t ท่องเที่ยวในญี่ปุ่น

สายมูห้ามพลาด! พาชมศาลเจ้าขอเนื้อคู่ที่อยู่ไม่ไกลจาก Asakusa

สายมูห้ามพลาด! พาชมศาลเจ้าขอเนื้อคู่ที่อยู่ไม่ไกลจาก Asakusa

By , วันจันทร์, 23 กันยายน 2562

​สวัสดีครับเพื่อนๆ สัปดาห์นี้ก็ยังคงปักหลักกันอยู่กับเรื่องเที่ยวนะ แต่รอบนี้จะไม่พาไปไหนไกลแล้วล่ะ แค่อยู่ในโตเกียวแถวๆย่านฮิตของ Asakusa เท่านั้นเองครับ โดยวันนี้โอทารุขอเอาใจ "สายมู" กันหน่อยนะ ใครที่กำลังอยากหาคู่ครองหรือโหยหาความรักก็สามารถเดินทางมาขอพรขอรักที่ศาลเจ้าที่ผมจะพาไปชมในวันนี้กันได้ รับรองว่าหาง่ายมากและต้องได้อะไรกลับไปแน่นอนคร้าบบบบ!

​ก่อนอื่นต้องบอกว่า ศาลเจ้าที่จะพาไปให้เพื่อนๆรู้จักในวันนี้คือ ศาลเจ้า Imado (今戸神社) เป็นศาลเจ้าโบราณ โดนในสมัยก่อนเป็นศาลเจ้าธรรมดาๆ แต่พอมายุคเอโดะ (ช่วงปี ค.ศ. 1603-1868) ถึงเริ่มมีการบูชาแมวกวักซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของโชคลาภ และยังเชื่อกันว่าแมวกวักจะเรียกเอาความรักหรือดวงดีมาสู่ผู้ที่บูชาด้วยครับ สำหรับวิธีการเดินทางนั้นง่ายมาก!

เอาแบบนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ฮิตๆกันเลยนะครับ เชื่อว่าทุกคนน่าจะรู้จักย่าน Asakusa รวมทั้งวัดเซนโซจิ หรือ "วัดโคมแดง" ที่ใครๆก็ไปถ่ายรูปกันเป็นอย่างดี

1. ตั้งต้นที่หน้าประตู Kaminarimon (ประตูวัดที่มีโคมแดงติดถนนนั่นแหละ) จากนั้นเดินไปทางแม่น้ำ Sumida 

2. เมื่อเจอแม่น้ำแล้วหันซ้ายจะเป็นสวนสาธารณะริมแม่น้ำ (มองเห็น Tokyo Sky Tree ด้วยนะ) จากตรงนี้ "เดินตรงอย่างเดียว" รับรองเพลิน มีห้องน้ำให้เข้าเป็นระยะด้วย

3. เดินตรงอย่างเดียวเลียบแม่น้ำไปประมาณ 15 นาที (ระยะทางราว 1 กิโลเมตร) จะเจอกับตึก Taito Riverside Sport Center 

4. ให้ข้ามถนนมาฝั่งตรงข้ามกับตึกที่ว่านี้ แล้วเดินขึ้นไปอีกราวๆ 150 เมตร จะเจอทางเข้าศาลเจ้าอยู่ซ้ายมือ

**ศาลเจ้าเปิดทุกวันไม่เว้นวันหยุด ตั้งแต่เวลา 09:00-17:00 น. และแถวนี้ไม่มีรถไฟใต้ดิน/รถไฟ JR ผ่านนะครับ แนะนำให้เดินนี่แหละ! แต่ใครเป็นสายเปย์หรือกระเป๋าหนักก็อาจจะใช้บริการของ "หนุ่มรถลาก" จากหน้า Kaminarimon ก็ได้ ทั้งนี้ ขอเตือนก่อนว่า "แพงนะ"

​ด้านหน้าของศาลเจ้า สังเกตง่ายมากๆว่าเรามาถึงแล้ว เพราะด้านหน้านี้ก็จะมีป้ายรูปแมวกวักสองตัวที่เชื้อเชิญให้เราทุกคนเดินเข้าไปสักการะเทพเจ้าที่อยู่ด้านในนั่นเองครับ ดูรูปได้เลยจ้า!

​เมื่อเข้ามาภายในศาลเจ้าแล้ว เราจะสังเกตเห็นก่อนเลยว่า คนมาขอพรเยอะมากกกกกกกก โดยเฉพาะตรงต้นไม้ใหญ่จะเป็นที่แขวนเอมะ (แผ่นไม้ขอพร) ซึ่งเท่าที่ผมไปอ่านดูก็ส่วนใหญ่จะเป็นภาษาญี่ปุ่นซะมากกว่า แต่ที่แน่ๆ "เจอภาษาไทยด้วยนะ" ก็แสดงว่าศาลเจ้านี้ก็เป็นที่รู้จักแพร่หลายเหมือนกันครับ

จากนั้นพอเราเดินเข้ามาอีกนิดนึงก็จะถึงตัวศาลเจ้าหลัก แต่ก่อนอื่นก็อย่าลืมไปล้างมือและชำระสิ่งที่ไม่ดีให้ออกจากตัวเราก่อนตามความเชื่อของศาสนาชินโตนะครับ!

​ที่ศาลเจ้าหลักนี้จะเป็นที่สิงสถิตของเทพเจ้าหลายองค์ ประกอบด้วย เทพเจ้าโอจิน (อดีตพระจักรพรรดิโบราณของญี่ปุ่น) เทพเจ้า Izanagi เทพเจ้า Izanami และหนึ่งในเทพเจ้าแห่งโชคลาภเจ็ดตน Fukurokuju อย่างไรก็ตาม ไฮไลต์ที่นักท่องเที่ยวอย่างเราน่าจะให้ความสนใจกันมากกว่าก็คือ ตุ๊กตาแมวกวักที่อยู่ภายในศาลเจ้านั่นเองครับ! มีหลายขนาดและก็หลายคู่ด้วยล่ะ เห็นอย่างนี้ก็อย่าลืมขอพรให้แมวกวักนั้นกวักเรียกความรักเรียกเนื้อคู่กันนะคร้าบ (หุ่นไม้แกะสลักที่อยู่ตรงกลางศาลเจ้า คือ เทพ Fukurokuju ครับ ส่วนเกี้ยวหามนั่นเอาไว้ประดับในช่วงเทศกาลฤดูร้อนครับ)

ผมบอกให้ด้วยว่า ที่นี่ก็มีเสี่ยงเซียมซีด้วยนะ คนญี่ปุ่นจะเรียกกันว่า "โอมิคุจิ" แต่จะไม่ได้เป็นการเขย่าไม้เหมือนบ้านเรานะครับ ที่นี่จะเป็นแบบจ่ายเงินลงในกล่องไม้แล้วก็ล้วงลงไปหยิบคำทำนาย (คิด 300 เยน) อย่างไรก็ตามขอเตือนว่า "ภาษาญี่ปุ่นล้วน" ถ้าแปลออกก็แล้วไป แต่ถ้าแปลไม่ออกก็อาจจะต้องไปหาแอพแปลภาษาหรือขอให้เพื่อนที่แตกฉานภาษาญี่ปุ่นช่วยแปลแล้วล่ะครับ อ่ะ ดูรูปด้านในศาลเจ้ากันครับ (ศาลเจ้าหลักมีสองโซน) 

หลังจากตั้งจิตอธิษฐานขอพรกับเทพเจ้าและแมวกวักกันแล้ว ด้านข้างของศาลเจ้าหลักก็จะมีที่ขาย "เครื่องราง" ไว้ให้เราเช่าบูชาด้วยนะครับ ส่วนใหญ่นั้นจะเกี่ยวกับ "ความรัก" ทั้งนั้น ผมเองก็ซื้อตุ๊กตาแมวกวักคู่ไว้ชุดหนึ่งเหมือนกัน (ตัวละ 500 เยน) ส่วนใครที่อยากให้สิ่งที่ขอไว้นั้นสมปรารถนาเร็วๆหรือใครที่รักกันอยู่แล้วก็อยากให้การครองคู่ราบรื่นขึ้นก็สามารถซื้อแผ่นไม้ขอพรได้ที่นี่เหมือนกันครับ

ในส่วนของแผ่นไม้ขอพรนั้น ที่นี่จะมีสองแบบตามภาพครับ

1.แบบแรก เขียนว่า Enmusubi (えんむすび) ซึ่งแปลว่า การผูกความรักหรือเนื้อคู่ ซึ่งเท่าที่สังเกตดูนั้น แผ่นไม้นี้ชนิดนี้จะได้รับความนิยมจากหนุ่มสาวเป็นอย่างมากครับ   

2.แบบที่สอง เขียนเป็นคันจิ 成就 อ่านว่า โจจู ซึ่งแปลว่า "ความสำเร็จ" ในที่นี้พอจะอนุมานได้ว่า ใครที่มาขอพรเรื่องความรักแล้วสมหวังเจอเนื้อคู่หรือกำลังจะแต่งงานก็จะมาแขวนแผ่นไม้นี้เพื่อขอพรให้ชีวิตคู่มีแต่ความราบรื่นตลอดไปนั่นเองครับ!

ขอเสริมอีกนิดว่า ข้างๆศาลเจ้าหลักจะมีตุ๊กตาแมวหินอยู่คู่หนึ่ง (ถ้าเข้ามาจากทางหลัก จะอยู่ตรงเชิงบันไดด้านซ้าย ดูรูปประกอบได้) ว่ากันว่า หากต้องการให้คำขอพรนั้นสัมฤทธิ์ผลก็ต้องลูบตุ๊กตาแมวหินทั้งคู่นี้ด้วยครับ แต่บอกก่อนว่า ตอนที่ผมไปก็ไม่มีคนญี่ปุ่นลูบสักคนนะ เจอสาวๆฮ่องกงมากันสี่คนก็ไม่มีใครลูบสักคน เอ หรือเป็นเพราะเขาไม่ทราบเรื่องนี้กันหนอ 555 เอาเป็นว่าลองมาลูบกันดูได้ครับ ศาลเจ้าไม่ได้ห้ามแน่นอน เพราะสไตล์ญี่ปุ่นถ้าห้ามจริงๆจะต้องมีป้ายเตือนแล้วว่าห้ามจับครับ!

​ตัวศาลเจ้าจริงๆมีเท่านี้แหละครับ ใช้เวลาไม่นานก็เสร็จแล้วสามารถเดินกลับไปที่ Asakusa ได้อย่างสบาย แต่ผมขอแถมให้อีกนิดนึงสำหรับเพื่อนๆที่เป็น "ทาสแมว" ก็แล้วกัน คือ รอบๆศาลเจ้านี้จะมีตุ๊กตาแมววางอยู่หลายจุด หากใครไม่รีบก็สามารถนั่งพักหรือลองหามุมถ่ายรูปกับตุ๊กตาแมวจิ๋วทั้งหลายได้นะครับ เอารูปไปดูเป็นตัวอย่างก็แล้วกันเนอะ ^^

​และทั้งหมดนี้ก็คือ เนื้อหาของการพาชมศาลเจ้าขอเนื้อคู่ที่อยู่ไม่ไกลจากย่านท่องเที่ยวหลักอย่าง Asakusa ครับ รู้อย่างนี้แล้วถ้าเพื่อนๆที่มีแผนจะมาเที่ยวโตเกียวครั้งหน้าแล้วอยากจะมาขอพรให้ได้พบเจอหนุ่มหล่อสาวสวยก็ลองมาขอพรกันที่นี่ดูนะครับ ถ้าได้ผลอย่างไรแล้วก็อย่าลืมมาเล่าสู่กันฟังได้ที่เว็บไซต์ ilovejapan นะครับ ขอให้สมหวังทุกคนนะสาธุ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

​ภาพปกจาก lacarmina

แผนที่จาก google

ข้อมูลศาลเจ้าจาก mustlovejapan

ภาพที่เหลือเป็นของโอทารุทั้งหมด มีลงลายน้ำไว้แล้ว หากผู้ใดจะนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์กรุณาติดต่อผมก่อนนะครับ!