w ทำงานในญี่ปุ่น

ประสบการณ์หางานในญี่ปุ่น ตอนที่ 1 เริ่มหางานใหม่

ประสบการณ์หางานในญี่ปุ่น ตอนที่ 1 เริ่มหางานใหม่

By , วันอาทิตย์, 21 มิถุนายน 2563

     สวัสดีค่ะ หลังจากที่มายลาออกจากงาน (ใครยังไม่ได้อ่านตอน "ลาออกจากงาน" นะคะ) และคิดว่าอาจจะกลับไทย แต่วีซ่ายังเหลืออยู่ เลยคิดว่าอาจจะชิลล์ๆ เที่ยวญี่ปุ่นสักพัก ใจหนึ่งก็คือหมดหวังกับแฟนเก่าญี่ปุ่นด้วย ก็ไม่รู้จะอยู่ญี่ปุ่นไปเพื่ออะไร (ที่บริษัทเก่าใจดี ถึงมายจะออกมาแล้ว เขาก็ไม่ตัดวีซ่ามาย เพราะฉะนั้น ก็ยังมีเวลาอยู่ต่อญี่ปุ่นได้) แต่เหมือนเป็นโชคชะตานำพาให้มาเจออเล็กซ์ เป็นช่วงรอยต่อพอดีค่ะ 555 เลยมีเหตุผลที่จะอยู่ญี่ปุ่นต่อ มายจึงเปลี่ยนใจที่จะอยู่ญี่ปุ่นต่อ และเมื่อตกลงที่จะอยู่ต่อแล้ว ก็จำเป็นต้องหางานใหม่ เพราะไม่อย่างนั้น เดี๋ยววีซ่าหมดก็จะอยู่ญี่ปุ่นต่อไม่ได้

     ก็เลยเริ่มหางานใหม่ เริ่มหลังจากที่ลาออกนี่แหละ (เริ่มช้าไปนิด เพราะไม่ได้คิดจะอยู่ญี่ปุ่นต่อตอนแรก ปกติคนส่วนใหญ่มักจะหางานใหม่ไว้ก่อนลาออก) ก็มีบริษัทหลายที่เรียกไปสัมภาษณ์ แต่ก็มักจะเป็นบริษัทแนวเดิมๆ เกือบทุกที่เลย คือ เป็นพวกสายการผลิต และตำแหน่ง sales engineer (อีกแล้ว) แต่เราอยากจะเปลี่ยนสายงานอื่น หรือบริษัทที่ไม่ใช่บริษัทผลิตฯบ้าง เช่น ของกิน เครื่องสำอาง ฯลฯ อะไรที่มันใกล้ตัว ไม่ต้องใช้ความรู้เรื่องเทคนิคหรือความรู้เฉพาะทางเยอะๆ

     คุยกับเอเจนต์จัดหางานเขาก็บอกว่าปกติแล้วคนญี่ปุ่นไม่ค่อยเปลี่ยนสายงานกัน ถ้าจะเปลี่ยนก็ค่อนข้างยาก ถ้าเริ่มแรกมาเป็นเซล ก็มักจะเป็นเซลมาตลอด เพราะบริษัทมักจะไม่ค่อยเลือกคนที่มาจากสายอื่น เขามักจะเลือกคนที่มีประสบการณ์ในด้านนั้นๆไปเลย

     พอฟังแล้วก็ได้แต่ทำใจ ระหว่างนั้นก็ลองไปสัมภาษณ์หลายๆที่ (แต่ก็มีแต่สายงานเดิมที่เขาสนใจเรียกเราไปสัมภาษณ์) หลังไปสัมภาษณ์ก็มีหลายบริษัทตอบตกลง เงินเดือน เงื่อนไขก็ดีกว่าที่เก่า บางที่ถึงกับยอมจ่ายค่าย้ายบ้านกับช่วยออกค่าเช่าบ้านให้ถ้าตกลง ก็เริ่มลังเล คิดว่าหรือเราจะตอบรับที่ใหม่ดีมั้ย เพราะก็รู้สึกว่าไม่อยากปล่อยเวลาว่างงานให้นานเกินไป กลัวจะมีแก๊ป(ช่วงว่าง) อีกอย่างไหนจะเรื่องเงินอีกล่ะ ทุกเดือนต้องจ่ายแต่ไม่มีรายได้ จึงทำให้เราต้องเร่งตัดสินใจ

     ก็เลยปรึกษาอเล็กซ์ว่าจะเอาที่ใหม่เลยดีมั้ย แต่กลับได้คำตอบทีไม่คาดคิด คือ 

อเล็กซ์: "อย่าไปทำนะ! อย่างนี้ก็เหมือนหนีเสือปะจระเข้อะสิ เธอออกจากที่เก่า เพราะเธอไม่ชอบสายงานนี้ไม่ใช่เหรอ แล้วถ้าเธอเข้าที่ใหม่ มันก็ไม่ต่างจากที่เธอทำงานที่เก่าเลย อย่างนี้เธอออกจากที่เก่าทำไม"

ที่อเล็กซ์พูดมันก็ถูกอะนะ แต่....

เรา: แต่ที่ใหม่เงินเดือนดีกว่า สวัสดิการดีกว่า ใกล้บ้านกว่านะ มันอาจจะไม่เป็นแบบที่เก่าก็ได้ (มานึกๆดี ณ จุดนั้นเราคงหลอกตัวเองอยู่ ด้วยเรื่องของเวลาและเงิน)

อเล็กซ์: มาย! อย่าเพิ่งรีบร้อนเข้าทำงานที่ใหม่ แค่เพียงเพราะอยากได้งานไวๆสิ เชื่อมั่นในตัวเองหน่อย เธอน่ะเป็นคนเก่งนะ ถ้าเธอเข้าบริษัทนั้น เธอก็จะเครียดและเจอกับปัญหาเดิมๆอีก มันก็วนเป็นลูปเหมือนเดิม ไอไม่อยากเห็นยูเครียด ทำงานเสียสุขภาพอีก

เรา: ..... อืมม (ทำหน้าไม่ค่อยเห็นด้วย แต่ก็ขอบคุณอเล็กซ์ที่ช่วงนี้คอยซัพพอร์ตอะไรหลายๆอย่าง)

     ในระหว่างนั้นก็มีเอเจนต์ติดต่อมา เรียกตัวมาสัมภาษณ์อยู่เป็นระยะๆ แต่ก็ยังไม่เจอบริษัทที่ใช่สักที อเล็กซ์บอกว่า มันต้องใช้เวลา บางทีบริษัทที่เราอยากทำ เขาอาจจะยังไม่เปิดรับพนักงานก็ได้ เพราะงั้น ใจเย็นๆ รอจังหวะ อย่ารีบร้อน เจอที่ใช่แล้วค่อยเลือก

     และแล้วในที่สุด จังหวะนั้นก็มาถึงวันหนึ่ง เอเจนต์ก็ติดต่อมาว่ามีบริษัทเกี่ยวกับเครื่องดื่มชื่อดังบริษัทนึง เขากำลังมองหาคนไทยที่พูดญี่ปุ่นได้ และภาษาอังกฤษได้ มาทำหน้าที่ Marketing Coordinator (ซึ่งก็ตรงกับสาขาที่เราเรียนมา คือ Marketing และเป็นเกี่ยวกับธุรกิจเครื่องดื่มที่เป็นเรื่องใกล้ตัวเรา) ตรงกับที่อยากเข้าพอดี สนใจมั้ย จะลองเสนอ resume ของคุณให้เขาดู

     แน่นอนว่าเราสนใจ ก็เลยลองสมัครไป แต่ก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก ปรากฎเขาเรียกสัมภาษณ์ ก่อนไปสัมภาษณ์ก็เล่าให้อเล็กซ์ฟังด้วยความตื่นเต้น กะว่าถ้าเขารับนี่ไปแน่นอนเพราะเงินเดือนที่เขาเสนอมาก็ดีกว่าที่ก่อนเยอะ ที่ทำงานอยู่ใจกลางเมือง สวัสดิการดีมาก แถมติดอันดับบริษัทที่คนญี่ปุ่นอยากเข้าทำงานอีก

คำถามแรก อเล็กซ์ถามว่า

"ยูจะเรียกเงินเดือนเท่าไหร่"

เราก็บอกว่า ต้องเรียกด้วยเหรอ คงประมาณ xxxx ก็พอมั้ง

อเล็กซ์บอกว่า "ทำไมน้อยจัง อย่างยูต้องเรียก xxxx ไม่งั้นอย่าไปทำนะ"

เรา: โหยยย อเล็กซ์ เรทนี้นี่มันมากกว่าเงินเดือนเก่าตั้งเท่าตัวหนึ่งเลยนะ ใครเขาจะให้ อย่าเรื่องมากเลย ได้ทำงานบริษัทใหญ่ๆอย่างนี้ก็บุญแล้ว มีแต่คนอยากเข้าที่นี่ อยู่ดีๆกระโดดข้ามขั้นเงินเดือนเป็น 2 เท่า ไม่มีทาง เขาไม่เอาเราหรอก

อเล็กซ์: มาย! ยูต้องเชื่อมั่นในตัวเอง ถ้ายูเห็นค่าตัวเองเท่านี้ เขาก็ให้ยูเท่านี้ ไอว่ายูมีความสามารถ จากที่ไอได้ฟังเรื่องเกี่ยวกับที่ยูทำงานที่เก่า อย่าประเมินตัวเองต่ำนักสิ จะมาทำงานหนัก งกๆๆ แบบที่เก่าและเงินเดือนแค่นี้มันไม่คุ้มหรอกนะ เชื่อไอ เรียกไปเลย

เรา: อืมมมมม (แต่ในใจคือเอียงไปในทางที่ไม่เรียก ขอแค่ได้ทำงานที่ชอบ ก็โอเคแล้ว)

     บล็อกสัมภาษณ์งานและรู้ผลนะคะ รายละเอียดคำถามเรื่องการสัมภาษณ์ต่างๆ และข้อแนะนำสำหรับคนจะไปสัมภาษณ์งานบริษัทญี่ปุ่น ก็อ่านได้นี่บล็อกนี้เลยค่ะ