t ท่องเที่ยวในญี่ปุ่น

พาเที่ยวเบบปุเมืองออนเซ็นในตำนานด้วยตั๋วสุดคุ้ม!!

พาเที่ยวเบบปุเมืองออนเซ็นในตำนานด้วยตั๋วสุดคุ้ม!!

By , วันอาทิตย์, 09 กุมภาพันธ์ 2563
หน้าหนาวๆ แบบนี้หลายคนที่มาญี่ปุ่นคงคิดถึงออนเซนกันใช่มั้ยล่ะคะ วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ลงไปแถบใต้ของญี่ปุ่นที่ภูมิภาคคิวชูกันค่ะ โดยที่นี่นั้นมี "เมืองออนเซน" ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไม่เพียงแต่ในญี่ปุ่นเท่านั้นนะคะ เพราะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมากต่างก็แวะเวียนมาที่นี่อย่างไม่ขาดสาย เอาล่ะ เกริ่นมาซะขนาดนี้ หลายๆ คนอาจจะพอเดาได้บ้างว่าสถานที่ท่องเที่ยวที่เราจะแนะนำในวันนี้ก็คือ "เมืองเบบปุ" นั่นเองค่ะ

"เมืองเบบปุ" นั้นอยู่ในจังหวัดโออิตะ ภูมิภาคคิวชู สามารถเดินทางได้ง่ายทั้งรถไฟและรถบัสจากจังหวัดฟุกุโอกะมากๆ เพราะอยู่ไม่ไกล สำหรับใครที่เดินทางจากสนามบินฟุกุโอกะก็สามารถใช้บริการรถบัสนั่งตรงไปยังเมืองเบบปุได้เลย ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงเท่านั้นเองค่ะ แถมการเดินทางจากสนามบินโดยตรงยังใกล้กว่าเดินทางจากสถานีฮากาตะ ใจกลางเมืองฟุกุโอกะอีกด้วยนะ​ (ภาพด้านซ้ายมือคือแลนด์มาร์กของสถานีเบบปุค่ะ)

จุดเด่นของเมืองเบบปุคือเป็นเมืองที่มีบ่อน้ำพุร้อนที่มีบ่อน้ำร้อนจากธรรมชาติมากที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็จะเห็นควันกำมะถันจากบ่อน้ำพุร้อนอยู่เต็มไปหมด ที่สำคัญที่เบบปุมีบ่อนรกน้ำพุร้อนนรกหรือจิโกกุออนเซนให้ได้ชมถึง 8 บ่อเลยทีเดียว! ซึ่งแต่ละบ่อก็จะมีเอกลักษณ์แตกต่างกัน เรียกว่าคุณต้องไม่เคยเห็นออนเซนประเภทนี้จากที่ไหนมาก่อนแน่ๆ 

บ่อนรกน้ำพุร้อนทั้ง 8 บ่อแห่งเมืองเบบปุ (Beppu Jigoku Meguri) เมืองที่มีบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติมากที่สุดในญี่ปุ่น เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีบ่อน้ำแร่ธรรมชาติโดดเด่นแปลกตาที่มีมากถึง 8 บ่อ โดย 6 บ่ออยู่ในเขตคันนะวะ (Kannawa) ประกอบด้วย Umi Jigoku, Oniishibozu Jigoku, Shiraike Jigoku, Kamado Jigoku, Oniyama Jigoku, Yama Jigoku และอีก 2 บ่ออยู่ในเขตชิบะเซะกิ (Shibaseki) ประกอบด้วย Chinoike Jigoku และ Tatsumaki Jigoku

สำหรับการเดินทางไปยังบ่อนรกน้ำพุร้อนทั้ง 8 มี 2 วิธีดังนี้

วิธีที่ 1 ลงป้ายรถบัส Chinoike Jigoku ชม 2 บ่อก่อนแล้วนั่งรถลงป้ายรถบัส Kannawa ชมอีก 6 บ่อที่เหลือ

วิธีที่ 2 ลงป้ายรถบัส Umi Jigoku Mae ชม 6 บ่อก่อนแล้วนั่งรถลงป้ายรถบัส Chinoike Jigoku ชมอีก 2 บ่อที่เหลือ

ซึ่งคนส่วนมากมักจะชม 6 บ่อในวิธีที่ 2 ก่อน แล้วจึงชม 2 บ่อที่เหลือ เนื่องจากทุกบ่ออยู่ใกล้กันสามารถเดินถึงกันได้ค่ะ สำหรับบัตรเข้าชมทั้ง 8 บ่อของผู้ใหญ่ราคา 2,100 เยน, นักเรียนชั้นมัธยมปลายราคา 1,350 เยน, นักเรียนชั้นมัธยมต้นราคา 1,000 เยน และนักเรียนชั้นประถมราคา 900 เยน หากซื้อแยกบ่อจะราคาบ่อละ 400 เยน

※ บ่อนรกน้ำพุร้อนทั้งแปด เปิดบริการในเวลา 8:00-17:00 น. ไม่มีวันหยุดทำการ และเนื่องจากมีมากถึง 8 บ่อจะเขียนทั้งหมดก็จะยาวไป เราจะขอยกตัวอย่างบางบ่อเด็ดๆ ที่เพื่อนๆ ต้องแวะไปชมให้ได้เวลามานะคะ

Chinoike Jigoku เป็นบ่อที่มีน้ำสีแดง สีของน้ำในบ่อเกิดมาจากดินสีแดงที่อยู่บริเวณนั้นถูกน้ำร้อนธรรมชาติทำปฏิกิริยาที่ความร้อนระอุถึง 78 องศา บ่อนี้มีความสวยงาม และแปลกกว่าบ่ออื่น เนื่องจากน้ำและไอน้ำเป็นสีแดงเลือด ด้านในมีร้านขายของที่ระลึกของฝากขนาดใหญ่ และมีที่นั่งให้แช่เท้า ส่วนน้ำในบ่อใหญ่มีสีแดงปนสีน้ำตาล แน่นอนว่าดูแต่ตามืออย่าต้อง แช่ไม่ได้นะคะ 

Umi Jigoku เป็นบ่อที่มีสีฟ้าสดใสได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวสุดๆ รอบๆ บริเวณนี้มีสวนสวยงามให้แวะชม และมีศาลาสำหรับแช่เท้าอยู่ใกล้ๆ ด้วย บ่อนี้มีความหมายเป็นภาษาไทยว่า "ทะเลเดือด" เนื่องจากว่าน้ำในบ่อนี้เป็นสีฟ้า เกิดขึ้นจากการระเบิดของภูเขาไฟสึรุมิ (Mt. Tsurumi) ราว 1,200 ปีที่แล้ว น้ำในบ่อเป็นน้ำสีฟ้าเดือด หรืออีกชื่อคือทะเลสีฟ้าโคบอลต์ โดยมีอุณหภูมิน้ำสูงถึง 98 องศา มีควันลอยเหนือน้ำตลอดเวลา บรรยากาศรอบบ่อมีใบไม้เปลี่ยนสี (ช่วงเดือนพฤศจิกายน) และมีเสาโทริอินำขึ้นไปยังศาลเจ้าเบปปุ ฮาคุริว (Beppu Hakuryu Inari) 

Oniishibozu Jigoku เป็นโคลนเดือด จะเห็นฟองน้ำเดือดปุดๆตลอดเวลา โซนนี้จะมีบ่อย่อยอีก 2-3 บ่อ ชื่อบ่อนี้ได้มาจากโคลนที่อยู่ในบ่อเกิดการเดือด โคลนในบ่อมีลักษณะคล้ายน้ำปูนเปียก (เห็นแล้วหิวน้ำเต้าหู้งาดำมาก 5555) แต่ละบ่อมีโคลนเดือดขึ้นมาหลายวง สำหรับที่นี่ก็มีโซนให้แวะไปแช่เท้าได้อีกเช่นกัน (ไม่มีลงแช่ทั้งตัวนะคะ)

Shiraike Jigoku สำหรับน้ำในบ่อนี้จะมีสีขาวขุ่นคล้ายน้ำนม เห็นสีขาวๆ สวยๆ แบบนี้ แต่อุณหภูมิน้ำนั้นร้อน 95 องศาเลยล่ะค่ะ เมื่อยืนอยู่ใกล้บ่อสามารถรับรู้ได้ถึงความร้อนจากควันและไอที่ลอยขึ้นมา บริเวณรอบบ่อมีสวนสไตล์ญี่ปุ่นโดยรอบให้คุณได้เดินชม และที่นี่มีศาลาให้พักชมความงามของสวน

นี่เป็นเพียงบางส่วนของออนเซ็นที่น่าสนใจในเบบปุเท่านั้นค่ะ บอกเลยว่าของจริงนั้นสวยและยิ่งใหญ่กว่าในรูปเยอะเลย ละทริปนี้เราเดินทางจากสนามบินฟุกุโอกะด้วยตั๋ว Sun Q Pass ซึ่งครอบคลุมการเดินทางด้วยรถบัสตั้งแต่ออกจากสนามบินฟุกุโอกะ ไปจนถึงการเดินทางในเบบปุเลยค่ะ 

ที่สำคัญบัตรนี้ยังเป็น ส่วนลดสำหรับบัตรเข้าชมบ่อจิโกกุทั้ง 8 ในเบบปุอีกด้วยนะ! จากราคาเต็ม 2,100 เยนเหลือเพียง 1,800 เยนเท่านั้นค่ะ ​ใครที่ได้หนังสือ Sun Q Pass เล่มเล็กๆ ที่แนบมาตอนรับบัตร Sun Q Pass ล่ะก็อย่าทิ้งหนังสือเด็ดขาดนะคะ เพราะส่วนลดจะอยู่หน้าสุดท้ายของเล่มนั้น ตอนแรกเราไม่รู้เกือบเอาไปทิ้งแล้ว ดีนะตอนไปซื้อตั๋วเข้าชม พนักงานได้ถามหาหนังสือเล่มนั้นซะก่อน ฮ่าๆๆ

สำหรับตัวบัตรนั้นแบ่งเป็น 3 Day และ 4 Day (ปัจจุบันมีแบบ 2 Day ด้วย แต่ยังมีจำหน่ายเฉพาะในประเทศเกาหลีใต้เท่านั้น) นอกจากนี้คุณยังสามารถใช้พาสนี้เดินทางไปยังที่อื่นๆ ได้อีกด้วย พาสนี้จึงเหมาะสำหรับคนที่เดินทางหลายวันในคิวชูมากๆ โดยดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก http://www.sunqpass.jp/english/index.html
ยัง ยังไม่หมดค่ะ! เรายังมีอีก 1 ตั๋วสุดพิเศษนั่นก็คือ Kamisama Taiken Ticket คนไทยอาจจะยังไม่ค่อยรู้จักตั๋วประเภทนี้เท่าไหร่ โดยตั๋วนี้เป็นตั๋วสำหรับท่องเที่ยวในเบบปุ จะประกอบไปด้วย ตั๋วขึ้นรถบัสไม่จำกัดรอบ 1 วันในเมืองเบบปุ + คูปองส่วนลดหรือแลกกิจกรรมต่างๆ 4 ใบ/1 คน (กรณีใครที่มีบัตร Sun Q Pass อยู่แล้วไม่จำเป็นต้องซื้อทั้งเซ็ตตั๋วขึ้นรถบัส เพราะคุณสามารถซื้อเฉพาะคูปองดังกล่าวได้ในราคาพิเศษสุดๆ)

คุณสามารถนำตั๋วนี้ไปใช้กับสิ่งอำนวยความสะดวกหรือสถานที่ต่างๆ ในเบบปุมากมาย ตัวอย่างเช่น เรานำคูปอง 2 ใบไปแลกแช่ออนเซ็นฟรี (ในสถานที่ที่กำหนด) คูปอง 4 ใบแลกขึ้นกระเช้าลอยฟ้าฟรี แถมนำไปแลกแต่งชุดกิโมโนได้ และยังมีกิจกรรมอีกมากมายค่ะ หรือใครที่มีคูปองเหลือก็สามารถนำไปใช้เป็นส่วนลดสำหรับการซื้อของบริเวณร้านค้าในสถานีเบบปุได้เช่นกันค่ะ สำหรับคูปอง 1 ใบเป็นส่วนลด 500 เยน ใช้ได้แค่ร้านละ 1 ใบต่อ 1 คนเท่านั้นนะคะ 

คูปองนี้แหละทำให้เราซื้อของฝากได้ในราคาแค่ 40 เยน! (จากราคาเต็ม 540 เยน) ทำเอาพนักงานแอบตีมึนไปเลยจ้า หุหุ ใครที่สนใจดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่นี่เลยค่ะ http://www.kamenoibus.com/img/kamisama-e/index.html

เมืองเบบปุนั้นถือเป็นเมืองที่น่ารักและควรค่าแก่การแวะมาเยือนมาก สำหรับใครที่มีแพลนไปเมืองยุฟุอิน ซึ่งเป็นอีกเมืองออนเซ็นเมืองหนึ่งในจังหวัดโออิตะก็สามารถเดินทางได้จากเบบปุเช่นเดียวกัน ใครที่มีแพลนจะไปคิวชูล่ะก็อย่าลืมแวะที่เมืองออนเซนแห่งนี้นะคะ รับรองว่าเพื่อนๆ จะต้องอยากแวะกลับมาอีกเป็นครั้งที่สองอย่างแน่นอน

สุดท้ายนี้หากใครมีคำถามข้อสงสัย หรืออยากพูดคุยกับเราล่ะก็สามารถติดต่อไปได้ทางเพจด้านล่างนี้เลยค่ะ ไว้เจอกันใหม่บล็อกหน้าค่า~

ปล. ตอนนี้เราได้รับมอบหมายให้เป็นแอดมินดูแลเพจหนึ่งอยู่ ใครที่สนใจยังไงก็ฝากแวะเวียนเข้าไปกดไลค์กันด้วยนะคะ ทุก 1 ไลค์ของเพื่อนๆ มีค่ากับเราค่ะ :)

PAGE คุณชอบอะไรของญี่ปุ่น? : https://www.facebook.com/mooi.ipu

ขอขอบคุณรูปภาพประกอบบทความเพิ่มเติมจาก

  • https://travel.gaijinpot.com/destination/oita/
  • https://www.mytravelbuzzg.com/umi-jigoku-beppu/
  • https://warmcheaptrips.com/en/visiting-the-hells-of-beppu/
  • https://www.eikaiwa-neo.com/blog/2020/1/22/te7sjlrbehy6hqnifg9ovpwp0ohkp4
  • http://hanachrisantyjioe.blogspot.com/2017/06/japan-fukuoka-sunqpass-bus-system.html
  • http://www.kamenoibus.com/img/kamisama-e/e/index.html