t ท่องเที่ยวในญี่ปุ่น

ล่องเรือเที่ยวเกาะฮาชิมะ ตำนานเกาะร้างอาถรรพ์ในญี่ปุ่น

ล่องเรือเที่ยวเกาะฮาชิมะ ตำนานเกาะร้างอาถรรพ์ในญี่ปุ่น

By , วันจันทร์, 31 กรกฎาคม 2560

หากพูดถึงเกาะร้างในญี่ปุ่นที่โด่งดังจนมีผู้กำกับจากต่างประเทศหลายคนที่ยอมข้ามแดนมาถ่ายทำถึงที่นี่ คงไม่มีใครไม่รู้จัก "เกาะฮาชิมะ" ไม่ว่าจะเป็นหนังญี่ปุ่นที่เคยดังเป็นพลุแตกเรื่อง "Battle Royale" "Attack On Titans" หรือเรื่อง "The Battleship Island" หนังเกาหลีฟอร์มยักษ์ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในตอนนี้ และนอกจากนี้หนังไทยเรื่อง "ฮาชิมะ โปรเจกต์ ไม่เชื่อต้องลบหลู่" เองก็ได้ใช้สถานที่แห่งนี้เป็นที่ถ่ายทำด้วยเช่นเดียวกัน

แล้วเกาะฮาชิมะ มีความเป็นมาอย่างไร ทำไมถึงได้กลายเป็นเกาะร้างสุดเฮี้ยน และมีอาถรรพ์อย่างที่ใครๆร่ำลือกันจริงหรือไม่ วันนี้เราจะพาคุณผู้อ่านไปหาคำตอบกันค่ะ 

เกาะฮาชิมะ (Hashima Island) เป็นเกาะที่สร้างขึ้นโดยบริษัทมิตซูบิชิ ในปี ค.ศ. 1887 อยู่นอกชายฝั่งห่างจากเมืองนางาซากิ ประมาณ 15 กิโลเมตร ในอดีตเคยรุ่งเรืองมาก่อน และได้รับชื่อว่า Battleship Island หรือ เกาะเรือรบ (ชื่อเดียวกับหนังเกาหลีที่เอ่ยไปข้างต้น) 

สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นที่พักของคนงานทำอุตสาหกรรมเหมืองถ่านหินของบริษัทมิตซูบิชิ ในอดีตเคยมีผู้คนอาศัยอยู่หนาแน่น เรียกได้ว่าเป็นเมืองๆหนึ่งที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆครบครัน ไม่ว่าจะเป็น ตึกอาคาร โรงเรียน รวมไปถึงโรงหนัง 

​การเดินทางไปที่เกาะฮาชิมะนั้น จะต้องเริ่มต้นที่เมืองนางาซากิซึ่งอยู่ในแถบคิวชู (ตอนใต้ของญี่ปุ่น) ใครที่เดินทางมาจากเมืองฟุกุโอกะก็จำเป็นต้องนั่งรถไฟมายังเมืองนางาซากิค่ะ หรือใครที่อยู่ในญี่ปุ่นอยู่แล้วก็สามารถบินตรงมายังนางาซากิเลยได้เช่นเดียวกัน ส่วนการคมนาคมในเมืองนางาซากิใช้รถรางเป็นหลัก (ตามภาพด้านขวามือ) ใครที่มาเที่ยวเกาะฮาชิมะเสร็จแล้วยังสามารถแวะเที่ยวในตัวเมืองนางาซากิได้อีกด้วยค่ะ

หมายเหตุ : หากใครไปถามทางคนญี่ปุ่น แล้วพูดว่าเกาะฮาชิมะคนอาจจะงงได้ เพราะเกาะฮาชิมะมีอีกชื่อหนึ่งที่คนญี่ปุ่นนิยมเรียกกันว่า "เกาะกุนคังชิมะ" 

แต่ทว่าเวลาผ่านไปเมื่อผู้คนเริ่มนิยมใช้น้ำมันมากขึ้นแทนถ่านหิน ทำให้เกาะฮาชิมะต้องปิดตัวลงในปี ค.ศ. 1974 และกลายเป็นเกาะร้างไปในที่สุด โดยจุดที่น่าสนใจก็คือ เกาะฮาชิมะได้ชื่อว่าเป็นเกาะร้างที่เฮี้ยนติดอันดับโลก!

แค่ประวัติคร่าวๆก็น่าสนใจแล้วใช่มั้ยคะ ต่อไปเราจะพาคุณผู้อ่านไปสัมผัสกับบรรยากาศจริงๆของเกาะกันค่ะ สำหรับใครที่สนใจไปเที่ยวเกาะฮาชิมะต้องจองทัวร์ล่วงหน้าค่ะ มีเพียง 2 บริษัททัวร์เท่านั้นที่มีบริการเรือรับส่งพร้อมไกด์ ได้แก่

Gunkanjima Concierge - http://www.gunkanjima-concierge.com/en/index.html

Gunkanjima Cruisehttp://www.gunkanjima-cruise.jp/index.php

เราได้เลือกเป็นทัวร์ของ Gunkanjima Concierge สำหรับราคาทัวร์อยู่ที่ ผู้ใหญ่ 4,000 เยน/ท่าน หรือดูรายละเอียดค่าใช้จ่ายอย่างละเอียดเพิ่มเติมได้จาก http://www.gunkanjima-concierge.com/en/plan/detail.html โดยเวลาทัวร์จะแบ่งเป็นรอบเช้าและบ่าย ตามภาพด้านล่าง

มาต่อที่การเดินทางไปยังท่าเรือค่ะ ขอเริ่มจากสถานี Nagasaki จากป้ายรถรางหน้าสถานีนางาซากิคือ Nagasakieki-mae ให้นั่งรถรางสายที่ 1 ลงป้าย Tsukimachi จากนั้นเปลี่ยนรถรางเป็นสาย 5 ลงป้าย Ourakaigandori ใช้เวลาประมาณ 15 นาที (ค่าโดยสาร 120 เยน)

พอถึงแล้วมองหาร้านอาหารชื่อ Gusto ให้เดินไปทางร้านนั้นก็จะเจอตึก Tokiwa Terminal อยู่ใกล้ๆ โดยบริษัท The Gunkanjima Concierge อยู่ชั้น 1 ที่ตึกนั้นเองค่ะ

พอถึงแล้วก็รีบเข้าไปเช็กอินกันค่ะ เมื่อเช็กอินเรียบร้อยก็เตรียมตัวไปขึ้นเรือกัน วันที่เราไป 90% ลูกทัวร์เป็นคนญี่ปุ่นค่ะ (มียัยต่างด้าว 3 คนหลงไปเฉย 5555) ระหว่างที่เรือแล่นไปไกด์ก็จะคอยบรรยายสถานที่เป็นภาษาญี่ปุ่น ฟังออกบ้างไม่ออกบ้าง ก็มึนๆกันไป

ที่สำคัญบนเกาะไม่มีห้องน้ำ ควรทำธุระให้เสร็จเรียบร้อยขณะอยู่บนเรือนะคะ หลังจากใช้เวลาไม่นานเราก็มาถึงตัวเกาะกันแล้วค่ะ ตื่นเต้นมาก 5555 พอเราลงมาแล้วห้ามแตกแถวเด็ดขาด! ต้องตามไกด์ไปเท่านั้น ก็เดินตามต้อยๆถ่ายรูปกันไปที่นี่ โดยในส่วนของการเดินชมจะเปิดให้เดินชมรอบเกาะนิดเดียวเท่านั้น (ตามเส้นสีแดงด้านล่าง) ไม่อนุญาตให้เข้าไปในตัวอาคารเด็ดขาด

จุดที่ให้ชมจะมีประมาณ 5 จุด โดยจะหยุดอธิบายเป็นภาษาญี่ปุ่นล้วนเป็นระยะๆ หากใครฟังไม่ออกไม่ต้องกังวลค่ะ เพราะเราก็ฟังไม่ออก 55555 เอ๊ย! ไม่ใช่ เพราะว่าระหว่างที่ไกด์อธิบายเค้าจะถือรูปภาพประกอบคำอธิบายด้วย เมื่ออธิบายเสร็จก็จะให้เวลาเราถ่ายรูปค่ะ

เราว่าสาเหตุหนึ่งที่ใครๆว่าเกาะฮาชิมะหลอน อาจเป็นเพราะว่าในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพญี่ปุ่นได้มีการเกณฑ์แรงงานชาวจีนและเกาหลีใต้ที่เป็นจำเลยช่วงสงครามมาทำงานในเหมืองถ่านหิน และถูกทรมานจนเสียชีวิต เรียกได้ว่าเกาะนี้ไม่เพียงแต่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์กับญี่ปุ่นอย่างเดียว แต่ยังมีความเกี่ยวข้องกับจีนและเกาหลีด้วยเช่นกัน ในปัจจุบันเรื่องราวประวัติศาสตร์นี้ก็ยังคงเป็นชนวนความขัดแย้งกันต่อหลายฝ่าย โดยที่ไม่อาจทราบได้ว่าข้อเท็จจริงนั้นเป็นอย่างไรกันแน่ชัด

กลับมาพูดถึงความรู้สึกค่ะ เพราะว่ามีผู้ร่วมเดินทางเยอะทำให้ของจริงไม่รู้สึกหลอนหรือน่ากลัวเหมือนที่คิด ทุกสิ่งเป็นเพียงซากปรักหักพังและตึกเก่าๆเท่านั้น อาจจะเพราะว่าเราไปตอนกลางวันด้วย ถ้าให้ไปตอนกลางคืนก็ขอลาก่อน 5555 แต่ที่นี่อีกาค่อนข้างเยอะ ถ้ามากันแค่ไม่กี่คนคงจะวังเวงอยู่ไม่น้อย ความรู้สึกคงเหมือนอยู่ในหนังเรื่อง Silent Hill ที่โดนตัดขาดจากโลกภายนอก

หลังจากที่เดินทัวร์จนครบก็ได้เวลากลับขึ้นเรือกันแล้วค่ะ ความรู้สึกที่เราอยู่บนเรือแล้วย้อนกลับไปมองเกาะที่ค่อยๆไกลออกไปแล้วมันรู้สึกหดหู่ ดูเคว้งคว้างอย่างบอกไม่ถูก นึกถึงสภาพความเป็นอยู่ของคนบนเกาะในสมัยนั้น นึกถึงสภาพแรงงานนับพันคนที่เสียชีวิตที่นี่ ไม่ออกเลยจริงๆว่าเหตุการณ์ในช่วงนั้นเป็นอย่างไรบ้าง

นอกจากนี้เกาะฮาชิมะยังมีประวัติอื่นๆอีกมากมายที่น่าสนใจ ใครที่อยากดูว่าสภาพด้านในเป็นอย่างไร แนะนำว่าให้ลองดูได้จาก Google Street View หากใครเบื่อสถานที่ท่องเที่ยวแนวเดิมๆ หรือถ้าคุณผู้อ่านมีโอกาสก็อยากให้ลองแวะมาเที่ยวที่นี่กัน สุดท้ายนี้หากใครมีคำถามข้อสงสัย หรืออยากอ่านบล็อกเก่าๆที่เราเคยเขียน สามารถแวะเข้าไปดูได้ที่เพจของเรานะคะ สวัสดีค่ะ (^^)

PAGE : https://www.facebook.com/rumraisinblogger/

ขอขอบคุณรูปภาพประกอบเนื้อหาจาก Jindarat Jitampun 

ภาพบรรยากาศบนเกาะถ่ายโดยเพื่อนเจ้าของบล็อก ห้ามนำออกไปใช้ต่อก่อนได้รับอนุญาตโดยเด็ดขาด

  • http://cjay.cc/2015/09/hashima/
  • http://www.storm.mg/lifestyle/50833
  • http://www.damanwoo.com/node/20927
  • http://ikidane-nippon.com/zh-hant/feature/95335

บทความล่าสุด