t ท่องเที่ยวในญี่ปุ่น

Checklist เตรียมตัวอย่างไรก่อนไปเที่ยวญี่ปุ่น

Checklist เตรียมตัวอย่างไรก่อนไปเที่ยวญี่ปุ่น

By , วันอาทิตย์, 12 มกราคม 2563

​สวัสดีเพื่อนๆผู้อ่านทุกคน วันนี้โอทารุจะมามอบของขวัญรับปี 2020 ด้วยการเขียนบล็อกเตรียมตัวไปเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกสำหรับมือใหม่ว่าต้องเตรียมอะไรไปบ้าง อ่านจบแล้วรับรองว่าไม่มีพลาดและสามารถเดินทางไปได้อย่างสบายใจอย่างแน่นอน โดยบล็อกนี้ผมจะแบ่งเป็นสองส่วนคือ การเตรียมตัวตั้งแต่อยู่ในประเทศไทยและการเตรียมตัวเมื่อไปถึงที่ญี่ปุ่นเพื่อจะได้ชัดเจนมากขึ้น เอาล่ะ เลื่อนลงมาอ่านกันเถอะ!

​ปัจจุบันนี้ (1 มกราคม 2020) ประเทศญี่ปุ่นยังคงมีมาตรการยกเว้นการตรวจลงตราวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทย โดยผู้ที่ถือหนังสือเดินทางไทยสามารถพำนักอยู่ในประเทศญี่ปุ่นได้ 15 วันโดยไม่ต้องขอวีซ่า ซึ่งก็ส่งผลให้นักท่องเที่ยวชาวไทยนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก จนปัจจุบันนี้มีนักท่องเที่ยวบ้านเราเดินทางไปท่องเที่ยวถึงปีละ "1 ล้านคน" เลยทีเดียว จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าประเทศญี่ปุ่นคือประเทศในฝันของคนไทยจำนวนมากอย่างแท้จริง แต่ก่อนที่จะไปนั้น มันก็ต้องมีการเตรียมตัวกันก่อน และสิ่งที่โอทารุจะมาบอกให้เพื่อนๆเตรียมตัวไว้ก็มีดังนี้ครับ

​ภาคประเทศไทย

สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ผมแนะนำให้เตรียมการให้เรียบร้อยตั้งแต่อยู่ที่ประเทศไทยและสำคัญมากๆ มีดังนี้ครับ

1. หนังสือเดินทาง ง่ายก็ Passport นั่นแหละ เดี๋ยวนี้ทำง่ายมาก ใช้เวลาไม่เกิน 15 นาทีก็ทำเสร็จแน่นอนเพราะทางกระทรวงการต่างประเทศวางมาตรฐานไว้แล้ว ส่วนค่าใช้จ่ายก็เริ่มต้นที่ 1,000 บาทสำหรับการรับเล่มปกติ แต่ถ้าใครจะทำด่วนก็มีแบบ 3,000 บาท ซึ่งเราจะได้รับเล่มในวันนั้นเลย ส่วนสถานที่ดำเนินการจัดทำ มีดังนี้ครับ

1.1 กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ

1.2 สำนักงานหนังสือเดินทาง MRT คลองเตย (รถใต้ดินสายสีน้ำเงิน) อยู่ใน MRT เลยครับ ที่นี่สะดวกมากๆ

1.3 สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวบางนา-ศรีนครินทร์ --> ตั้งอยู่ในห้างธัญญาพาร์ค

1.4 สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวปิ่นเกล้า --> ตั้งอยู่ในห้าง SC Plaza ตรงสายใต้ใหม่ (ไม่ใช่โลตัสปิ่นเกล้านะครับ)

1.5 สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวมีนบุรี --> ตั้งอยู่ในห้าง Big C สุวินทวงศ์

ทั้งห้าสถานที่ เปิดให้บริการในวันจันทร์-ศุกร์ ระหว่างเวลา 08:30 - 15:30 น. อย่างไรก็ตาม บางช่วงเวลาจะมีการเปิดให้บริการในวันเสาร์ด้วย แต่แนะนำให้จองคิวไปก่อนทางระบบออนไลน์เพราะวันเสาร์คนเยอะมากกว่าวันธรรมดาครับ ผมเคยไป walk-in มาแล้ว แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าคิว walk-in เต็ม แนะนำให้จองล่วงหน้าออนไลน์...ก็เลยต้องกลับไปใหม่อีกรอบในสัปดาห์ถัดไปเลยครับ

2. เงิน!!! จำไว้ครับ ไม่มีเงินก็ไปเที่ยวไหนไม่ได้แม้แต่ในเมืองไทยก็ตาม อิอิ ดังนั้น เงินสำคัญมากครับ และแน่นอนว่า ไปญี่ปุ่นก็ต้องใช้เงินเยนเป็นหลัก ก็อย่าลืมแลกกันไปด้วยครับ ส่วนจะแลกที่ไหนก็แล้วแต่เพื่อนๆสะดวกเลยเพราะเดี๋ยวนี้ร้านแลกเงินให้เรทดีมาก ยิ่งใช้บัตรแทนเงินสดยี่ห้อต่างๆเรทก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่

3. หลักฐานการจองที่พัก : ปัจจุบันนี้การจองที่พักที่ญี่ปุ่น ง่ายกว่าเมื่อก่อนเยอะมากกกกก เพราะเราสามารถเลือกจองผ่านเว็บไซต์ต่างๆได้เอง ถูกใจห้องไหน โรงแรมไหน หรือจะนอนแบบ apartment หรือห้องแบบต่างๆ ก็แค่ไม่กี่คลิกก็ได้แล้ว แต่อย่าลืมนะครับ พอจองเสร็จแล้วก็ เซฟเลขการจอง/รหัสการจองไว้ด้วย เผื่อเจ้าหน้าที่ ตม. จะขอดูและเรายังต้องใช้เวลากรอกข้อมูลลงใน ตม. ของญี่ปุ่นด้วยนะ

4. ประกันภัยการเดินทาง : แม้ญี่ปุ่นจะไม่ได้บังคับให้นักท่องเที่ยวทำประกันภัยการเดินทางที่มันคุ้มครองการเจ็บป่วยแบบเวลาขอวีซ่าเชงเก้น แต่ผมแนะนำให้ทุกคนทำมากๆนะครับ เดี๋ยวนี้ประกันภัยเหล่านี้ไม่ได้แพงเลย "จ่ายหลักร้อยคุ้มครองหลักล้านบาท" ที่ให้ทำก็เพราะว่ามีหลายเคสแล้วที่ชาวไทยไปป่วยหนักที่โน่น บางรายเป็นโรคหัวใจ เป็นโรคที่ต้องผ่าตัดแล้วพอคิดเงินออกมาก็ "หลายล้านบาท" นี่ไม่ใช่เรื่องโกหกนะครับ มีหลายเคสที่เคยลงหนังสือพิมพ์ขอความเห็นใจ ขอบริจาคหน้าเฟซก็มี พออ่านไปก็พบว่าเพราะคนเหล่านี้ "ไม่ได้ทำประกันภัยการเดินทาง/เจ็บป่วยไว้" สุดท้ายก็เข้าทำนอง "เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย" ต้องขายนา ขายที่ ขายรถมารักษาตัวเองครับ.....ดังนั้น ทำเถอะ ไม่กี่ร้อยบาท ซื้อความอุ่นใจครับ

--> เดี๋ยวนี้คนไทยเริ่มนิยมไปเล่นสกี/สโนว์บอร์ดที่ญี่ปุ่นกันมากขึ้น ก็มีประกันที่คุ้มครองการรักษาถ้าเกิดเราไปเล่นกีฬาพวกนี้แล้วแข้งขาหักด้วยนะครับ (ถ้าเล่นแล้วจะรู้ครับ มันมีโอกาสจริงๆ) ดังนั้น ทำเถอะ!!! อย่าเสียดายเงินเลยนะ พลีสสสสสส

5.สำเนาตั๋วเครื่องบิน : เดี๋ยวนี้เวลาเราซื้อตั๋วเครื่องบิน ยังไงมันก็ต้องส่งให้เราทาง email เป็นอย่างน้อยหรือไม่ข้อมูลทั้งหมดก็อยู่ใน app แน่นอน ยิ่งใครจองตั๋วผ่าน Travel Agent ยิ่งได้เป็นกระดาษเลย สิ่งเหล่านี้ต้องพกติดตัวไปด้วยนะครับ เผื่อเจ้าหน้าที่ ตม. จะขอดูเพื่อประกอบการพิจารณาอนุญาตให้เข้าประเทศญี่ปุ่น 

​6.แผนการเดินทางในทริป : ข้อนี้ก็ควรเตรียมไว้ จะเซฟไว้ในโทรศัพท์หรือพิมพ์มาเป็นกระดาษก็ได้ เผื่อเจ้าหน้าที่ ตม. ขอดู (อีกแล้ว) คือ ต้องเข้าใจนะครับ มันมีคนประเภท "ไม่รู้อะไรเลย เพื่อนคิดแพลนให้หมด รอบินอย่างเดียว" พวกนี้แหละครับ เวลาอยู่หน้า ตม. จะ "เอ๋อรับประทาน" แล้วตอบ ตม. ไม่ได้ พอตอบไม่ได้ ตม. เขาก็ต้องสงสัยเป็นธรรมดาว่า ตกลงนี่มันมาเที่ยวรึเปล่าหรือลักลอบมาทำงาน? เพราะวิสัยคนมาเที่ยว (ถ้ามาเอง ไม่ได้มาทัวร์) ปกติก็ต้องมีการรู้ข้อมูลหรือตอบได้อยู่แล้ว อันนี้โอทารุขอให้เพื่อนๆตระหนักในจุดนี้ด้วยครับ ยอมรับเถอะ ลูกทีมแบบนั้นมันมีจริงๆ!

7.Credit Card/บัตรแทนเงินสด : บัตรเครดิต ผมคงไม่พูดถึง เพราะบางคนอาจจะไม่มี (แต่มีก็ดี เผื่อเจ้าหน้าที่ขอดู) อย่างไรก็ตาม บัตรที่ผมเห็นว่ามาแรงกว่าก็คือพวกบัตร Travel Card ของธนาคารหลากสีนี่แหละ เห็นโปรโมทกันเยอะมาก เลือกสักใบ ธนาคารไหนก็แล้วแต่สะดวก ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยเวลาเพื่อนๆเงินสด "หมด" นะครับ หรือบางคนก็เน้นใช้จ่ายด้วยบัตรเติมเงินที่ว่านี้เพราะเรทถูกกว่าแลกเงินสดตามร้านซะอีก เอาเป็นว่า ใครมีก็พกไว้ อุ่นใจดีครับ!

8.เสื้อผ้าที่เหมาะกับฤดูกาลนั้นๆ : คงไม่ต้องสาธยายเยอะ เพราะญี่ปุ่นมีสี่ฤดูกาล สภาพอากาศก็แตกต่างกันสุดๆ คือ อากาศในญี่ปุ่นมีทั้งร้อนเหมือนเมืองไทย ไปจนถึงหิมะตก ดังนั้น อย่าลืมจัดเตรียมเสื้อผ้าให้รับมือกับสภาพอากาศได้ และขอแนะนำให้ตรวจสภาพอากาศก่อนไปให้ดีเพราะเดี๋ยวนี้อากาศในประเทศญี่ปุ่นมีความแปรปรวนและสามารถเปลี่ยนแปลงได้ภายในระยะเวลาอันสั้นครับ

9.ยาประจำตัว : ใครมีโรคประจำตัวหรือต้องพกยาไปกิน อย่าลืมว่ายาที่ญี่ปุ่นนั้น บางชนิดเขาไม่ให้นำเข้า (แต่โชคดีที่ยาส่วนมากที่ถูกแบนนั้น เมืองไทยไม่มีขายยกเว้นเราหิ้วมาจากเมืองนอกเองอีกที) ที่สำคัญคือ ถ้าจะพกยาส่วนตัวไปก็ต้องมีภาษาอังกฤษกำกับไว้ด้วย เผื่อให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจสอบรายละเอียดครับ (หรือมีฉลากภาษาญี่ปุ่นยิ่งดี)

10.Voucher/เอกสารไว้แลกบัตรโดยสารรถไฟ : บัตรโดยสารรถไฟนั้น เรามักนิยมเรียกว่า "พาส" ซึ่งพาสรถไฟเหล่านี้ส่วนใหญ่เวลาเราซื้อจากไทย จะได้รับเป็นเพียง voucher หรือเอกสารแทนใบจริงเท่านั้น แต่พอไปถึงญี่ปุ่นต้องไปรับพาสตัวจริงอีกที ดังนั้น เอกสารเหล่านี้ เราต้องนำติดตัวไปด้วย "อย่าทำหายนะครับ" เพราะถ้าไม่มีเอกสารยืนยัน เจ้าหน้าที่จะไม่ยอมเปิดพาสให้ ซึ่งอาจจะทำให้เราต้องเสียเงินสองต่อถ้าต้องซื้อใหม่เลยล่ะ 

11.Roaming Sim/Pocket WIFI : ทุกวันนี้มนุษย์แทบจะขาด internet ไม่ได้เพราะมันมีประโยชน์หลายๆอย่าง สำหรับการท่องเที่ยวญี่ปุ่นก็เช่นกัน การมี internet สามารถทำให้เราติดต่อเพื่อนฝูงหรือครอบครัวทาง LINE ได้สะดวก หรือจะ Live สดคุยกับปลายทางก็ได้ รวมทั้งยังเปิดแผนที่ช่วยหาทาง ช่วยจองโรงแรม หรือช่วยแปลภาษาด้วย ดังนั้น การซื้อซิมหรือเช่า Pocket Wifi จึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่นักท่องเที่ยวสมัยนี้มักให้ความสำคัญครับ

12.ใบขับขี่สากล+ใบขับขี่ประเทศไทย : ก็ตามชื่อเลยครับ เดี๋ยวนี้ชาวไทยนิยมเช่ารถขับเที่ยวกันมากขึ้น แต่เราต้องทำใบขับขี่สากลเสียก่อน นอกจากนี้บางบริษัทเช่ารถเริ่มมีการขอดูใบขับขี่ตัวจริงของประเทศไทยด้วยนะครับ! ทางที่ดีคือ พกไปทั้งสากลและของไทยจะดีที่สุด คือเพื่อนของโอทารุโดนพนักงานที่จองรถขอดูมาแล้ว เขาฝากเตือนมาครับ เดี๋ยวถ้าเช่าไม่ได้ แผนเที่ยวพังก็ไม่รู้ด้วยล่ะ --> รีวิวการทำใบขับขี่สากล 

ภาคประเทศญี่ปุ่น

1.ใบตรวจคนเข้าเมืองขาเข้า 

2.ใบศุลกากร 

ทั้งสองใบที่ว่านี้เจ้าหน้าที่จะแจกให้ตั้งแต่อยู่บนเครื่องบิน (มักจะแจกตอนใกล้ๆเครื่องจะลงไม่ก็ก่อนหรี่ไฟนอน) แนะนำว่าใครพกปากกามาควรกรอกตั้งแต่อยู่บนเครื่องบินให้เรียบร้อย เพราะการไปยืนกรอกที่แถวต่อคิวนั้น ไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่และบางครั้งถ้าไม่ได้รับจากบนเครื่องบินนั้น ตัวใบกรอกอาจจะหมดจนต้องเดินไปขอเจ้าหน้าที่ด้วยครับ (นาริตะนี่หมดประจำ) ซึ่งมันทำให้เสียเวลาหน้าด่าน ตม. เข้าไปอีก สำหรับวิธีการกรอกอย่างละเอียดนั้น โอทารุเคยเขียนบล็อก "แนะนำการกรอกใบ ตม. และใบศุลกากร" แยกไว้ให้แล้วที่นี่ 

3.บางพาสจะไม่มีขายในประเทศไทย เช่น Tokyo Wide Pass เราก็ต้องมาติดต่อที่ห้องออกตั๋วของการรถไฟ JR ซึ่งจะติดต่อที่สาขาสนามบินหรือตามสถานีรถไฟในย่านหลักก็แล้วแต่สะดวกครับ

ที่เหลือนั้น ถ้าผ่านด่าน ตม.กับศุลกากรมาได้ ก็ไม่มีอะไรซีเรียสแล้วครับ ใครจองโรงแรม จองพาส หรืออะไรก็ตาม ให้ไปติดต่อสถานที่นั้นๆได้ตามที่ปลายทางเป็นผู้กำหนดเท่านั้นเอง และทั้งหมดนี้ก็คือ การเตรียมตัวแบบ checklist ง่ายๆ สำหรับมือใหม่ที่จะไปญี่ปุ่นครับ สำหรับเพื่อนๆคนใดที่อยากอ่าน "การผ่านด่าน ตม. แบบราบรื่น" ก็สามารถคลิกได้เลย ผมเคยเขียนบล็อกแยกไว้อีกเช่นกัน ทั้งนี้ก็ขอเตือนให้เพื่อนๆทุกคนปฏิบัติตามกฎหมายของญี่ปุ่นนะครับ ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ขอให้ระมัดระวังตัว รวมทั้งการเคารพกฎจราจรด้วย (ไม่ว่าจะเช่ารถหรือไม่ก็ตาม) จากนั้นจะไปขึ้นรถลงเรือเข้าเมืองก็สุดแล้วแต่ทุกท่านแล้วล่ะนะ!!!

เอาเป็นว่า ขออวยพรให้เที่ยวประเทศญี่ปุ่นให้สนุกทุกท่านนะคร้าบบบบบ ไว้พบกันใหม่กับบล็อกหน้า สวัสดีครับ!

​ภาพปกจาก orangemantra

ข้อมูลจากกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ

ภาพประกอบจาก tripsavvy, herpackinglist, irishtimes, airtrotter ส่วนภาพที่มีลายน้ำจากกล้องของโอทารุ ห้ามผู้ใดนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ก่อนได้รับอนุญาต

หากอยากเตรียมความพร้อมทั้งภาษาและวิธีการท่องเที่ยวในญี่ปุ่น สามารถเรียนได้เพิ่มเติมกับคอร์สภาษาญี่ปุ่นเพื่อการทองเที่ยว และ คู่มือท่องเที่ยวญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังมีคอร์สอื่น ๆ ให้เลือกเรียนก่่า 50 คอร์ส! สามารถทดลองเรียนฟรีได้ 7 วันด้วยนะ คลิกรูปภาพด้านล่างได้เลย ^^ 

​สนใจเดินทางมาญี่ปุ่น ท่านสามารถใช้บริการกับทาง I Love Japan Tours ได้เลยค่ะ เราจัดทัวร์ญี่ปุ่นแบบส่วนตัว และมีโปรแกรมการเดินทางที่หลากหลาย โดยท่านสามารถเป็นคนกำหนดได้เอง! ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์คลิกที่รูปด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ