t ท่องเที่ยวในญี่ปุ่น

จะรู้ได้ไงว่าทัวร์ไหนจริงหรือหลอก มาดู 9 วิธีเลือกซื้อทัวร์อย่างไรไม่ให้โดนหลอกกัน

จะรู้ได้ไงว่าทัวร์ไหนจริงหรือหลอก มาดู 9 วิธีเลือกซื้อทัวร์อย่างไรไม่ให้โดนหลอกกัน

By , วันอังคาร, 10 พฤษภาคม 2559

​วันนี้มายจะมาแนะนำทิปเล็กๆน้อยๆในการเลือกซื้อทัวร์

และดูว่าบริษัทหรือคนที่ติดต่อเรานั้นมีความน่าเชื่อถือหรือไม่ 


1.เลือกซื้อทัวร์กับบริษัททัวร์ที่เปิดเผยข้อมูล 

แน่นอนว่าข้อนี้ หลายๆคนอาจทราบกันดีอยู่แล้วเมื่อเข้าไปดูในเว็บไซต์แล้วมีที่ตั้งบริษัทหรือมีตัวตนจริง 

ที่ชัดเจนสามารถตรวจสอบได้ รวมทั้งเปิดเผยข้อมูลของบริษัทอย่างตรงไปตรงมา

ตลอดจนแผนที่การเดินทางไปที่บริษัทได้ก็จะยิ่งเป็นการดีค่ะ

นอกจากนี้ก็ควรมีการแสดงหน้าตาและชื่อพนักงานในสังกัดด้วยค่ะ

ส่วนใหญ่พวกที่หลอกลวง มักไม่ค่อยเปิดเผยข้อมูลตัวเอง

และไม่มีที่อยู่หรือโชว์ใบหน้าของพนักงานหรือตัวเจ้าของบริษัทเองค่ะ

ที่สำคัญต้องมีใบอนุญาตการประกอบธุรกิจนำเที่ยวด้วยค่ะ



2. Email บริษัท

ปกติเราจะต้องส่งอีเมลเข้าไปที่อีเมลที่ปรากฏในเว็บไซด์เท่านั้น

อย่าส่งเข้าอีเมลส่วนตัวของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แม้จะมีเพื่อนแนะนำมาก็ตาม

และถ้า domain อีเมลเป็นพวก gmail, hotmail ให้สงสัยไว้ก่อน

(แน่นอนว่าไม่ได้หมายความว่าบริษัทที่ยังใช้พวก gmail  hotmail ฯลฯ จะเป็นบริษัทที่หลอกลวงนะคะ

เพียงแต่บริษัทที่มี domain เป็นของบริษัทจะมีโอกาสหลอกลวงน้อยกว่า เพราะว่าเวลาจดโดเมนบริษัทนั้นจะต้องให้ข้อมูล และ ID ส่วนตัวและเสียเงินรายปี ไม่ใช่สมัครง่ายๆเหมือนพวก gmail ค่ะ)

เดี๋ยวนี้บริษัทส่วนใหญ่จะใช้ domain บริษัทของตนเอง

เช่น @nihontours.com, @japantours.com เป็นต้น

ถ้าเป็นที่ต่างประเทศ บริษัทไหนยังใช้เมลติดต่อลูกค้าเป็นพวก gmail, hotmail นี่

ฝรั่งเขาเลิกดูเลยค่ะ (ในจุดนี้ประเทศไทยเรายังไม่ซีเรียสมากเหมือนเมืองนอก)

เนื่องจากดูไม่มีความน่าเชื่อถือ และถ้าเกิดอะไรขึ้น เราจะเอาผิดบริษัทไม่ได้

เพราะบริษัทอาจจะอ้างได้เสมอว่า

คนๆนี้ไม้ได้ทำงานที่นี่ หรือไม่ใช่พนักงานที่นี่

ดังนั้นหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เราจึงไม่มีหลักฐานเอาผิดบริษัทนั้นได้เลย



3. รีวิว

ลองดูรีวิวในที่ต่างๆว่าบริษัททัวร์นี้มีจริงไหม

มีรูปลูกค้าที่เคยไปกับทัวร์นี้ไหม

ถ้ามีคลิปรีวิวยิ่งดี เพราะว่ารีวิวที่เป็นแบบเขียน สามารถปลอมแปลงหรือสร้างขึ้นมาได้ง่ายกว่า

ถ้าเป็นที่เมืองนอก ฝรั่งเขาจะเข้าไปเช็กในเว็บ tourradar ค่ะ

(แต่ของไทย น่าจะยังไม่มีเว็บที่รีวิวบริษัททัวร์)



4.เลขบัญชีบริษัท

เวลาโอนเงิน ไม่ว่าพนักงานขายจะพูดอย่างไงก็ตาม

อย่าโอนเข้าบัญชีส่วนตัวของพนักงานเด็ดขาดค่ะ

ให้โอนเข้าบัญชีของบริษัท

ถ้าบริษัทไหนไม่มีบัญชีบริษัท มีแต่บัญชีส่วนตัว อันนี้ขอให้สงสัยไว้ก่อนเลยค่ะ

เพราะเวลาทำธุรกิจเดี๋ยวนี้ไม่ว่าใครๆก็ต้องมีบัญชีบริษัททั้งนั้น

หากได้รับการยืนยันว่าต้องโอนเข้าบัญชีบุคคลเท่านั้น มายคิดว่าอย่าเสี่ยงจะดีกว่าค่ะ



5.ราคาที่ถูกเกินไปและะข้อเสนอที่ดีเกินจริง!

กรณีนี้ยกเว้น ทัวร์โปรโมชั่นกรุ๊ปใหญ่ จากบริษัทที่จัดทัวร์กรุ๊ปใหญ่

ที่เขามี connection กับบริษัทแลนด์ที่ญี่ปุ่น หรือมีสาขาที่นู่น อย่างบริษัท JTB หรือ HIS

เราควรจะเช็กและถามหาสาเหตุว่าทำไมมันถึงถูกเกินจริง

และเปรียบเทียบราคากับบริษัทอื่น

หลายๆคนอาจจะสงสัยว่า แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าอันไหนถูก อันไหนแพง 

เพราะไม่มีไอเดียเลยว่า ทัวร์นี้มันราคาสมเหตุสมผลหรือไม่

ตัวอย่างเช่น 

ถ้าทัวร์โตเกียว ฟูจิ 5 วัน 3 คืน รวมทุกอย่าง ราคา 4 หมื่นบาท "ตั๋วการบินไทย"

(ถ้าเป็นตั๋ว Thai Air Asia X ค่อยว่าไปอย่าง)

เพราะค่าตั๋วการบินไทยปกติก็ 20,000 - 30,000 บาทแล้วค่ะ

ไหนจะค่าเช่ารถ ค่าเรียวกัง ค่าอาหารทุกมื้อ

แถมช่วงพีค บอกเลยค่ะว่าให้เช็กดีๆก่อน

มันอาจจะมี deal ที่ดีแบบนี้ก็ได้ แต่เพื่อความชัวร์

เช็กประวัติบริษัทนี้ให้แน่นอนก่อนค่ะ

และถ้าเป็นทัวร์กรุ๊ปเล็ก หรือทัวร์ส่วนตัว

บอกเลยค่ะว่า ไม่มีทางที่ราคาจะถูกหรือเท่ากับทัวร์กรุ๊ปใหญ่แน่นอน!

ลองคิดดูค่ะ ว่าทัวร์ 10 - 20 คน กับทัวร์ 50 คน

ตัวหารมันก็ไม่เท่ากันแล้วค่ะ และยังมีโปรแกรมอื่นๆที่เราสามารถเลือกเองได้ด้วย

ไม่ใช่โปรแกรมสำเร็จรูปที่ใช้กันมาทุกทัวร์ ดังนั้นต้นทุนของการทำทัวร์กรุ๊ปเล็กหรือทัวร์ส่วนตัวก็ต้องสูงกว่าอยู่แล้วค่ะ

ถ้าราคาทัวร์กรุ๊ปเล็ก มันถูกกว่าทัวร์กรุ๊ปใหญ่ไม่มาก

เชื่อว่าทุกคนคนเลือกไปทัวร์ส่วนตัวแล้วล่ะค่ะ เพราะสบายกว่า


6.Facebook

ถ้ามีเพจใน facebook ให้เข้าไปดูว่าเปิดมานานหรือยัง มีคนติดตามเพจเยอะไหม มีการอัปเดตกิจกรรมเยอะไหม

มีรีวิวจากลูกค้าบ้างไหม

ถ้าหลักหมื่นขึ้นไปและเปิดมานานเป็นปี

ก็มีน่าจะมีความน่าเชื่อถือมากกว่าเพจที่มีคนติดตามไม่ถึง 100 คนและเปิดมาไม่กี่เดือน

เพราะถ้าตั้งมาเพื่อการหลอกลวง ไม่นานต้องมีคนมาฟ้องร้องหรือโพสต์ถล่ม

รวมถึงแจ้งให้ทาง facebook ทราบเพื่อทำการลบเพจนั้นออกไปค่ะ



7.ขอใบ confirmation จากโรงแรม หรือติดต่อโรงแรมเพื่อยืนยันการเข้าพัก

ถ้าอยากจะกันเหนียวจริงๆ แนะนำให้โทรศัพท์หรืออีเมลไปถามโรงแรมเองอีกที

ว่ามีชื่อเราในการจองที่โรงแรมนั้นๆไหม

เพราะว่า Land operator จะต้องใช้ชื่อคุณในการจองอยู่แล้วค่ะ

(สมัยนี้ไม่เหมือนสมัยก่อนที่ใช้ชื่อบริษัทอย่างเดียวจองได้ ปัจจุบันต้องใช้ชื่อจริงของลูกค้าในการจองค่ะ)

และก่อนโทร อาจจะขอใบจองโรงแรมจากบริษัททัวร์ที่ติดต่อไว้ก่อนก็ได้ค่ะ



8.ขอเบอร์หรือไลน์ของไกด์ก่อนที่เดินทาง

ถ้าเป็นไปได้ ขอเบอร์หรือไลน์ของไกด์ไว้ก่อนก็ดีค่ะ

เพื่อที่จะได้คุยรายละเอียดและนัดเจอกันได้ง่ายๆ



9. ชำระเงิน 1 สัปดาห์ล่วงหน้าก่อนวันเดินทาง

จากประสบการณ์ที่ทำบริษัททัวร์แลนด์ในญี่ปุ่น

บอกเลยว่า ไม่มีทางที่บริษัทแลนด์ที่ญี่ปุ่นจะตกลงยอมจัดทัวร์ให้โดยที่ยังไม่ได้รับเงินหรือมัดจำล่วงหน้าอย่างช้า 3 สัปดาห์ หรือ 1 เดือนล่วงหน้า

หากเอเจนท์ที่ไทยบอกว่าใกล้ๆค่อยจ่ายก็ได้ แค่ 1 สัปดาห์ก่อนวันเดินทางนี่ น่าสงสัยค่ะ!

นอกเหนือจากว่าจะเป็นบริษัทลูกที่มาเปิดสาขาอยู่ประเทศไทย

แต่ถึงกระนั้นก็หาได้น้อยมากๆ เพราะว่าบริษัททัวร์ทุกที่ต้องรักษากฎในการชำระเงิน

ไม่มีบริษัททัวร์ไหนยอมเสี่ยง ออกเงินตัวเอง ก่อนที่จะได้เงินจากลูกค้าค่ะ!



สุดท้ายนี้!!

อยากจะบอกว่า ถ้าคนมันจะหลอกจริงๆ 

ก็อาจมีวิธีที่แยบยล เนียนจนเราดูไม่ออก หรือทำทุกข้อที่กล่าวมา

ไม่ได้หมายความว่าถ้ามีทุกข้อแล้วจะป้องกันได้ 100%

แต่อย่างน้อยก็ช่วยลด % การถูกหลอกได้มากขึ้น ^^

เช่น ถ้าไม่มีในข้อที่กล่าวมาก็ให้สงสัยไว้ก่อน ก็ไม่เสียหายอะไรค่ะ ^^ 

ถ้าเขาไม่หลอกก็ดีไป ถ้าเขาหลอกเราจะได้ไม่หลงกล

มายก็หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์แก่ทุกๆคนนะคะ เที่ยวญี่ปุ่นให้สนุกค่ะ



สอบถามทัวร์ญี่ปุ่นส่วนตัว

Line: @ilovejapantours

ใบอนุญาตเลขที่: 11/08437

www.ilovejapantours.com/th 


บทความล่าสุด