t ท่องเที่ยวในญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นเตรียมอนุญาตให้นักท่องเที่ยวต่างชาติใช้ Autogate ได้ในขาออกนอกประเทศ

ญี่ปุ่นเตรียมอนุญาตให้นักท่องเที่ยวต่างชาติใช้ Autogate ได้ในขาออกนอกประเทศ

By , วันพุธ, 03 กรกฎาคม 2562

​สัปดาห์นี้โอทารุขอเสนอความเคลื่อนไหวข่าวที่เกี่ยวกับการเดินทางเข้า-ออกประเทศญี่ปุ่นให้เพื่อนๆทราบกันครับ โดยเรื่องนี้ผมได้แปลมาจากสำนักข่าวของญี่ปุ่นนะครับ ดังนั้น เนื้อหาบางอย่างอาจจะมีคำที่แปลกๆอยู่บ้าง แต่ผมจะพยายามเน้นในอ่านแล้วเข้าใจง่ายที่สุดครับ เอาล่ะ เรามาเริ่มอ่านข่าวกันเถอะครับ

..."ทางญี่ปุ่นกำลังดำเนินการติดตั้งเทคโนโลยีจดจำใบหน้ากับเครื่อง Autogate สำหรับให้นักท่องเที่ยวต่างชาติได้ใช้ในขาออกนอกประเทศญี่ปุ่นตามสนามบินหลักทั่วประเทศ โดยคาดว่าจะเริ่มให้นักท่องเที่ยวใช้ได้ตั้งแต่ช่วงฤดูร้อนปีนี้เป็นต้นไป"...

เนื่องจากปัจจุบันมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก และนั่นก็คือส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาการต่อคิวยาวที่บริเวณด่านตรวจคนเข้าเมืองตามสนามบินหลักของประเทศญี่ปุ่น

อย่างไรก็ตามปัญหาดังกล่าวน่าจะได้รับการคลี่คลายในระดับหนึ่งสำหรับนักท่องเที่ยว เพราะทางญี่ปุ่นกำลังดำเนินการติดตั้งเทคโนโลยีจดจำใบหน้ากับเครื่อง Autogate สำหรับให้นักท่องเที่ยวต่างชาติได้ใช้ในขาออกนอกประเทศญี่ปุ่นตามสนามบินหลักทั่วประเทศ โดยคาดว่าจะเริ่มให้นักท่องเที่ยวใช้ได้ตั้งแต่ช่วงฤดูร้อนปีนี้เป็นต้นไป

"เราหวังว่าการดำเนินการในส่วนนี้จะทำให้ภาระการทำงานเรื่องการตรวจคนเข้าเมืองในขาออกลดลง เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจะได้ไปปฏิบัติงานอื่นๆเพิ่มขึ้น" หนึ่งในเจ้าหน้าที่ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้กล่าวไว้

สำหรับระบบจดจำใบหน้าดังกล่าวนั้น นักท่องเที่ยวต่างชาติจะสามารถเริ่มใช้งานได้ที่สนามบินฮาเนดะได้เป็นแห่งแรกตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2019 เป็นต้นไป จากนั้นในช่วงเดือนกรกฎาคม-พฤศจิกายนปีนี้ ชาวต่างชาติก็จะสามารถเริ่มใช้งานผ่าน Autogate ได้ที่สนามบินหลักอื่นๆทั่วประเทศ คือ สนามบินนาริตะ สนามบินคันไซ สนามบินฟุกุโอกะ สนามบินจูบุเซนแทร์ สนามบินชินชิโตเสะ และสนามบินนาฮา ทั้งนี้ไม่จำเป็นต้องมีการลงทะเบียนหรือกรอกข้อมูลล่วงหน้าลงในระบบดังกล่าวก่อนการใช้งานสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ในส่วนของชาวญี่ปุ่นนั้นได้รับอนุญาตให้ใช้งาน autogate ที่มีระบบจดจำใบหน้าทั้งในขาเข้าและขาออกประเทศญี่ปุ่นได้ตั้งแต่ช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2017 แล้ว อย่างไรก็ตามนักท่องเที่ยวต่างชาติ/ผู้พำนักในประเทศญี่ปุ่นที่ไม่ใช่ชาวญี่ปุ่นยังคงได้รับอนุญาตให้ใช้งานระบบดังกล่าวเฉพาะ "ขาออก" จากประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น ส่วนพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเมื่อเข้าสู่ประเทศญี่ปุ่นยังต้องผ่านเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองตามปกติเพื่อตรวจสอบประวัติอาชญากรรม/คดีความต่างๆรวมทั้งป้องกันการก่อการร้ายด้วย

เจ้าหน้าที่ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ระบบดังกล่าวอนุญาตให้นักท่องเที่ยวที่อยู่ไม่เกิน 3 เดือนมีสิทธิ์ใช้ autogate เท่านั้น หากผู้ใดที่ขอวีซ่ามาด้วยสถานะอื่นๆ จะต้องผ่านพิธีการโดยเจ้าหน้าที่ตามปกติเพื่อตรวจสอบสิทธิ์ตามที่ระบุในวีซ่าประเภทนั้นของแต่ละบุคคล

"ผู้พำนักในญี่ปุ่นบางคนจะต้องคืนบัตรประจำตัวผู้พำนัก (residence card) เมื่อพวกเขาออกนอกประเทศ แต่ถ้าเป็นนักท่องเที่ยวทั่วไปที่มาแบบระยะสั้นก็จะไม่มีบัตรที่ว่าจึงไม่ต้องมีการส่งคืน" หนึ่งในเจ้าหน้าที่กล่าวไว้


เจ้าหน้าที่ผู้นี้ยังกล่าวเสริมอีกด้วยว่าระบบนี้จะจำใบหน้าของนักท่องเที่ยวและทำการเปรียบเทียบข้อมูลว่าตรงกับข้อมูลใบหน้าที่เก็บไว้ในไมโครชิพของหนังสือเดินทางของบุคคลคนนั้น และประตูจะเปิดให้เดินผ่านเมื่อการระบุตัวตนเสร็จสิ้น โดยกระบวนการทั้งหมดนี้จะใช้เวลาเพียงแค่ 15 วินาทีเท่านั้น ส่วนนักท่องเที่ยวที่กังวลว่าถ้าผ่าน Autogate แล้วไม่มีตราประทับขาออกในหนังสือเดินทางก็สามารถร้องขอกับเจ้าหน้าที่ที่ประจำอยู่บริเวณดังกล่าวได้อีกด้วย

สำหรับช่วงเวลาที่สนามบินอื่นๆจะสามารถอนุญาตให้นักท่องเที่ยวต่างชาติใช้ Autogate ได้นอกเหนือจากสนามบินฮาเนดะมีดังนี้ สนามบินนาริตะ เริ่มใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม สนามบินคันไซ 25 กันยายน สนามบินฟุกุโอกะ 8 ตุลาคม ส่วนสนามบินจุบุเซนแทร์และชินชิโตเสะ เริ่มใช้ได้ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ ส่วนสนามบินนาฮาเริ่มใช้ได้ในดือนกรกฎาคม 2020 เป็นต้นไป

ในปี 2018 ที่ผ่านมานั้น สถิตินักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยือนประเทศญี่ปุ่นได้เพิ่มสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 31.19 ล้านคน ซึ่งจำนวนดังกล่าวนั้น รัฐบาลญี่ปุ่นตั้งเป้าหมายไว้ว่า ภายในปี 2020 จะเชิญชวนให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนประเทศญี่ปุ่นให้ได้ถึง 40 ล้านคน ซึ่งจำนวนเป้าหมายนี้ก็มีการคาดการณ์ว่าน่าจะเป็นไปได้โดยมีปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งคือ การเป็นเจ้าภาพการจัดโอลิมปิก 2020 และพาราลิมปิก (จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม-25 สิงหาคม 2020) ที่น่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติหลายล้านคนให้เดินทางมาญี่ปุ่นในช่วงดังกล่าวได้เป็นอย่างดี

แม้ว่าผู้พำนักในประเทศญี่ปุ่นที่เป็นชาวต่างชาติบางคนจะมองว่าระบบนี้ไม่ยุติธรรมสำหรับพวกเขา แต่เจ้าหน้าที่ก็เชื่อมั่นว่าระบบดังกล่าวยังคงมีประโยชน์สำหรับผู้พำนักบางส่วนที่สามารถประหยัดเวลาในช่วงพิธีการตรวจคนเข้าเมืองขาออกได้

สำหรับก่อนหน้านี้ ก็มีโครงการอนุญาตให้ใช้ระบบ Autogate สำหรับชาวต่างชาติที่ลงทะเบียนล่วงหน้าในสนามบินหลักของญี่ปุ่น 5 แห่ง แต่เงื่อนไขต่างๆค่อนข้างเคร่งครัด คือ จะต้องเป็นพนักงานของบริษัทในญี่ปุ่นหรือหน่วยงานนานาชาติที่มีสาขาในประเทศญี่ปุ่นรวมทั้งทำงานกับองค์กรนั้นมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปีรวมทั้งต้องเคยเดินทางมาญี่ปุ่นอย่างน้อย 2 ครั้งในรอบปีก่อนที่จะมีการทำเรื่องร้องขอด้วย (หมายเหตุ : โครงการที่ต้องทำเรื่องก่อนนั้น มีชื่อว่า Trusted Traveler Program เอกสารที่ต้องยื่นขอสิทธิ์การใช้นั้นมีเงื่อนไขเยอะพอสมควร จึงไม่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวไทย-ผู้แปล) ส่วนระบบ Autogate ที่จดจำใบหน้าตามข่าวนี้จะอนุญาตให้นักท่องเที่ยวต่างชาติทั้ง 67 ประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฯลฯ ที่รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศยกเว้นการตรวจลงตราขอวีซ่าจะได้มีโอกาสใช้งานระบบดังกล่าว 

และทั้งหมดนี้ก็คือข่าวล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับเหล่านักเดินทางท่องเที่ยวอย่างเราครับ ก็หวังว่าชาวไทยจะได้มีโอกาสไปลองใช้เครื่องนี้กันดูบ้าง ส่วนตัวเชื่อว่าอีกไม่นานต้องมีการรีวิวให้ดูแน่ๆ แต่เพื่อนๆที่ไปเที่ยวมาก่อนก็สามารถเล่าสู่กันฟังเพื่อแบ่งปันประสบการณ์การเดินทางท่องเที่ยวกันได้นะคร้าบบบบบ 

เนื้อหาข่าวต้นฉบับและภาพประกอบจาก japantimes

ภาพปกจาก liveworkplayjapan