t ท่องเที่ยวในญี่ปุ่น

วิเคราะห์สองสนามบินในโตเกียว

วิเคราะห์สองสนามบินในโตเกียว

By , วันพุธ, 18 มีนาคม 2558

--กลับมาพบกันอีกครั้งนะครับ ท่านผู้อ่านทุกท่าน บัดนี้ก็เป็นบล็อกที่ 4 ของผมแล้วนะครับ แม้จะไม่ได้ดังเปรี้ยงปร้างหรือกล่าวขวัญกันข้ามโลกแบบคลิปคนดังหลุดว่อนหรือเหตุระทึกข้ามโลก ผมก็จะยังคงเขียนต่อไปเท่าที่จะนึกออก เพื่อให้การไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นของทุกท่านได้มีความรู้ ความสนุกและเกร็ดความรู้เพิ่มขึ้น แม้สัก 1% ก็ยังดีครับ อิอิ

--มาครั้งนี้จะไม่เน้นเนื้อหามาก จะขอแค่สรุปสนามบิน "Haneda และ Narita" ให้ฟังว่า แบบไหนดี แต่ทั้งนี้ขอบอกว่า การวิเคราะห์นี้ผมก็เล่าไปตามสภาพที่ผมได้ไปสัมผัส บางท่านอาจจะมีปัจจัยที่ดีกว่าผมหรืออื่นๆที่อาจจะเป็นปัจจัยให้คิด อย่างเช่น "เอ๊ะ! แบบนี้ฉันว่าแผนนี้มัน work กว่า หรือเดินทางแบบนี้ถูกกว่า" เป็นต้น ก็ถือว่าเล่าสู่กันฟังสนุกๆครับ 

--เอาล่ะ มาเริ่มเข้าสู่เนื้อหากันเลยดีกว่าครับ ตามมาอ่านกัน!

 

--ก่อนอื่นผมขอสรุปข้อมูลของสนามบินฮาเนดะกับสนามบินนาริตะคร่าวๆก่อนนะครับ ท่านใดที่เข้ามาอ่านก่อนหน้านี้ก็คงทราบว่าผมได้เขียนเรื่องสนามบินในโตเกียวทั้งสองแห่งไปเรียบร้อยแล้วพร้อมข้อมูลละเอียด ส่วนท่านใดที่เพิ่งเห็นครั้งแรกก็ย้อนเข้าไปอ่านทั้งสองเรื่องนี้ได้ครับ (จะเอา link มาแปะให้ภายหลังละกันนะครับ)

--ผมขอเริ่มวิเคราะห์สนามบินฮาเนดะก่อนแล้วค่อยตามด้วยนาริตะและปิดท้ายด้วยความเห็นส่วนตัวของผมครับ ^__^

สนามบินฮาเนดะ

--มีที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงโตเกียวมาก สามารถนั่งรถ Monorail จาก International Terminal เข้าสู่สถานี JR Hamamatsucho ได้ภายในเวลาแค่ 16 นาที เท่านั้น ด้วยราคาเพียงแค่ 490 เยน เท่านั้นเอง!!! ถูกมากๆ ต่อจาก JR Hamamatsucho สามารถใช้รถไฟสาย Yamanote ซึ่งเป็นรถวนรอบโตเกียวไปลงสถานีหลักได้อีกมาก เช่น ชินจูกุ โตเกียว ชิบูย่า อุเอโนะ อิเคะบุคุโระ ยกตัวอย่างเช่น จาก Hamamatsucho ไปลงสถานีชินจูกุ ก็ใช้เวลาไม่ถึง 20 นาทีด้วยเงิน 200 เยน! นับว่าถูกมากครับถ้าหากได้ลงสนามบินนี้ นอกจากนี้สนามบินฮาเนดะยังไม่คับคั่งเท่ากับสนามบินนาริตะครับ ที่สังเกตคือ ผมไม่ค่อยเห็น Group tour สักเท่าไหร่ ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะสายการบิน low-cost ส่วนใหญ่บินไปลงสนามบินนาริตะมากกว่าครับ ขณะที่ข้อเสียของสนามบินนี้เท่าที่เดินสำรวจคือ ไฟลท์ที่จะมาลงจากไทยมีไม่มากเท่าสนามบินนาริตะ แม้เวลาไฟลท์สวยๆจะถึงแบบเช้าตรู่ คือ หกโมงเช้า แต่มักแลกมาด้วยราคาที่สูงกว่านาริตะ ขณะที่ตั๋วราคาถูกก็มักปล่อยแต่ไฟลท์ที่แลนดิ้งรอบดึกเลย เช่น ถึงสนามบินสี่ทุ่มครุ่ง (อิงเวลาจากการบินไทย) และอีกข้อที่พบเจอก็คือ สนามบินนี้ไม่เหมาะกับ "คนบ้าช้อปปิ้ง" เพราะถ้าวัดกันแล้ว ร้านขายของต่างๆจะมีน้อยกว่าสนามบินนาริตะอยู่พอสมควรครับ และท่านผู้อ่านที่ชอบช้อปปิ้งเข้าเส้นคงจะชินกับสนามบินนาริตะมากกว่าด้วย 

b2ap3_thumbnail_IMG_2648.JPG

มองจากภายใน International Terminal ของสนามบินฮาเนดะ (ขาออก)

สรุป

จุดแข็ง

1.ใกล้โตเกียวกว่าสนามบินนาริตะ ทำให้เดินทางสะดวก และในช่วงที่หิมะถล่มหนักๆ โอกาสที่จะถอยทัพออกมาคอยนอกสนามบินยังมี % มากกว่าสนามบินนาริตะครับ

2.ประหยัดเวลาในการเดินทางทั้งขาไปและขากลับ

3.ประหยัดค่ารถไฟเข้าเมืองได้มากกว่า บอกยังงี้อาจไม่เห็นภาพ -->สมมุติว่า เราเที่ยวญี่ปุ่น 5 วัน ขาไปกับขากลับ เราใช้ Monorail กับ JR Yamanote ก็พอ วันนึงใช้ไม่ถึงพันเยน ที่เหลืออีกสามวันเต็มๆ ใช้ Kanto Pass ได้เลย เพราะถ้าใช้จากนาริตะด้วย NEX เพียวๆจะจ่ายถึง 3,200 เยน ในการพาคุณเข้าสู่สถานีชินจูกุ (ด้วยเวลา 80 กว่านาทีด้วย มิใช่ 36 นาทีแบบสนามบินฮาเนดะ) 

4. เช็คอินได้เร็วกว่าสนามบินนาริตะ แถวไม่ยาว, ทัวร์ลงน้อยกว่าด้วย 

b2ap3_thumbnail_access_train_map.jpg

แผนผังรถไฟเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น

ภาพจาก : http://www.haneda-airport.jp/inter/en/images/access/access_train_map.gif

จุดอ่อน

1. ไฟลท์บินช่วงเวลาลงเช้าตรู่ "ราคาแพง" และมีไฟลท์ให้เลือกน้อยกว่าสนามบินนาริตะ เวลามีตั๋วโปรโมชั่นก็ชอบจัดไฟลท์ถึงสนามบินตอนดึกๆให้

2. แหล่งละลายทรัพย์น้อย ขาช้อปปิ้งอาจไม่สะใจ ส่วนร้านขายขนมของฝากก็ยังมีไม่มาก (แต่อนาคตคงขยายออกไปอีก)

b2ap3_thumbnail_airport.jpg

หิมะตกหนักที่สนามบินฮาเนดะ 

ภาพจาก http://rt.com/files/news/22/3e/40/00/airport.jpg

 

สนามบินนาริตะ

--สนามบินนาริตะ ชื่อนี้ฮิตติดลมบนในใจนักท่องเที่ยวไปแล้ว เนื่องจากส่วนใหญ่ไฟลท์จะลงที่สนามบินแห่งนี้ แถมใครที่จะบินไป/กลับจากอเมริกาก็อาจได้แวะสนามบินแห่งนี้ ตลอดจนทำ stopover ได้ด้วยครับ สนามบินนาริตะนี่ต้องบอกว่ากว้างขวางและก็ใกล้จะมี terminal น้องใหม่สำหรับ low cost carrier ด้วย ร้านรวงของช้อปปิ้งก็ไม่ต้องห่วงเลยครับ เหมือนมีห้างสรรพสินค้าอยู่ในสนามบินเลยด้วยซ้ำ ทว่าความที่เหมือน hub การบินในภูมิภาคนี้ด้วย ทำให้นักท่องเที่ยวเยอะตามไปด้วยและทำให้แถวตอนเช็คอินมีความยาวมากเช่นกัน ดังนั้นนักท่องเที่ยวจึงควรเผื่อเวลามาเช็คอินกันเยอะๆด้วยนะครับ เดี๋ยวนี้สองชั่วโมงก่อนเครื่องออกแทบจะไม่ได้ทำอะไรแล้ว สำหรับการเดินทางเข้าสู่สถานีโตเกียวและย่านอื่นๆ ก็ถือว่ามีความสะดวกทั้งรถไฟ รถบัส (หรือ Taxi ก็ได้นะ ถ้าใครอยากลอง) ยิ่งไปกว่านั้นบางคนอาจเริ่มหรือจบการเดินทางที่เมืองนาริตะด้วยครับ เพราะเมืองที่ว่ามีทั้งวัดที่สวยงาม แถมรู้กันในวงกว้างด้วยว่ามีห้างอิออนมอลล์ ซึ่งเป็นขวัญใจสจ๊วตและแอร์โอสเตสรวมไปถึงขาช้อปและทัวร์ด้วยครับ ส่วนการเดินทางด้วยรถไฟก็ง่าย เพราะมีสองเจ้าให้บริการ (แข่งกัน) รับนักท่องเที่ยวครับ ใครเป็นมือใหม่ก็ขอแนะนำรถไฟ NEX ของ JR ครับ เดินทางแบบรถตรง ไม่ต้องเปลี่ยนขบวนให้งุนงงหลงทาง โดยปกติใช้เวลาจากสนามบินไปสถานีโตเกียวเกือบหนึ่งชั่วโมง ครับ ทว่าราคาอาจจะแพงหน่อย เพราะขายเป็นแพคเกจให้นักท่องเที่ยวต่างชาติแบบไป-กลับที่ 4,000 เยนครับ (จริงๆก็ถือว่าถูก ถ้าซื้อแบบขาเดียว คิดราคาคนญี่ปุ่น ก็ล่อไปราว 3,200 เยนละครับ) กระนั้นก็ตาม หากใครพักแถว Ueno หรือ Nippori ตลอดจน Asakusa หรือต่อไปนอนที่ Nikko ก็แนะนำ รถไฟของ Keisei ครับ รถไฟของบริษัทนี้ก็เจ๋งไม่แพ้ฝั่ง JR แถมถูกกว่าและใช้เวลาเดินทางไป Ueno แค่ 40 กว่านาทีเท่านั้น สนนราคาก็ 2,470 เยน!! -->อันนี้ราคาปกติครับ ถ้าเป็นชาวต่างชาติ มี package ให้เลือกแบบสุดคุ้มอีกมาก ต้องเข้าเว็บไซต์ดูครับ

b2ap3_thumbnail_DSC06804.JPG

 

ถ่ายจาก Terminal 1 ระหว่างรอเวลาขึ้นเคริ่องครับ

สรุป

จุดแข็ง

1. ตัวเลือกสายการบินเยอะมากกว่าสนามบินฮาเนดะ และเวลาไฟลท์ก็มีให้เลือกตั้งแต่ถึงสนามบินตอนเช้าตรู่ยันดึก

2. สายการบิน low cost มักจะออกโปรโมชั่นลงสนามบินแห่งนี้ครับ หากเจอโปรฯโดนๆ นี่ไป-กลับไม่ถึง 8,000 ก็มีเยอะนะ ส่วน Charter flight ก็นิยมลงสนามบินนี้เช่นกัน 

3. ที่ช้อปปิ้งเยอะมากกกกกกกก เลือกเดินไปเหอะครับ เยอะมากจริงๆ ใครไม่อยากเก็บเงินเยนก็ไม่ต้องเก็บสมใจล่ะ

4. สนามบินนาริตะสามารถทำเป็น stopover สำหรับท่านที่ต่อเครื่องไป/กลับอเมริกาเหนือได้สะดวกครับ

-->ใกล้ๆสนามบินมีเมืองนาริตะอยู่ มีที่เที่ยวทั้งวัดวาอาราม เมืองเก่า และห้างสรรพสินค้า โดยที่ไม่ต้องถ่อเข้าโตเกียวให้เสียเวลา เพราะนั่งรถประมาณ 10-15 นาทีจากสนามบินเท่านั้น นอกจากนี้บริษัททัวร์บางเจ้าที่จัดโปรแกรมเดินทางกลับไฟลท์เช้าก็จับมานอนคืนสุดท้ายที่เมืองนาริตะก็มีถมถืด

b2ap3_thumbnail_train_map_new.jpg

ผังการเดินทางด้วยรถไฟเข้าสู่โตเกียวครับ

ภาพจาก http://kaihiong.com/blog/wp-content/uploads/2014/03/train_map_new.gif

จุดอ่อน

1. ถ้าวัดระยะทางแล้วสนามบินนาริตะจะอยู่ไกลจากโตเกียวมากกว่า ทำให้ต้องใช้เวลาเดินทางนานกว่านั่นเอง (แต่ก็สะดวกอยู่ดีเพราะรถไฟทั้งสองเจ้าวิ่งผ่านสถานีสำคัญหลายสถานีครับ) นอกจากนี้ในช่วงที่หิมะตกหนักมากๆ การเดินทางสู่โตเกียวอาจ "อัมพาต" ได้ คือ ท่านอาจติดอยู่ในสนามบินเป็นวันเลยหากรถไฟหรือรถบัสไม่สามารถวิ่งได้เนื่องจากหิมะถล่ม มีคนเจอมาแล้วจริงๆนะครับ! (ตรงนี้สนามบินฮาเนดะยังพอลุ้นเพราะใกล้โตเกียวกว่า อาจถอยไปตั้งหลักได้)

b2ap3_thumbnail_20140214_cp_004.jpg

หิมะตก ถ้าหนักมากๆรถไฟมีสิทธิ์หยุดวิ่งนะครับ!

http://bertstephani.com/wp-content/uploads/2014/02/20140214_cp+_004.jpg

2. ค่าตั๋วรถไฟกับรถบัสที่มุ่งหน้าเข้าเมืองหลวงมีราคาแพงกว่าเมื่อเทียบกับสนามบินฮาเนดะ

3. เนื่องจากเป็น Hub ของการบินในแถบนี้ ทั้ง Air Traffic และ "คน" จึงเยอะมากกกกกก สังเกตได้ชัดเจนตอนกำลังเข้าด่านตรวจคนเข้าเมืองกับตอนจะเช็คอินเพื่อกลับบ้าน แถวยาวมากกกกกกกกก

-->ผมเองก็เจอครับ TG เนี่ยแหละ ทัวร์ลง+A380 เต็มลำ แถวยาวทะลักออกมานอกเคาน์เตอร์เช็คอินเลย สุดท้าย...วิธีง่ายๆที่หลายคนลืม คือ เข้าเนตแล้วกดเข้าไปเว็บเช็คอิน เสร็จแล้ววิ่งอ้อมเคานเตอร์ปกติเลยครับ พุ่งไปหย่อนกระเป๋าของท่านที่ internet check-in counter ได้เลย-->มีคนต่อคิวคนเดียว ในกรณีที่ท่านผู้อ่านมากับทัวร์ก็ใจเย็นๆนะครับ เจ้าหน้าที่เองก็เร่งทำงานเต็มที่ ผมเห็นแล้วก็ต้องให้กำลังใจพวกเขาน่ะครับ

b2ap3_thumbnail_DSC06813.JPG

สงสัยเพราะ A380 จุคนได้เยอะแถมไฟลท์นี้ออกญี่ปุ่นตอนเย็นถึงไทยดึก คนจึงเต็มเครื่อง! แน่นอน..คิวเช็คอินก็ยาวด้วยครับ 

ความเห็นส่วนตัว

--มาถึงบรรทัดนี้ อยู่ที่ท่านผู้อ่านแล้วครับว่าจะเลือกสนามบินใดไว้ใช้เดินทางในการมาเยือนแดนอาทิตย์อุทัยแห่งนี้ สำหรับส่วนนี้เป็นความเห็นส่วนตัวของผมล้วนๆ ท่านผู้อ่านไม่จำเป็นต้องเชื่อ/ทำตาม/นำไอเดียไปใช้มั่ง ก็ได้นะครับ ผมให้ free style เลย

-->สำหรับผม ถ้าให้เลือก ผมบอกแบบฟันธงเลยว่า

อันดับหนึ่งในดวงใจ ถ้าเลือกได้ โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณ ผมขอเลือกลงสนามบินฮาเนดะในการเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่น ส่วนตอนกลับขอเลือกสนามบินนาริตะครับ ทั้งนี้ ขอระบุสายการบินด้วยว่า ขอเลือก ANA หรือ TG และ JL รั้งท้าย เหตุผลคือ

1. ANA,TG และ JL  ล้วน "บินตรง" ออกจากไทยดึก ถึงฮาเนดะเช้าตรู่ (ช่วงหกโมงเช้าทั้งสามสายการบิน) ส่วนขากลับออกจากนาริตะ ประมาณ ช่วง 17:25-18.20 น. ทำให้ผมมีเวลาช้อปปิ้งที่สนามบินได้อีกเยอะ เพราะผมวางแผนว่าขากลับผมจะใช้ Keisei Skyliner ยิงตรงมานาริตะแล้วก็รีบไปเช็คอินเพื่อเข้าไปละลายทรัพย์ครับ

2. ANA กับ TG เป็น Star Alliance ผมสะสมไมล์ได้ครับ ถ้าได้ Gold ก็ดี ถ้าไม่ได้ภายในระยะสองปี ผมเอาไมล์ที่ได้ไปแลกโรงแรมไว้ relax ในไทยหรือประเทศอื่นได้อีกต่อหนึ่งครับ

3. การบริการ..ชีวิตนี้ยังไม่เคยใช้ ANA แต่เพื่อนที่เคยบินบอกว่าเลิศมากกกกก ส่วน JL ผมแอบประทับใจทั้งอาหารและผู้ให้บริการที่ยิ้มแย้มมากครับ (น่ารักจริงๆนะ) ส่วน TG ก็ถือว่าสื่อสารง่าย กันเองดี อาหาร+น้ำ+Alcohol ผมยังทานได้เสมอ ^^

4. ปัจจุบัน ถ้า ANA กับ TG ผมเป็น Silver ครับ น้ำหนักจะได้เพิ่มจากปกติอีก 10 กิโลกรัม ขนของ(ขนม/หนังสือ/ของที่ระลึก) กลับบ้านได้อีกเพียบ ส่วน JL ก็ได้ยินว่าปล่อยน้ำหนักให้อีกเยอะ ไม่จำกัดแค่ 20 กิโลกรัมแล้วนะ ขาช้อปยิ้มได้แล้วครับ

ทว่า...ในโลกความเป็นจริง "งบประมาณมีจำกัด" ก็อาจทำให้ผมต้องเลือกทางที่คุ้มค่า ที่ว่าคุ้มเพราะตอนที่ใช้บริการจริง พวก Low cost ชื่อดังยังไม่ให้เปิดรูทบินมาญี่ปุ่นครับ (มีแต่เกาหลี) แต่ผมก็ถือว่าผมรับได้ ดังนั้นอันดับสองจึงเป็นดังนี้

อันดับสอง ผมเลือก Cathay Pacific ครับ จริงๆไฟลท์มีให้เลือกเยอะมากกกกกก แต่! ขอระบุไฟลท์ว่า ขาไปขอไฟลท์ออกจากไทย 18.50 น. รอเปลี่ยนเครื่องที่ฮ่องกงประมาณ 2 ชั่วโมง แล้วบินต่อไปลงสนามบินนาริตะ ถึงที่โน่นเกือบ 7 โมงเช้า บอกตรงๆ โล่งมาก ด่าน ตม. ก็ไม่แน่น ส่วน JR Office ก็ยังไม่เปิด แต่เคาน์เตอร์เล็กเปิดแล้ว ผมไปแล้วได้คิวแรกเลยครับ หุหุหุ สบายๆ ส่วนขากลับ ผมขอเลือกสนามบินฮาเนดะครับ ระบุไฟลท์ด้วยว่า Take Off ตอน 16.20 น. แล้วไปเปลี่ยนเครื่องที่ฮ่องกงอีกชั่วโมงกว่า ถึงไทยเที่ยงคืน (เวลาสวยๆนะ) 

b2ap3_thumbnail_IMG_2087.JPG

อาหารบนเครื่องมื้อดึก แจกตอนบินจากฮ่องกงสู่โตเกียว ประมาณตีหนึ่งกว่าๆ กินเสร็จก็ควรนอนงีบครับ

-->จุดอ่อนที่ผมมองของแผนนี้คือ วันเดินทางไป ผู้อ่านบางคนต้องลางานครึ่งวันบ่ายเพื่อไปสนามบินสุวรรณภูมิครับ เพราะถ้าทำงานบริษัทเลิกงาน 5 โมง กว่าจะต่อรถ ต่อ Airport link ผมว่าลุ้นตัวโก่ง ตกเครื่องไม่คุ้มเลย ส่วนค่าตั๋วที่หมดไปตอนนั้น 18,100 บาท ครับ (สะสมไมล์ไม่ได้) และตอนนั้น TG ปาเข้าไป 24,xxx บาท ครับ จบนะ!!!

อันดับสาม อันนี้แถมให้ ยังไม่เคยลองหรอก...เดี๋ยวนี้ "ป้าเอิ้อง" ชอบออกโปรยั่วใจใช่ไหมครับ ผมเองก็ชอบนะ แต่ขอบอกว่า "อ่านเงื่อนไขดีๆ" ใครอยากไปช่วงวันหยุดเทศกาล มักไม่ได้เรทนี้ cover ครับ (แหงละ มันขายได้อยู่แล้วนิ เช่น ช่วงสงกรานต์ วันเข้าพรรษาไรงี้) และ "ดู Flight time ให้ดี"

--ส่วนใหญ่เป็นไฟลท์บินเช้าถึงญี่ปุ่นค่ำๆ ที่ผมว่า work จริงๆ ในมุมมองผมมีสองไฟลท์ (เฉพาะขาไป ขากลับเลือกได้ก็เลือกบินเย็นหรือดึกนะครับ) คือ ออกไทยเช้า ถึงนาริตะบ่ายสาม จะคุ้มสุด ส่วนอีกไฟลท์ไม่เกี่ยวกับโตเกียว แต่มันคือ BKK-FUK ครับ ออกไทยตีหนึ่งถึงโน่น 8 โมงพอดี เวลาสวยมาก แต่มันไม่เกี่ยวกับสองสนามบิน ผมจึงไม่กล่าวถึงนะ

-->ที่ผมไม่ขอกล่าวก็คือ Low Cost Carrier นะครับ เนื่องจากยังไม่เคยใช้บริการในการเดินทางมาญี่ปุ่น และปัจจุบันนี้คงมีคนรีวิวเพียบตามเว็บไซต์หรือกระทู้ท่องเที่ยวแล้ว ผมจึงไม่ขอกล่าวถึงนะครับ (เผื่อมีใครสงสัยว่าทำไมไม่พูดถึง) 

-->มาถึงบรรทัดนี้ก็คงต้องบอกว่า เป็นอย่างไรบ้างครับ อ่านแล้วรู้สึกว่ามันสั้นลงไหม??? ผมพยายามตัดเนื้อหาละ ผมชอบละเอียดๆครับ แต่กลัวผู้อ่านจะเบื่อเสียก่อน เอาเป็นว่าไอเดียที่แชร์ให้อ่านจะทำตามก็ได้ ไม่ทำก็ได้ และเช่นเคยครับ ถ้าท่านใดอยากถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือพูดคุยก็ Add friend ใน Facebook ได้เลยครับ search ชื่อ Otaru Taichou เจอแน่ๆ สำหรับบล็อกนี้ผมขอตัวไปพักสายตา เพื่อค้นคว้าข้อมูลบล็อกต่อไปนะครับ สวัสดีครับ ^__^

บทความล่าสุด