t ท่องเที่ยวในญี่ปุ่น

[โทจิกิ&ฟุคุชิม่า] รีวิวที่เที่ยว กิน นอน บล็อกเดียวจบ!

[โทจิกิ&ฟุคุชิม่า] รีวิวที่เที่ยว กิน นอน บล็อกเดียวจบ!

By , วันพุธ, 10 พฤษภาคม 2560

สวัสดีค่ะ ครั้งนี้ I love Japan ได้มาเที่ยว 4 จังหวัดทางตอนบนของโตเกียว ได้แก่ จังหวัดโทจิกิ ฟุคุชิม่า ยามากาตะ และมาจบที่มิยางิ คุ้นๆชื่อทั้ง 4 จังหวัดกันบ้างใช่มั้ยล่ะคะ แต่เอ๊ะ? ทั้ง 4 จังหวัดนี้เค้ามีที่เที่ยวหรือมีของกินเด็ดๆอะไรบ้างล่ะ? ถ้าอยากรู้ก็เลื่อนลงไปอ่านกันเล้ย!!! 

Tochigi (栃木県)

จากสถานีอาซากุสะเราสามารถเดินทางเข้าจังหวัด Tochigi ได้ง่ายๆ!! โดยการนั่งรถไฟสายโทบุ ขบวนชื่อ Ryomo No.7 เพียงคนละ 2,000 เยน ต้องจองที่นั่งเท่านั้น โดยสามารถซื้อตั๋วที่สถานีอาซากุสะได้เลย ในรถไฟมี wifi ให้เราเล่นเพลินๆประมาณ 1.20 ชั่วโมง ก็จะถึงสถานี Ashikaga แล้วค่ะ

จากสถานี Ashikagashi ทางออกทิศใต้ จะมีชัตเทิลบัสบริการขาเดียว ราคา 400 เยน ประมาณ 30 นาที พาเราไปสวนดอกไม้กันค่ะ ปกติบริการฟรีนะ แต่ช่วงโกเด้นวีค (วันหยุดยาวของญี่ปุ่น) ต้องเสียเงินกันหน่อย



สวนดอกไม้ Ashikaga

​มาถึงแล้ว!! ในที่สุดก็ได้มาดูดอกวิสทีเรีย ที่จะบานสะพรั่งในกลางเดือนเมษายนถึงกลางเดือนพฤษภาคม ที่สวนนี้มีดอกวิสทีเรีย 4 สีด้วยกัน คือ สีชมพูอ่อน สีม่วง สีขาว และสีเหลือง 

​นอกจากจะได้ชมดอกไม้สวยๆแล้ว ก็มีซอฟครีมรสดอกวิสทีเรียสีม่วง ที่กลิ่นหอมเหมือนดอกไม้ และอร่อยสุดๆเลยค่ะ

เวลาเปิดให้บริการและค่าเข้า: ตามฤดูกาล สามารถตรวจสอบจากเว็บไซต์ http://www.ashikaga.co.jp/thailand/index.html


แต่งชุดกิโมโนที่Machinaka Yukakkan

​ที่ Machinaka Yukakkan เราสามารถเช่าชุดกิโมโน (สำหรับผู้หญิง) และชุดเกราะ (สำหรับผู้ชาย)ได้ด้วย! ราคาเช่าชุดอยู่ที่ประมาณ 3,000 เยน 90 นาที มีชุดให้เลือกเยอะแยะเลยค่ะ คุณสต็าฟก็ช่วยแต่งตัว ทำผมให้สวยๆ ค่าทำผมราคา 1,000 เยนเท่านั้นเอง


โรงเรียนเก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น Ashikaga

​ใกล้ๆกันจะมีโรงเรียน Ashikaga ที่เป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น เป็นลัทธิขงจื้อ เคยได้รับเป็นมรดกของญี่ปุ่นเมื่อปี 2015 ที่นี่เราสามารถใส่ชุดกิโมโนมาถ่ายรูปบรรยากาศญี่ปุ่นๆได้เลยค่ะ

ค่าเข้า : ผู้ใหญ่ 420 เยน, มัธยมปลาย 210 เยน, ต่ำกว่ามัธยมปลาย ฟรี 

ว่าแล้วก็ถึงเวลาอาหารเที่ยง!! รอเวลานี้มานานแล้วค่ะ ที่ร้าน Nakagawa แถวๆโรงเรียนAshikaga เป็นร้านโซบะที่มีวิธีการทานแบบดั้งเดิมถูกต้องตามสมัยเอโดะ คือจะเอาเทมปุระใส่น้ำซุป แล้วทานพร้อมเส้นโซบะ และที่นี่เป็นโซบะเส้นสีขาว ไม่มีจุดๆสีดำที่เส้น ถือเป็นเส้นโซบะที่ดี นอกจากนี้ยังวางเส้นโซบะไว้บนไม้ไผ่ของจริงด้วย บอกเลยต้องไปลอง!!



นิกโก้ ศาลเจ้า Toshogu

​​​​หลายคนคงพอจะได้ยินชื่อนิกโก้กันมาบ้างเนอะ ที่ศาลเจ้านี้เป็นศาลเจ้าใหญ่ มีอาคารที่มีรูปแกะสลักสื่อความหมายต่างๆมากมาย เช่น รูปลิง 16 ตัว ที่บอกเล่าถึงวงจรชีวิตของมนุษย์ แต่ที่เด่นที่สุด คือ ลิง 3 ตัว "ไม่พูด ไม่ฟัง ไม่ดู"

นอกจากนี้ ที่นี่เป็นหลุมฝังศพของท่านโตกุกาวะ อิเอยะสุด้วย สาเหตุที่หลุมศพท่านมาอยู่ที่นี่ เพราะว่าจากที่นี่ สามารถมองไปยังโตเกียว (เมืองเอโดะในสมัยก่อน) ได้เป็นเส้นตรง เหมือนว่า ท่านจะได้มองดูเอโดะไปตลอดกาล

จากจุดนี้ สามารถมองผ่านโทริอิ ไปตัวอาคารหลัก และตรงไปยังเอโดะได้

​รูปแกะสลักแมวหลับและนกกระจอก บริเวณประตูทางเข้าหลุมฝังศพของท่านโตกุกาวะ อิเอยะสุ สื่อความหมายว่า ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่สันติภาพ ขนาดแมวที่ถือเป็นสัตว์ดุร้ายยังหลับ และนกกระจอกที่อ่อนโยนสามารถอยู่ร่วมกับแมวได้

วิธีเดินทาง : ลงสถานี Tobu-Nikko ขึ้นรถบัสที่ 2B (ที่เขียนว่า for Toshogu Shrine)

ค่าเข้า : 1,300 เยน

เปิดทำการ : 8:00 - 16:30น. ในเดือนเมษายน ถึงตุลาคมและ 8:00-15:30น. ในเดือนพฤศจิกายน ถึงมีนาคม


เที่ยวศาลเจ้าเสร็จเราก็ต้องกิน! เรานั่งบัสมาลงที่สถานี Shinkyo เพื่อมาทานฟองเต้าหู้ (Yuba) ร้าน Nagomi cha-ya ของขึ้นชื่อของเมืองนิกโก้ที่ถ้าไม่ทานถือว่ามาไม่ถึง! นอกจากอาหารจะอร่อยและรักสุขภาพแล้ว การตกแต่งร้าน และจานชามก็น่ารักด้วย สาวๆน่าจะชอบกันนะคะ 


ล่องเรือทะเลสาบชูเซนจิ

​ทะเลสาบของเมืองนิกโก้ที่มีความสวยงามมาก มีภูเขานันไตที่ชาวนิกโก้เรียกว่าเป็น "ภูเขาไฟฟูจิของนิกโก้" เพราะมีรูปทรงสมมาตรสวยเหมือนฟูจิ ช่วงเวลาที่แนะนำ คือ ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี การล่องเรือเราเลือกคอร์ส D ใช้เวลา 55 นาที คนละ 1,250 เยน

ตารางเดินเรือ : http://chuzenjiko-cruise.com/timetable.html
วิธีเดินทาง : รถบัสTobu ลงป้าย Chuzenji Onsen เดิน 8 นาที


น้ำตกเค-งอน

น้ำตกที่สูง 97 เมตร เป็น 1 ใน 3 ของน้ำตกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น แนะนำให้มาตอนฤดูใบไม้เปลี่ยนสี จะสวยมาก หรือฤดูร้อนจะได้ละอองเย็นๆของน้ำตกค่ะ

ค่าเข้า : ผู้ใหญ่ (ตั้งแต่มัธยมต้นขึ้นไป) 550 เยน, ประถม 330 เยน, เด็กยังไม่เข้าเรียน ฟรี 
เปิดบริการ : 8:00 - 17:00 น.
วิธีเดินทาง : เดินจากล่องเรือที่ทะเลสาบชูเซนจิ 11 นาที (900 เมตร) หรือนั่งรถบัส Tobu ลงป้าย Chuzenji Onsen เดิน 5นาที


หลังจากลับจากน้ำตก เรามาหาอะไรทานกันดีกว่าค่ะ! เห็นเค้าบอกว่า พูดถึงโทจิกิก็ต้อง"เกี๊ยวซ่า"ค่ะ​ เราก็เลยมาทานเกี๊ยวซ่าร้าน Kirasse  ร้านนี้จุดเด่น คือ ใส่ผักเยอะกว่าหมู เพื่อสุขภาพ เพราะฉะนั้นอยากแนะนำให้สาวๆมาลองทานกันค่ะ

ยัง! ยังไม่หมด แค่เกี๊ยวซ่าจะไปอิ่มอะไร 555 มาต่อกันที่ ตรอก Utsunomiya yatai yokocho ตรอกที่มีร้านเล็กๆ 23 ร้าน ไว้ให้คนนั่งพักผ่อน ดื่มเหล้า คุยกัน และสังสรรค์ได้เต็มที่ ร้านหนึ่งมีประมาณ 6 - 8 ที่นั่งเท่านั้น เดินจากสถานี Utsunomiya แค่ 10 นาทีเอ๊งงง อะไรจะใกล้ขนาดนี้! 



ปิดท้ายวันนี้ เรามาพักที่ Senhime monogatari เรียวกังที่อยู่ใกล้ศาลเจ้า Toshogu เพียงเดินแค่ 10 นาทีก็ถึงแล้ว ใครอยากจะลงแช่ออนเซนก็ไปได้เลย ที่นี่มีชุดยูกาตะให้เลือกหลายไซส์ หลายสี พอแช่เสร็จก็เอนกายบนฟูกนุ่มๆ ผ้าห่มอุ่นๆในบรรยากาศห้องเสื่อตาตามิได้เลยค่ะ


Fukushima (福島県)

เราขึ้นจากสถานี Shimo-imaichi จังหวัดโทจิกิ เมืองนิกโก้ มาถึงจังหวัดฟุคุชิมะ สถานี Aizu Tajima โดยนั่งรถไฟ Revaty ที่เพิ่งเปิดเมื่อ 21 เมษายน 2017 ค่ะ ภายในรถหรูหราเหมือนอยู่ในอวกาศเลย นั่งสบาย มีที่ชาร์จมือถือ ห้องน้ำกว้างและสะอาด มองวิวธรรมชาติสวยๆข้างทางไปเรื่อยๆประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งก็ถึงค่ะ ราคา 3,180 เยน

​สำหรับเพื่อนๆ ถ้าจะมาจากโตเกียว ให้ขึ้นที่สถานี Asakusa จะถึงจังหวัดฟุคุชิมะ สถานี Aizu Tajima เลย 5,350 เยน ประมาณ 3 ชั่วโมง 10 - 20นาที 1 วันมีแค่ 4 เที่ยว ซื้อได้เลยที่สถานีอาซากุสะ ถือว่าถูกและรวดเร็วมากค่ะ

​เมื่อลงจาก Revaty ที่สถานี Aizu Tajima เราก็จะมาต่อกันที่รถไฟท้องถิ่นคันเล็กน่ารัก เพื่อไปยังสถานี Yunokami-onsen เป็นสถานีที่มีวิวสวยงามมาก และยังมีบ่อออนเซนเท้าฟรีด้วย

​​จากนั้น เราจะขึ้นรถชัตเทิลบัส Akabe-e แบบโบราณ ราคาไป-กลับ 1,000 เยน เพื่อไปยังหมู่บ้าน Ouchi-juku กันค่า!

ขึ้นบัสคันนี้ ก็จะถึงหมู่บ้าน Ouchi-juku เลย!

หมู่บ้าน Ouchi-juku

 แต่ก่อนที่นี่เป็นที่พักแรมของนักเดินทาง เพื่อเดินทางไปยังเอโดะ  เมื่อเดินไปสุดทางหมู่บ้าน สามารถเดินบันไดขึ้นเขาไปเล็กน้อย เพื่อถ่ายภาพหมู่บ้านจากมุมสูงได้ด้วย

​ปัจจุบันเป็นร้านขายของต่างๆ ที่ดังคือ ขนมชิงโกโร ที่ด้านในเป็นข้าว ด้านนอกเป็นมิโซะงาเอะโกมะ แล้วนำมาย่าง กับตุ๊กตาล้มลุกหัวหลิมสุดน่ารัก

​ที่หมู่บ้านนี้ มีร้าน Mizawaya  ร้านโซบะชื่อดัง มีเมนูชื่อ "ทาคาโทโอะ" จุดเด่น คือ "ตะเกียบที่กินได้" โดยเขาใช้ต้นหอมที่ปลายงอเล็กน้อยแทนตะเกียบ สามารถกัดต้นหอมทานไปด้วยได้เลย ราคา 1,080 เยน เท่านั้นเอง!

นั่งรถไฟชมวิว Ozatoro ไปหานายสถานีแมว!

​ รถไฟนำเที่ยวสุดเก๋ไก๋ ข้ามสะพานจะเห็นวิวต้นไม้เขียว น้ำเขียว ความพิเศษของรถไฟขบวนนี้ คือ แต่ละช่วงของรถไฟจะมีที่นั่งที่ไม่เหมือนกัน ที่เด่นสุดคือ ท้ายขบวน เวลาเข้าอุโมงค์รูปต่างๆ และรอยเท้าแมวจะเรืองแสง หน้าต่างไม่มีกระจก รับลมเต็มๆ ระหว่างเข้าอุโมงค์จะมีอะนิเมชั่นให้ดูภายในอุโมงค์สองข้างทางด้วย 


​เมื่อถึงสถานี Ashinomaki Onsen เราจะได้เจอกับนายสถานีแมวราบุ (Love) เพศผู้ ตัวนี้เป็นรุ่นที่ 2 แล้ว ปกติจะไม่ให้คนถ่ายรูป (แต่เราได้รับอนุญาตให้ถ่ายแล้วนะคะ) นายสถานีน่ารักมาก ขอมือซ้ายขวา สั่งให้นั่งก็ทำได้


​ นอกจากนี้ที่สถานีนีมีศาลเจ้าแมวด้วย คนจะมาติดรูปแมวแล้วเขียนเอะมะอวยพรแมวของตัวเอง โง้ยยย อะไรจะรักแมวขนาดนี้ ทำอะไรมุ้งมิ้งจริงๆเลยนะคนญี่ปุ่น!

ปราสาท Tsuruga

​ปราสาทเดียวในญี่ปุ่นที่หลังคาสีแดง (ในภาพอาจจะเห็นไม่ชัดเท่าไหร่นะคะ) ปราสาทนี้เปลี่ยนผู้ดูแลมาหลากหลายตระกูลมาก ตระกูลสุดท้ายที่ได้ดูแล คือ Matsudaira ข้างในจัดแสดงประวัติสงครามไอสึ และชุดเกราะ ดาบต่างๆ และชั้นบนสุดสามารถชมวิวเมืองไอสึได้ด้วย 

ค่าเข้า : ผู้ใหญ่ 510 เยน (สำหรับเข้าปราสาทและห้องชงชา)


นอกจากนี้ที่อาคารสำนักงานด้านหน้าปราสาท มีโซนให้ได้ระบายสีวัวแดงนำโชค "Akabeko" ราคา 870 เยน ใช้เวลาทำประมาณ 40 นาที  "Akabeko" เป็นของเล่นและเครื่องรางท้องถิ่นของไอสึ ที่จะให้เด็กผู้ชายตอนเกิด เพื่ออวยพรให้มีสุขภาพแข็งแรง และมีพลังเหมือนวัว  


คืนนี้เรามานอนโรงแรม Konjakutei โรงแรมแบบญี่ปุ่นที่บรรยากาศดีมาก เพราะล้อมรอบไปด้วยต้นไม้ ลำน้ำ และน้ำตก นอกจากนี้ชุดอาหารเย็นแบบไคเซกิ ก็มีเนื้อนุ่มๆให้ย่างเองอีก ฟินสุดๆไปเลย! 

เดินเล่นย่าน Nanukamachi และทัวร์โรงเหล้าสาเก

​ที่สถานี Nanukamachi มีหลุมศพของ Saito Hajime ที่เป็นซามูไรคนสุดท้าย และทหารนับพันราย นอกจากนี้ยังมีร้านขายของพื้นบ้านน่ารักๆมากมาย เช่น เทียนไขลายดอกไม้ ผ้าพื้นบ้าน ขนมที่มีดีไซน์แปลกตา 

​หลังจากเดินเล่นกันไปแล้ว เราได้แวะชมอุปกรณ์ และวิธีการหมักสาเกของทั้งในอดีตและปัจจุบัน มีให้ชิมสาเกฟรีด้วย จุดเด่นของที่นี่ คือ สาเกนี้มาจากวัตถุดิบของเมืองไอสึทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นข้าว หรือแม้กระทั่งคนผลิต ก็เป็นชาวไอสึทั้งสิ้น

มื้อกลางวันวันนี้ เป็นซอสคัตสึ Nakajima ของขึ้นชื่อของฟุคุชิม่า และเป็นที่เดียวในญี่ปุ่นที่มีเมนู "ซอสคัตสึ" ที่เป็นการนำซอสมิโซะมาราดบนหมูคัตสึชิ้นโต รสชาติเข้มข้นมาก ราคา 1,500 เยน

บึงโกชิกินุมะ หรือ บึง 5 สี

​ อยู่ในอุทยานแห่งชาติ Bandai Asahi  บริเวณเทือกเขาบันได เมื่อปี 1888 เทือกเขาได้เกิดการระเบิด ทำให้พื้นที่บางส่วนโล่งเตียน และเกิดบึงต่างๆมากมาย และแร่ธาตุต่างๆทำให้น้ำเกิดสีสันสวยงาม 

​ในบึงมีปลาที่มีลายข้างตัวเป็นรูปหัวใจ เราสามารถเดินลัดเลาะริมทะเลสาบได้ ตามจุดต่างๆจะเห็นวิวที่ต่างกันออกไป และระดับความใสของน้ำก็ต่างกันด้วย ในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีจะเป็นที่นิยมที่สุด

หลังจากดูเสร็จ บริเวณด้านหน้าอุทยานจะมีขายซอฟครีม ในภาพเป็นซอฟครีมชื่อ โกชิกินุมะ&ลูกพีช (สีเหมือนน้ำในบึงกับสีชมพู) ราคา 350 เยน อร่อยมากค่ะ


ในคืนที่ 2 ของฟุคุชิม่า เราได้มาลองพักโฮมสเตย์กับคุณป้าใจดี ในโครงการของ Kitakata Green Tourism ที่สามารถมานอนบ้านชาวญี่ปุ่น ทานอาหารเย็นที่ทำจากวัตถุดิบพื้นบ้านร่วมกัน พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน และที่สำคัญ คือ การเล่นกับหลานๆตัวจิ๋วกันค่ะ น่ารักมากเลย

*หมายเหตุ ปัจจุบันยังไม่มีการรองรับภาษาต่างประเทศให้กับนักท่องเที่ยว แต่หากใครที่พอจะรู้ภาษาญี่ปุ่นและฝึกภาษา สามารถมาลองอยู่ดูได้นะคะ คิดว่าจะได้รับประสบการณ์ดีๆแน่นอนค่ะ

เว็บไซต์ : http://www.kitakata-gt.jp/greentourism/


ก่อนออกจากจังหวัดฟุคุชิม่า เราได้มาทานราเมงตอนเช้า ร้าน Bannai Shokudo ที่Kitakata ไม่งั้นเดี๋ยวเค้าหาว่ามาไม่ถึง! น้ำซุปเป็นน้ำซุปกระดูกหมูแบบใส  จุดเด่นของร้านนี้ คือ เปิดตั้งแต่ 7 โมงเช้า เพื่อให้ชาวบ้านได้ทานเพิ่มพลังก่อนไปทำงาน ทำให้จังหวัดฟุคุชิม่ามีวัฒนธรรมการทานราเมงตอนเช้ากันด้วยค่ะ 

เมื่อทานราเมงกันอิ่มแล้ว ในบล็อกหน้า เราจะมารีวิวสถานที่เที่ยว ที่กินของจังหวัดยามากาตะ และมิยางิ ทั้งสองจังหวัดเป็นเมืองธรรมชาติ และมีประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ค่ะ คลิก Link ข้างล่างได้เลยจ้า!!

บทความล่าสุด