b9-onse_25641108-101845_1

          สวัสดีค่ะ วันนี้จะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในจังหวัดอาคิตะแห่งหนึ่ง นั่นก็คือที่ โกโชกะเคะ ออนเซ็น (後生掛温泉, Goshōgake Onsen) หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อของ ออนเซ็นโคลนเป็นออนเซ็น​ที่ตั้งอยู่ในภูเขา Hachimantai ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่อยู่ในอุทยานแห่งชาติ Towada-Hachimantai

          ช่วงที่มายไปเป็นช่วงกลางเดือนตุลาคม ใบไม้เริ่มเปลียนสีแล้ว เราจึงสามารถถ่ายรูปคู่กับใบไม้เปลี่ยนสีได้ระหว่างทาง

           ครั้งนี้ได้ไกด์เป็นคุณลุงชาวญี่ปุ่นวัย 70 ปี มาช่วยนำทางไปชมออนเซ็นโคลน จริง ๆ จะไปเองโดยไม่ต้องมีไกด์ก็ได้ แต่เพื่อความชัวร์ว่าเราจะไม่เดินหลงและเสียเวลา เลยเอาไกด์ดีกว่า คุณ Watanabe บอกว่าเขาชอบเขาลูกนี้มาก เดินขึ้นเขาทุกวันเลย ตอนพาเราชมก็เล่าเรื่องต้นไม้ พืชพรรณต่าง ๆ ระหว่างทางให้เราฟังโดยสายตาอันเป็นประกาย ดูคุณลุงแข็งแรงกว่าเราซะอีก

          อากาศบนค่อนข้างเย็น ตอนแรกเราใส่เสื้อไหมพรมกับเสื้อโค้ทกันหนาว ถุงน่อง เลคกิ้งแบบไปเดินห้างมา (ตามสไตล์คนไม่คุ้นเคยกับการออกป่า) แต่คุณลุงบอกว่า ไปเดินเขาลมอาจแรง เพราะฉะนั้น เปลี่ยนเป็นชุดเดินเขาจะดีกว่า ทะมัดทะแมงกว่าด้วย โดยคุณลุงก็น่ารักมาก ไปช่วยขอยืมเพื่อนมาให้ ระหว่างทางมีห้องน้ำก็จริง แต่เป็นแบบนั่งยอง ๆ และแน่นอนว่าไม่มีที่ล้างก้น เพราะฉะนั้น แนะนำว่าให้เข้าห้องน้ำไปก่อนดีกว่าค่ะ

          ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว เอาภาพหน้าห้องน้ำมาให้ชมกันค่ะ ใครที่อ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ออก อาจจะงงว่า ปี๊บเหล็กที่เขาแขวนไว้ข้างบนคืออะไร อันนี้ "ปี๊บไล่หมี" ค่ะ เพราะในป่าในเขาบางทีก็มีหมีโผล่มาด้วย บางทีเจ้าหมีนี้ก็แอบมาหลบในห้องน้ำ ถ้าหมีมา เราจะได้ตีปี๊บให้เสียงดัง ๆ หมีจะได้วิ่งหนีไป เพราะว่าหมีไม่ชอบเสียงดัง 555

          ไกด์บอกว่าไม่ใช่คนที่กลัวหมีอย่างเดียว แต่จริง ๆ แล้วหมีก็กลัวคนด้วย เพราะฉะนั้น เวลาเดินป่า คนญี่ปุ่นมักจะแขวนกระดิ่งไว้ตรงไม้เท้าเพื่อให้มีเสียงตลอดเวลา หมีได้ยินจะได้ไม่เข้าใกล้ (แต่เอาจริง ๆ ถ้าเป็นเรา คงไม่กล้าตีปี๊บ ถึงจะรู้ว่าหมีไม่ชอบเสียงก็เหอะ ยอมอดทนจนวินาทีสุดท้ายแทน)

          ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ขออนุญาตสอดแทรกความภาษาญี่ปุ่นเล็กน้อย ตัวภาษาญี่ปุ่นที่อยู่ตรงปี๊บ เขียนว่า 熊よけ kuma yoke แปลว่า กันหมี ค่ะ

          เดินมาซักพัก ไม่ไกลมาก ก็เจอบ่อออนเซ็นโคลนแล้วค่ะ ของจริงดูสวยกว่าในรูปมาก ออนเซ็นจะเป็นสีเทาเข้ม ล้อมรอบไปด้วยวิวใบไม้เปลี่ยนสีทำให้สีตัดกันมาก ๆ ตอนแรกที่เห็นคือว้าว เพราะเพิ่งเคยเห็นโคลนเดือดปุ๊บ ๆ เป็นครั้งแรก และรอบ ๆ ก็มีควันออกมาด้วย เพราะว่าออนเซ็นโคลนร้อน แต่อากาศรอบ ๆ ข้างหนาว 

          อย่างไรก็ตาม ออนเซ็นนี้เราแช่ไม่ได้นะคะ เพราะว่าร้อนมาก!! อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 98℃ ได้

          สำหรับใครที่อยากแช่ออนเซ็น แถว ๆ นี้ก็มีเรียวกังที่สามารถแช่ออนเซ็นได้เช่นกันค่ะ ชื่อ Goshogake Onsen Baths ไม่จำเป็นต้องค้างคืนก็แช่ได้ ในราคาไม่แพง แค่ 600 เยนเท่านั้น เปิดให้เข้าตั้งแต่ 09:00-15:00 น. (เปิดให้เข้าได้ช้าสุดไม่เกิน 14:30 น.)

          ออนเซ็นที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องรักษาโรคต่าง ๆ ทำให้มีคนญี่ปุ่นหลายคนมาพักที่นี่แบบรายเดือน (แบบหอพักไม่มีอาหารให้ แต่ต้องเข้าครัวทำอาหารเอง) อีกหนึ่งไฮไลต์ของออนเซ็นที่นี่คือ มีซาวน่าแบบเป็นกล่องไม้ เราสามารถเข้าไปอบซาวน่าในกล่องไม้นั้นเฉพาะตัว แต่หัวโผล่ออกมาข้างนอก (เสียดายที่เขาไม่ให้ถ่ายรูป เลยอดเอารูปมาให้เพื่อน ๆ ดูกัน) 

          ถ้าใครไม่อยากเสียเงินเพิ่ม แนะนำให้นำผ้าเช็ดตัวมาเองนะคะ แต่สำหรับใครที่ไม่มีผ้าเช็ดตัว ที่เคาน์เตอร์ก็มีขายเช่นกันค่ะ

          เดินมาสักพักจะเจอร้านขาย "ไข่ดำ" ภาษาญี่ปุ่นจะเรียกว่า 黒たまご (kuro-tamago) ว่ากันว่า ถ้ากินไข่ดำใบนี้แล้วจะสวยขึ้น จริงรึเปล่าไม่รู้ แต่เราซื้อมาลองกินแล้ว 1 ฟอง เขาบอกว่าไข่นี้ต้มมาจากออนเซ็นโคลนที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุต่าง ๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย (เดาว่าด้วยเหตุนี้ กินแล้วอาจจะมาบำรุงผิวมั้ง 555) 

          ราคา 2 ฟอง 150 เยน, 5 ฟอง 350 เยน ใครมาแวะมาที่นี่ ลองซื้อมากินดูนะคะ แล้วมาบอกกันว่า กินแล้วสวยขึ้นจริงมั้ย ^^

          เส้นทางในการเดินภูเขานี้ไม่ยาวเท่าไหร่ คุณลุงไกด์พาเดินแค่ประมาณ 2 กิโลเมตรเท่านั้น เพราะฉะนั้นใครที่ไม่ชอบเดินทางไกล ก็สามารถมาเดินเล่นชมชิววิวสวย ๆ โดยที่ไม่เหนื่อยได้เช่นกัน รับรองว่าติดใจแน่นอนค่ะ คุณลุงไกด์บอกว่ามาช่วงฤดูหนาวก็สวยเช่นกัน จะเป็นการเดินป่าท่ามกลางหิมะ สวยไปอีกแบบ ถ้ามีโอกาสก็อยากลองมาเดินช่วงหน้าหนาวดูเหมือนกันค่ะ


สำหรับวิธีการเดินทาง:

          เนื่องจากอยู่ในภูเขา สัมผัสธรรมชาติอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นจึงไม่มีรถไฟเข้าถึงค่ะ ถ้าอยากเดินทางเอง ก็สามารถทำได้โดยการนั่งรถบัสจากสถานี Tazawago มาลงที่ Goshogake Onsen 

          แต่จะมีแค่ 2 เที่ยวต่อวัน และมีเฉพาะช่วงวันเสาร์อาทิตย์กับวันหยุดราชการ ตั้งแต่ประมาณกลางเดือนเมษายน ถึงกลางเดือนกันยายนเท่านั้น เพราะฉะนั้น แนะนำว่าเช่ารถ หรือซื้อทัวร์ท้องถิ่นไปจะสะดวกกว่าค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.goshougake.com/