศาลเจ้าแห่งนี้มีกลุ่มอาคารเป็นสีแดงสดและมีเอกลักษณ์เฉพาะ ถ่ายรูปมุมไหนก็สวยแถมยังเป็นที่ประทับของเทพเจ้าญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงด้านการคุ้มครองนักเดินทาง ชาวประมงและนักตกปลาด้วย สำหรับช่วงรอยต่อวันเคาท์ดาวน์นั้น ศาลเจ้าแห่งนี้ก็เป็นหนึ่งในศาลเจ้าที่คนญี่ปุ่นจะเดินทางมาสักการะเทพเจ้าเพื่อความเป็นสิริมงคลในวันแรกของปีด้วย เพื่อนๆคนไหนสนใจก็มากันได้นะครับ!

ค่าเข้าชม : ฟรี!

เวลาเปิดปิด : 06:00-17:00 น. แต่ช่วงเดือนตุลาคม-มีนาคม เปิด 06:30 น. (เปิดตลอดปี ไม่มีวันหยุด)

การเดินทาง : ตั้งต้นจากสถานี Namba ของบริษัทรถ Nankai จากนั้นนั่งรถไฟมาสถานี Sumiyoshi Taisha (ชื่อเดียวกับศาลเจ้า) แล้วเดินอีกแค่ 3 นาทีจะเข้าเขตศาลเจ้า 


9.พิพิธภัณฑ์ความเป็นอยู่ของโอซาก้า (Osaka Museum of Housing and Living) : หากใครที่มีเวลาน้อยแต่อยากใส่ชุดกิโมโน/ยูกาตะและต้องการบรรยากาศย้อนยุค ที่นี่ถือว่าตอบโจทย์เพราะด้านในของพิพิธภัณฑ์มีจัดแสดงเรื่องราวของเมืองโอซาก้าในสมัยก่อนรวมทั้งมีการจัดอาคารแบบโบราณไว้ด้านในซึ่งผู้เข้าชมสามารถเดินเข้าไปชมและเรียนรู้ได้จริงๆ จัดว่าเป็นสถานที่ไว้ถ่ายรูปได้เหมาะมากๆสำหรับใครที่ไม่มีเวลาเดินทางไปเกียวโตนะครับ

ค่าเข้าชม : 600 เยน (ค่าเช่าชุดคิดเพิ่มต่างหากจากค่าเข้าชม)

เวลาเปิดปิด : 10:00-17:00 น. (เข้าได้ช้าสุด 16:30 น.) ปิดทุกวันอังคารยกเว้นวันอังคารที่เป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ของญี่ปุ่น และปิดช่วงปีใหม่

การเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดินลงที่สถานี Tenjimbashisujirokuchome หาทางออก 3 แล้วเดินต่ออีก 1 นาที พอเข้ามาในอาคารแล้วขึ้นลิฟต์ไปชั้น 8 จะเจอทางเข้า


10.สวนสัตว์เทนโนจิ (Osaka Tennoji Zoo) : พูดถึงสวนสัตว์ นักท่องเที่ยวบ้านเราอาจจะไม่ว้าวมากนัก แต่จะบอกว่าจริงๆแล้วที่สวนสัตว์เทนโนจินั้น "มีหมีขั้วโลกด้วยนะ" ไม่จำเป็นต้องบินไปถึงฮอกไกโดก็สามารถชมหมีขั้วโลกตัวสีขาวรวมทั้งเพนกวินและมีโคอาล่าได้อีกด้วย สวนสัตว์แห่งนี้ยังเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เหมาะกับครอบครัวด้วย เพราะชาวญี่ปุ่นเองก็มักจะพาครอบครัวมาเดินชมสัตว์นานาชนิดที่นี่ครับ และขอกระซิบด้วยว่าข้างๆสวนสัตว์จะเป็นสวนสาธารณะที่เราสามารถชมซากุระได้แบบไม่ค่อยเจอนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วยนะ!

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 500 เยน เด็กชั้นประถมและมัธยมต้น 200 เยน 

เวลาเปิดปิด : 09:30-17:00 น. (เข้าได้ช้าสุด 16:00 น.) ปิดทุกวันจันทร์ยกเว้นวันจันทร์ที่เป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ของญี่ปุ่นจะเปิดให้บริการแล้วปิดวันถัดไปแทน ทั้งนี้มีปิดบริการช่วงปีใหม่ตั้งแต่ 29 ธันวาคม ถึง 1 มกราคมด้วย

การเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดินหรือรถไฟ JR ลงที่สถานี Tennoji แล้วเดินอีกราวๆ 10 นาทีจะเจอทางเข้าสวนสัตว์

และทั้งหมดนี้ก็คือ 10 สถานที่น่าเที่ยวของโอซาก้าที่ผมขอแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักนะครับ ก็หวังว่าทุกคนจะได้รับความสนุก ความเพลิดเพลินและความสุขจากการมาเที่ยวโอซาก้ากันทุกคน แล้วผมจะเขียนแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเมืองอื่นๆให้รู้จักกันอีกในโอกาสต่อไปคร้าบบบบบบบ 

​ภาพปกจาก jnto

ภาพประกอบจาก neverendingvoyage, flickr, insideosaka, route246sotobori, seafoodnews, seeing-japan, befreetour, wikidata, kushinoi, exp-tours, osp.osaka, flickr ส่วนภาพชินเซไกจากกล้องของโอทารุครับ

บทความล่าสุด