t ท่องเที่ยวในญี่ปุ่น

10 สถานที่เที่ยว และกิจกรรมสุดฮิตใน ฟุกุชิมะ

10 สถานที่เที่ยว และกิจกรรมสุดฮิตใน ฟุกุชิมะ

By , วันอังคาร, 18 กุมภาพันธ์ 2563

 1. โทโนะ เฮทซึริ 塔のへつり (Tono Hetsuri)

ที่แรกคือ โทโนะเฮทสึริ เป็นหน้าผาสูงชันที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติจากการกัดเซาะกันของกระแสน้ำและลม เป็นเวลากว่าล้านปี ทำให้หน้าผาเรียงตัวกันเป็นรูปหอสูง จึงถูกเรียกว่า โทโนะเฮทสึริ

คำว่า โทโระ แปลว่า เจดีย์ หรือ หอคอย

ส่วนคำว่า เฮทสึริ เป็นภาษาถิ่น แปลว่า หน้าผา และด้วยรูปร่างหน้าตาของหน้าผาชัน ๆ จึงเป็นที่มาของชื่อโทโนะเฮทสึริ หรือ หน้าผาเจดีย์

สิ่งที่มายชอบมากเลย คือ สีของน้ำ มันสวยมาก เหมือนสีเขียวมรกต เสียดายที่ช่วงที่มายมาไม่มีหิมะตก หรือใบไม้เปลี่ยนสี ไม่งั้นคงสวยกว่านี้มาก

วิธีการเดินทาง

นั่งรถไฟสาย Aizu Railway ลงที่สถานีโทโนะเฮทสึริ Tonohetsuri Station จากนั้นเดิน 3 นาทีก็ถึง

พิกัด https://goo.gl/maps/u7c39Q8PCguthPzJ7


 2. โออุจิจูคุ 大内宿 (Ouchi-Juku)

โออุจิจุคู เป็นหมู่บ้านโบราณที่สร้างขึ้นในสมัยเอโดะ อยู่ห่างจากเมืองไอซุ วะกะมัตซึ ประมาณ 40 นาที สมัยก่อนหมู่บ้านนี้ใช้เป็นหมู่บ้านพักแรมสำหรับใครที่เดินทางระหว่างแคว้นไอซึ กับจังหวัดนีงาตะ และแคว้นชิโมซึเกะโนะกุนิ

แว๊บแรก ที่มาถึงหมู่บ้านโออุจิจูคุมีรู้สึกว่า ที่นี่คล้าย ๆ กับชิราคาวะโกะมาก ตรงที่มีบ้านสไตล์เก่า ๆ หลังคามุงฉาก และมีร้านค้าขายของที่ระลึกมากมาย

นอกจากนี้ หมู่บ้านโออุจิจูคุได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเขตอนุรักษ์สิ่งปลูกสร้างอันทรงคุณค่าของชาติ อีกด้วย ถ้าเดินไปสุดทางจะมีภูเขาลูกเล็กๆ จะเป็นมุมถ่ายรูปสวย เพราะสามารถถ่ายลงมาจากด้านบน ยิ่งถ้าช่วงหิมะตกเยอะ ๆ นะ ยิ่งสวยเลย


วิธีการเดินทาง

นั่งรถไฟชินกังเซ็น จากสถานี Ueno ไปลงที่ Koriyama จากนั้นนั่งรถไฟสาย JR Ban-etsu-Saisen ไปลงที่สถานี Aizu-wakamatsu และต่อด้วยการนั่งรถไฟสาย Aizu ไปยังสถานีปลายทาง Yunokami Onsen แล้วนั่งรถแท็กซี่ต่อประมาณ 15 นาที หรือเดินประมาณ 25 นาทีไปยังหมู่บ้านโออุจิจูคุ

พิกัด https://goo.gl/maps/ssi4t7r9cxWXsEoy5 


3. ร้านโซบะมิซาวายะ 三澤屋 (Misawaya Soba Restaurant) 

เมื่อมาถึงที่โออุจิจูคุแล้ว อาหารที่ขึ้นชื่อไม่ควรพลาดของที่นี่เลย ก็คือ เนกิโซบะ หรือ ถ้าแปลตรง ๆ ก็โซบะต้นหอม ฟังชื่อแล้ว สาวกที่ไม่ชอบหัวหอมทั้งหลายอาจทำหน้าหยี แต่เดี๋ยวก่อนค่ะ! โซบะไม่ใช่แค่ใส่ต้นหอมแล้วจบนะ เขาจะกินโซบะโดยใช้ต้นหอมยักษ์แทนตะเกียบค่าาาา

ตอนแรกที่ได้ยินแบบนี้ มายก็คิดในในใจว่า จะใช้ต้นหอมกินได้จริง ๆ เหรอเนี่ย แต่พอเอาเข้าจริง ๆ มันก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิดค่ะ 


วิธีการกิน คือ ตักโซบะโดยใช้ต้นหอมยักษ์และกัดโซบะไปพร้อมกับต้นหอมยักษ์ เพราะฉะนั้น พอยิ่งกินไป ต้นหอมมันจะยิ่งสั้นลง และต้นหอมยักษ์มันก็ไม่ได้มีรสชาติเผ็ดแบบขึ้นจมูกเหมือนต้นหอมบ้านเราด้วยค่ะ เพราะฉะนั้นสบายใจได้

สำหรับใครที่ไม่ถนัดใช้ต้นหอม แน่นอนว่าทางร้านเขาก็มีตะเกียบไว้ให้กินค่ะ ไม่ต้องห่วง

นอกจากเมนูโซบะแล้ว เขายังมีเมนูอื่นๆอีกด้วย ไม่ใช่โซบะอย่างเดียว เช่น เทมปุระ ปลาย่าง เป็นต้น 

พิกัด https://goo.gl/maps/Q36Fv73cDRHabrEZ9

เว็บไซต์ http://www.misawaya.jp/


​4. สถานีอาชิโนะมากิออนเซ็น 芦ノ牧温泉駅 (Ashinomaki Onsen)

สถานที่ต่อไปที่จะแนะนำ ก็คือ สถานีอาชิโนะมากิออนเซ็น ดูเผิน ๆ ก็เหมือนสถานีเล็ก ๆ ทั่วไป แต่ที่ต่างจากที่อื่นก็คือ ที่นี่เขาจะมีนายสถานีเป็นแมวค่ะ 

ก่อนหน้านี้หลาย ๆ คนอาจจะคุ้นเคยกับ ทามะ นายสถานทีแมวรุ่นแรกที่ได้จากโลกไปแล้ว ตอนนี่มีนายสถานีรุ่นที่ 2 แล้วนะคะ ชื่อ ละบุ (เลิฟ) ที่แปลว่า รัก กับอีกตัวนึงที่ยังเป็นนายสถานีฝึกงานอยู่ ชื่อว่า พีสุ (พีซ) ที่แปลว่า สงบสุข

ในสถานีนี้ก็จะมีการขายของของที่ระลึกน่ารัก ๆ ของนายสถานีแมว ละบุ พีสุ และทะมะด้วย ไม่ว่าจะเป็น รูปถ่าย โปสการ์ด ตุ๊กตา ขนม ฯลฯ ส่วนตรงชานชาลาสถานี จะมีมุมให้ถ่ายรูปหัวใจ และให้ขอพรเรื่องความรัก 

มายถามเจ้าหน้าที่ถึงความเป็นมา เขาบอกว่า ก่อนหน้านี้ มีคู่รักมาขอแต่งงานกันที่นี่และพวกเขาได้ส่งจดหมายมาขอบคุณทางสถานีด้วย ทางสถานีก็เลยอยากทำเป็นกิมมิคน่ารัก ๆให้คนมาถ่ายรูปที่นี่

5. ปราสาทสึรุกะโจ 鶴ヶ城 (Tsuruga Castle)

ปราสาทสึรุกะโจ หรือ ปราสามสึรุกะ เป็นที่รู้จักกันในนามปราสาทนกกระเรียน เพราะมีสีขาวเหมือนนกกระเรียน 

ปราสาทแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองไอซุวาคามัตสึ จังหวัดฟุคุชิมะ สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1384 และถูกทำลายไปในสมัยเมจิปี ค.ศ. 1874 แต่ก็ถูกสร้างขึ้นมาใหม่อีกในปี ค.ศ. 1965 เป็นปราสาทที่ได้รับยกย่องว่าแข็งแกร่งมากจนไม่สามารถตีให้แตกได้

ช่วงที่มายไป เป็นช่วงฤดูหนาว แต่ยังไม่ค่อยมีหิมะตกมากนัก เลยไม่เห็นหลังคาเป็นสีขาว ถ้าหิมะตกเยอะ ๆ หลังคาจะเป็นสีขาวโพลนทั้งหมด จะสวยมากเลยค่ะ

 6. ใส่ชุดกิโมโนเดินเล่นรอบปราสาทสึรุกะโจ

ไหน ๆ ก็ไปถึงปราสาทสึรุกะโจแล้ว กิจกรรมที่น่าสนใจอีกกิจกรรมนึงนั่นก็คือ การใส่ชุดกิโมโนเดินเล่น ถ่ายรูปสวย ๆ รอบ ๆ ปราสาทค่ะ ที่นี่จะอยู่ใกล้กับปราสาทมากๆ สามารถเดินไปได้

เราสามารถมาเช่าชุดกิโมโนใส่ได้ที่ Tsurugajo Kaikan ร้านจะอยู่ชั้นสอง มีกิโมโนให้เลือกทั้งของผู้ชายและผู้หญิงมากกว่า 100ชุด 

สำหรับราคาและการจอง สามารถเข้าไปดูรายละเอียดในลิงก์นี้ได้ค่ะ

https://aizu-kimono-rental-tsuruga.com/english/plan/


เว็บไซต์ https://aizu-kimono-rental-tsuruga.com/english/

พิกัด 鶴ヶ城会館 https://goo.gl/maps/13brM78MKPy81oRs7


7. ระบายสีวัวแดง 赤ペコ (Akapeko)

นอกจากการเช่ากิโมโนใส่แล้ว ชั้น 1 ของ Tsurugajo Kaikan ยังมีบริการให้ลองวาด 赤ペコ (Akapeko) ด้วยตัวเองได้อีกด้วย

赤ペコ (Akapeko) เป็นของเล่นและเครื่องรางท้องถิ่นของไอสึ ที่จะเอาให้เด็กผู้ชายตอนเพิ่งเกิด เพื่ออวยพรขอให้มีสุขภาพแข็งแรง และมีพลังเหมือนวัว

ครั้งนี้มายได้ลองวาด 赤ペコ (Akapeko) ของตัวเอง เพลินมากกกก! วาดเสร็จก็สามารถนำกลับบ้านมาเป็นของที่ระลึกได้เลย ราคา 1000 เยน ไม่รวม VAT ใช้เวลาทำ 40 นาที 

เว็บไซต์ http://tsurukan.com/experience (ภาษาญี่ปุ่น)

พิกัด 鶴ヶ城会館 https://goo.gl/maps/13brM78MKPy81oRs7


8. ทะเลสาบโกชิคินุมะ 五色沼湖沼群 (Goshiki-numa Ponds) หรือบึงน้ำ 5 สี

ทะเลสาบโกชิคินุมะตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติ Bandai-Asahi ในจังหวัดฟุคุชิมะ เป็นทะเลสาบที่ได้รับดาวมิชลินกรีน 1 ดาว ในปี พ.ศ. 2559 สิ่งที่เป็นไฮไลต์เลยคือ สีของแต่ละทะเลสาบจะแตกต่างกัน มีทั้งสีฟ้า สีเขียวมรกต สีน้ำเงิน สวยมากกกกก

ครั้งนี้ มายได้ทำกิจกรรม snowshoe คือการเดินชมหิมะ โดยมีไกด์คนญี่ปุ่นนำทาง เดินไปได้ประมาณ 30 นาที สวยมากกกก เดินไปถ่ายรูปไป และด้วยความโชคดีที่วันนี้อากาศปลอดโปร่ง จึงได้เห็นสีของน้ำทะเลสาบ พร้อมกับวิวของภูเขา ใครที่เป็นสายธรรมชาติ บอกเลยว่ากิจกรรมนี้ไม่ควรพลาดค่ะ

9. ตกปลาที่ทะเลสาบฮิบาระ 桧原湖 (Hinarako)

ทะเลสาบฮิบาระ เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติบันได ช่วงฤดูหนาวทะเลสาบจะกลายเป็นน้ำแข็งจนเราสามารถเดินบนน้ำแข็ง และเจาะรูตกปลาได้ แต่ช่วงที่มายไป อากาศยังหนาวไม่พอ เราเลยต้องนั่งเรื่อไปอีกประมาณ 10 นาที ไปกลางทะเลสาบ เพื่อไปตกปลาที่มีชื่อว่า วากาซากิ ระหว่างที่นั่งเรือ ลมจะตีหนาวมาก เราจึงต้องใส่ชุดเล่นสกีขึ้นเรือ

พอไปถึงก็จะมีบ้านเล็ก ๆ ให้เข้าไปนั่งตกปลา ข้างในมีฮีตเตอร์ เพราะฉะนั้น ไม่ต้องกลัวว่าจะหนาวค่ะ พอตกเสร็จ เขาก็มีบริการนำปลาที่ตกมาทอดให้เรากินอีกด้วย

10. ลองกินวัปปะเมชิ 

นอกจากสถานที่ที่เที่ยวและกิจกรรมแล้ว ที่ขาดไม่ได้ คือ เรื่องกินค่ะ! ใครมาแถวเมืองไอซุ มายแนะนำให้ลองอาหารประจำท้องถิ่นของเขา นั่นก็คือ วัปปะเมชิ ถ้าแปลง่าย ๆ วัปปะ แปลว่า เข่ง ที่ทำจากไม้สนฮิโนกิที่ถูกนำมาดัดเข้ารูป ส่วนเมชิ แปลว่า ข้าว

อย่างที่เห็นในรูป จะเป็นการนำอาหารมาเสริฟในเข่ง โดยเป็นข้าวหน้าต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นหน้าปลาแซลมอน หน้าปู ฯลฯ

ร้านที่แนะนำ คือ ร้านทากิโนะ เพราะนอกจากอาหารจะอร่อยแล้ว บรรยากาศการตกแต่งในร้านยังตกแต่งสไตล์ไอซู เหมือนในสมัยก่อนเลย เราสามารถใส่ชุดกิโมโนมารับประทานพร้อมถ่ายรูปสวย ๆ ลงไอจีของเราได้ด้วย