t ท่องเที่ยวในญี่ปุ่น

พาไปสักการะ "เทพเจ้าแห่งการเสี่ยงโชค" ที่ศาลเจ้า Fukutoku, Tokyo

พาไปสักการะ "เทพเจ้าแห่งการเสี่ยงโชค" ที่ศาลเจ้า Fukutoku, Tokyo

By , วันอาทิตย์, 17 พฤศจิกายน 2562

​สัปดาห์นี้โอทารุขอพาเพื่อนๆผู้อ่านสาย "เล่นหวย" หรือสายเสี่ยงโชคไปรู้จักกับศาลเจ้าชื่อดัง(ในหมู่คนเล่นหวยที่ญี่ปุ่น) ที่อยู่ใจกลางกรุงโตเกียวแถมเดินทางสะดวกครับ มา! ตามมาอ่านกันเลยครับ เนื้อหาไม่มีอะไรเครียด สบายๆแน่นอน

​ศาลเจ้าที่ผมจะพาไปทำความรู้จักกันในวันนี้มีชื่อว่า Fukutoku Jinja (福徳神社) ปัจจุบันตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวงอย่างกรุงโตเกียวที่ย่านการพาณิชย์ Nihombashi ครับ แถมศาลเจ้าแห่งนี้ก็ไม่ธรรมดาเพราะเป็นที่ตั้งของศาลเจ้านั้นถูกล้อมด้วยตึกสูงสมัยใหม่ทั้ง 4 ด้าน แต่ตัวศาลเจ้าเองก็เป็นอาคารแบบศาลเจ้าญี่ปุ่นทั่วไปที่ตั้งตระหง่านเย้ยกาลเวลามานานละ ต่อไปก็เป็นประวัติคร่าวๆของที่นี่กันครับ

​ความเป็นมา : ศาลเจ้าแห่งนี้ไม่ปรากฏว่าปีที่สร้างครั้งแรกสุดนั้นมีเมื่อใด แต่ตามบันทึกโบราณที่ยังหลงเหลือนั้นได้กล่าวไว้ว่าศาลเจ้าแห่งนี้มีผู้ที่เข้ามาสักการะและนับถือมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 9 (ราวๆ ค.ศ. 819 เป็นต้นมา) โดยศาลเจ้านี้เป็นศาลเจ้าที่บูชาเทพเจ้าอินาริ ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ของชาวบ้านในแถบนี้ (สมัยก่อนโน้นต้องอย่าลืมนะครับ นาระ/เกียวโตยังเป็นเมืองหลวง ส่วนโตเกียวยังเป็นหมู่บ้านชาวประมงธรรมดาๆเท่านั้น) ต่อมาก็มีบันทึกปรากฏว่าศาลเจ้าแห่งนี้มีความศักดิ์สิทธิ์มาก แม้แต่โชกุนโตกุกาวะ อิเอยาสึ ยังแวะมาสักการะเทพเจ้าที่ศาลเจ้าแห่งนี้ในช่วง ค.ศ.1590 หลายครั้งด้วย

ปัจจุบันศาลเจ้าแห่งนี้ ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งใน "Power Spot" ของกรุงโตเกียวครับ โดยชาวญี่ปุ่นสายเสี่ยงโชคต่างเดินทางมาที่นี่เพื่อขอพรให้มีโชคมีลาภ โดยเฉพาะ "การถูกหวย" นั่นเอง และนั่นจึงเป็นที่มาของการพาเพื่อนๆไปชมศาลเจ้าแห่งนี้กันครับ!

​การเดินทาง : ง่ายมากๆ มีสองวิธีที่คิดว่าง่ายที่สุดก็คือ

1. นั่งรถไฟใต้ดินสาย Ginza Line (สีส้ม) หรือ Hanzomon Line (สีม่วงเข้ม) มาลงที่สถานี Mitsukoshi Mae จากนั้นออกประตู A6 แล้วเดินต่ออีก 1 นาที จะเจอลานโล่งๆมีต้นไม้อยู่จุดหนึ่งกลางหมู่ตึก นั่นแหละครับศาลเจ้า

2. จากสถานีรถไฟ Tokyo ให้เดินมาออกที่ประตู Nihombashi Exit แล้วเดินเท้าไปทางเหนือไปที่ห้าง Mitsukoshi จากนั้นก็ใช้จะเป็นทางเดียวกับวิธีแรกครับ ระยะทางจากประตูทางออกที่สถานีโตเกียวถึงศาลเจ้าประมาณ 800 เมตรครับ 

​การเดินทางจริงๆจะมีหน้าตาประมาณนี้ครับ มันต้องเดินผ่านห้าง Mitsukoshi และอาคารพาณิชย์สมัยใหม่หลายตึกเลย แต่พอเดินเข้าไปตรงข้างๆตึกก็จะเจอลานโล่งอย่างที่บอก ก็ให้บรรยากาศที่ขลังๆดีนะครับ ป่าคอนกรีตล้อมศาลเจ้าโบราณ ผมว่าก็แปลกตาดีไม่น้อยเลยครับ

ตอนที่ผมมาถึงศาลเจ้า เป็นเวลาราวๆ 9 โมงเช้าวันธรรมดาครับ ระหว่างนั้นก็มีซาลารีมัง (พนักงานบริษัท) เดินเข้ามาขอพรที่ศาลเจ้าแห่งนี้พอสมควร นอกจากนี้ผมยังเจอคุณป้ามาโค้งขอพรเทพเจ้าที่นี่ไม่น้อยเช่นกัน แล้วก็เจอสาวญี่ปุ่นหน้าตาน่ารักมาเดินเช่าเครื่องรางของศาลเจ้าด้วยล่ะ ตัวผมเองก็รอจังหวะที่ไม่มีใครมาสักการะเทพเจ้าแล้วก็กดถ่ายรูปไป จากนั้นก็ทำการโค้งคำนับและขอพรเทพเจ้าตามแบบของชินโตครับ

สำหรับศาลเจ้า เมื่อมาถึงแล้ว ถ้าใครเป็นสาย "เสียงโชค" ก็อย่างที่บอกล่ะครับว่า ต้องบูชาเครื่องรางกลับไทยซะหน่อย เครื่องรางที่นี่ก็มีหลายแบบให้เลือกเลย แต่ไม่ได้ถ่ายรูปมานะครับ (ที่ญี่ปุ่นศาลเจ้าหลายๆแห่งจะไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปเลย) ดังนั้น ผมจึงไปเอาภาพจากเว็บไซต์ทางการของศาลเจ้ามาสรุปคร่าวๆให้ทุกคนทราบกันเลยดีกว่าว่าเครื่องรางของที่นี่มีสรรพคุณอะไรที่น่าสนใจบ้างดังนี้ครับ

1. เครื่องรางแห่งความเจริญงอกงามและไม่เจ็บป่วย มีพื้นสีขาวเป็นหลัก ดีไซน์สองแบบ คือ เป็นรูปถั่วงอกกับเมล็ดข้าวทรงกลม 

2. เครื่องรางส่งเสริมให้ธุรกิจรุ่งเรือง เป็นเครื่องรางสีน้ำเงินเข้มตัดกับสีน้ำตาลมีลายข้าวหลามตัด (ดูขลังดี)

3. เครื่องรางคุ้มครองเวลาเดินทาง ปลุกเสกเครื่องรางด้วยการเชิญเทพยดาผู้ปกป้องสะพาน Nihombashi เข้าไว้ในเครื่องรางด้วย

4. เครื่องรางแห่งการพบพานเนื้อคู่และเริ่มต้นความรักที่งอกเงยดั่งรวงข้าว เป็นสีชมพูสวยสะดุดตาและมีรูปหัวใจเลยครับ

5. เครื่องรางคุ้มครองผู้ขับรถยนต์ สีฟ้าและมีลงลายล้อเกวียนในสมัยก่อนด้วย

6. เครื่องรางแห่งชัยชนะและผ่านการแข่งขัน อันนี้เหมาะมากสำหรับคนที่กำลังจะไปสอบแข่งขันต่างๆ เล่นกีฬา ลงเลือกตั้ง เจรจาคู่ค้าลงตัว รวมไปถึงอะไรที่มันต้อง challenge ก็ใช้เครื่องรางนี้ครับ ตัวเครื่องรางเป็นลายปลายลูกธนูด้วย (ลูกธนูในความหมายของชินโต เป็นมงคลนะครับ) 

7. เครื่องรางขับไล่สิ่งชั่วร้ายและปัดเป่าโรคภัย เป็นเครื่องรางสีม่วงและมีลายใบซะกะกิของชินโตอยู่ครับ

*เครื่องรางทุกประเภท ราคา 500 เยน และเครื่องรางเบอร์ 1 และ 6 ขายดีครับ

นอกจากนี้ก็จะมีแผ่นไม้ขอพร (Ema) รูปต้นถั่วที่งอกบนเสาโทริอิและรูปสุนัขจิ้งจอกให้เราเลือกไปแขวนขอพรได้เจริญรุ่งเรืองและเฮงๆได้ด้วย หรือใครจะซื้อกลับไทยก็ได้ครับ ไม่หวงห้าม

*Ema รูปต้นถั่วบนเสาโทริอิ ราคา 500 เยน ส่วนรูปสุนัขจิ้งจอกราคา 800 เยน

​ฟังดูเหมือนก็เหมือนศาลเจ้าทั่วไปใช่ไหมครับสำหรับเครื่องราง...แต่!!! ที่นี่ยังมีไอเท็มสุดฮิตสำหรับคอหวยญี่ปุ่น นั่นก็คือ...."ถุงใส่ล็อตเตอรี่" คร้าบบบ ใช่แล้วฟังไม่ผิดหรอก คือ ถ้าใครที่มาสักการะเทพเจ้าที่นี่แล้วบูชาเจ้าถุงวิเศษที่ว่านี้พร้อมกับใส่ล็อตเตอรี่เข้าไปก็มีความเชื่อกันว่า จะ "ถูกหวย" นั่นเองงงงงงงงงงงง สำหรับถุงนี้ก็ไม่ธรรมดา ด้านในเขามีการทอลายเป็นรูปเรือมหาสมบัติด้วยนะครับ

ราคาเริ่มต้นสำหรับถุงใส่ล็อตเตอรี่จะอยู่ที่ 1,300 เยน และมีหลายขนาดให้เลือกครับ งานนี้ใครอยากเช่าแบบไหน จัดไปตามความชอบกันเลยจ้าาาาาาาา 

​หลังจากที่ผมยืนเลือกเครื่องรางแล้ว ก็ขอให้มิโกะแนะนำสักอันหนึ่งเพราะจะเอาไปฝากแฟน มิโกะก็เลือกมาให้ครับ (ตัวผมกับแฟนไม่ได้เล่นหวย ก็เลยไม่ได้ซื้อถุงใส่หวยมาครับ) แล้วก็ถ่ายภาพในบริเวณศาลเจ้าอีกสักนิดนึงก็ได้เวลาเดินกลับมาเก็บกระเป๋าที่โรงแรมและเตรียมไปสนามบินครับ

ปรากฏว่าหลังจากกลับไทยมาได้ไม่นาน.....แฟนผมถูกรางวัลสลากออมสินครับ!!!!! แต่ได้เงินมาไม่เยอะหรอกนะบอกก่อน (แต่สามารถคืนค่าเครื่องรางได้ก็แล้วกัน 555) อันนี้ก็แล้วแต่ความเชื่อนะครับ "ไม่ได้บอกว่าใครซื้อแล้วจะถูกทุกคนน้าาาาา"

เอาเป็นว่าก็ถือว่าเล่าสู่กันฟังและแนะนำสถานที่แปลกๆในโตเกียวให้เพื่อนๆได้รู้จักนอกเหนือไปจากแหล่งท่องเที่ยวเดิมๆครับ ใครมีโอกาสมาแถวนี้หรือมีเวลาก็ลองแวะมาดูก็ได้ครับ ไม่เสียหายนะ สำหรับบล็อกนี้มีเท่านี้แหละครับ แล้วพบกันใหม่นะคร้าบบบบ

ภาพปก,ภาพวาดโบราณ,ประวัติศาลเจ้าและภาพเครื่องรางจากเว็บไซต์ของศาลเจ้า

ภาพประกอบของศาลเจ้าจากกล้องของโอทารุทั้งหมด ห้ามผู้ใดนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตนะครับ