w ทำงานในญี่ปุ่น

ประสบการณ์หางานในญี่ปุ่น ตอนที่ 2 สัมภาษณ์งาน

ประสบการณ์หางานในญี่ปุ่น ตอนที่ 2 สัมภาษณ์งาน

By , วันจันทร์, 22 มิถุนายน 2563

     สวัสดีค่ะ มายจะมาเล่าต่อจากบล็อกที่แล้วกันเลยนะคะ และแล้ววันนี้ก็มาถึงวันที่เขาเรียกไปสัมภาษณ์งาน จำได้ว่าเป็นช่วงบ่ายๆ (สำหรับคนที่ยังไม่ได้อ่าน ประสบการณ์เริ่มหางานใหม่ บล็อกก่อนนะคะ)

     วันนั้นเราตื่นแต่เช้า แต่งตัวแบบ business casual ใส่เสื้อเชิ้ตขาวที่มีลายทาง สูทสีเทา กางเกงขายาวสีดำ รองเท้าสีดำ และกระเป๋าสีดำก่อนออกจากบ้าน ก็เช็กความเรียบร้อยอีกรอบ ทั้งทรงผม เล็บ หน้าตา ว่าเราแต่งหน้าโอเค ถูกโทนไหม (ที่ญี่ปุ่น เวลาไปสัมภาษณ์งาน เขาจะห้ามแต่งหน้าจัดเกินไป จะมีระเบียบของเขาซึ่งคนญี่ปุ่นทุกคนจะทราบกันดี จะมาทาเล็บสีๆ ติดขนตาปลอม ใส่คอนแทคสี ทาปากแดงๆ ไม่ได้เด็ดขาด (ยกเว้นว่าจะไปสมัครเป็นช่างทำผม หรืองานในวงการบันเทิง) ถ้าแต่งแบบนั้น คือสอบตกตั้งแต่ยังไม่สัมภาษณ์แน่นอน 😂

     แต่! อย่างไรก็ตาม จะ "หน้าสด" ไปสัมภาษณ์ก็ไม่ได้เช่นกัน! เพราะถือเป็นการเสียมารยาทอีก และที่สำคัญ คือ เอาเรซูเม่ อีก1-2 ฉบับติดมือไป เผื่อเขาเรียกขอ ถึงแม้เขาจะมี resume ของเราอยู่ก่อนหน้าแล้วก็ตาม

     พอไปถึงที่หน้าบริษัทที่เป็น Head Quarter (สำนักใหญ่) ก็ว้าวเล็กน้อย เพราะตึกใหญ่มาก (สมกับที่เป็น 大手企業) ผิดกับบริษัทเก่าเราเลย พอไปถึงที่ออฟฟิศ ก่อนเข้าไปในตัวอาคารก็จะต้องถอดเสื้อโค้ทออกก่อน (นี่เป็นมารยาทอย่างหนึ่งที่ควรจำ เวลาเราไปสัมภาษณ์งานหรือเยี่ยมบริษัทลูกค้าเมื่อไปถึงที่ออฟฟิศ จะต้องถอดเสื้อโค้ทออกก่อนไปเจอลูกค้าทุกครั้ง) จากนั้นก็เข้าไปติดต่อที่เคาท์เตอร์เขาก็ให้นั่งรอ สักพักก็มีคนจากแผนก HR เดินลงมา และให้เราแลกบัตร จากนั้นพาไปที่ห้องสัมภาษณ์ (ไม่รู้ทำไม วันนั้น รู้สึกตื่นเต้นน้อยกว่าทุกที รู้สึกมีสติมาก 555 อาจเป็นเพราะผ่านสมรภูมิมาเยอะมั้ง เมื่อเทียบกับครั้งแรกๆที่สัมภาษณ์)

     พอเข้ามาในห้องสัมภาษณ์ ก็มีคนสัมภาษณ์อยู่ 3 คน ตรงกลางมีเก้าอี้วางอยู่กลางห้อง เขาก็เชิญให้เรานั่ง (เราจะนั่งเองไม่ได้ จนกว่าเขาจะบอกให้นั่ง) และการสัมภาษณ์ก็เริ่มขึ้น

     คำถามส่วนใหญ่เป็นคำถามที่ง่ายมาก เมื่อเทียบกับบริษัทก่อนๆ ที่เคยไปสัมภาษณ์มา เป็นคำถามพื้นฐาน ไม่ได้โดนถามอะไรโหดๆ (ไว้จะมารีวิวเรื่องสัมภาษณ์งานให้ฟังต่างหากนะคะ) เท่าที่จำได้ก็มี
- แนะนำตัว
- ให้เล่าประสบการณ์และหน้าที่ที่ถูกมอบหมายตอนอยู่ที่ทำงานในบริษัทเก่า
- ทำไมถึงอยากทำงานที่นี่
- ถ้าเข้ามาแล้วอยากจะมาทำอะไร
- ทำไมถึงลาออกจากที่เก่า
- ทำไมถึงอยากเปลี่ยนสายงาน
- เคยมีประสบการณ์ล่ามไหม
- ทำไมถึงมาญี่ปุ่น
- มีกำหนดการณ์จะกลับไทยไหม

     ประมาณนี้ แน่นอนสัมภาษณ์เป็นภาษาญี่ปุ่นหมด เราก็ตอบตามความเป็นจริงและ จากประสบการณ์ที่เจอมา และก็มาถึงคำถามสุดท้าย นั่นก็คือ

"คุณอยากได้เงินเดือนเท่าไหร่"

     เอาแล้ว... คำถามนี้ 😂 ตอบยังไงดี จะมัวแต่มาคิดยึกยัก คิดมากก็ไม่ได้ ต้องรีบตอบ ในใจก็คิดถึงตัวเลขที่เห็นในใบที่เอเจนต์เสนอมา แต่ไม่รู้อะไรดลใจ ทำให้ตัดสินใจตอบตัวเลขที่อเล็กซ์บอกมา 555 (ซึ่งก็คือ 2 เท่าของเงินเดือนรอบก่อนและด้วยความโชคดี คือ ทางคนสัมภาษณ์ก็ไม่ได้ถามว่าก่อนหน้านั้นได้เงินเดือนเท่าไหร่มา ไม่งั้นคงตอบไม่ถูก (เขิน) เหมือนกันว่าทำไมถึงเรียกเงินเดือนสูงกว่าที่เก่าถึงสองเท่า 😂 ในใจคิด เอาวะ! พูดไปแล้ว เป็นไงเป็นกัน วัดกันสักตั้ง! >< สุดท้ายก็เรียกเงินเดือนตามที่อเล็กซ์แนะนำไป

     หลังจากนั้นก็จบการสัมภาษณ์ เราก็ขอบคุณและออกไปจากห้อง จากนั้นก็มีเจ้าหน้าที่ HR ยืนรออยู่หน้าห้องและพาเราไปอีกห้องให้กรอกเอกสารอะไรจำไม่ได้และบอกว่าจะแจ้งผลผ่านเอเจ้นท์

     หลังจากออกมาจากออฟฟิศแล้ว เอเจ้นต์ก็โทรมาหาทันที (รวดเร็วมาก) ถามว่าเป็นยังไงบ้าง ก็เล่าให้เอเจนต์ฟัง และก็ถามเอเจ้นท์ว่าต้องมีสัมภาษณ์อีกไหม เพราะปกติแล้ว บริษัทที่เก่าที่เคยสัมภาษณ์ สัมภาษณ์ตั้ง 5 รอบ ยิ่งบริษัทใหญ่ๆ นี่ส่วนใหญ่หลายรอบแน่ๆ แถมบางทีมีข้อเขียนด้วย เอเจนต์ก็บอกว่าจะเช็กกับบริษัทให้และจะติดต่อกลับไป แต่คิดว่าถึงมีคงไม่เยอะ เพราะเหมือนเขาต้องการรับคนด่วน

     หลังจากนั้น เราก็มีแพลนว่าจะบินไปเที่ยวที่ไทยคนเดียวเป็นแพลนว่าตั้งใจจะไปอยู่แล้วตั้งแต่ก่อนหน้านี้ ก็มีแจ้งบริษัทกับเอเจนต์ให้ว่าต้องกลับไทยมีอะไรรบกวนช่วยแจ้งทางอีเมล

     หลังจากที่สัมภาษณ์งานเสร็จ มายก็ถือโอกาสบินไปพักผ่อนที่เมืองไทย 10 วัน เพราะเดี๋ยวถ้าเริ่มทำงานที่ใหม่ คงไม่ได้ลาหยุดยาวอีกนาน

     ตั้งแต่กลับไทยมาก็คอยเช็กเมลทุกวันว่าจะมีเมลจากเอเจนต์มาไหม ตั้งแต่สัมภาษณ์ไป นี่ก็ปาไปจะ 2 สัปดาห์แล้ว ยังไม่มีวี่แวว หรือการติดต่อกลับจากเอเจนต์เลย ก็ทำใจเผื่อไว้ครึ่งหนึ่งว่าอาจจะไม่ได้

     แต่หลังจากนั้นไม่กี่วัน ขณะที่กำลังนั่งรถไปทำธุระกับคุณแม่อยู่ ก็มีอีเมลมาจากเอเจนต์ส่งมาที่มือถือ ตื่นเต้นมากกกกก ไม่กล้าเปิดดู (ตื่นเต้นกว่าตอนไปสัมภาษณ์อีก) แต่ก็ต้องเปิดอะนะ ไม่งั้นก็ไม่รู้ 55 เป็นไงเป็นกัน!! ปรากฎว่า ...ผ่านค่ะ!!! เย่!! ไม่ใช่แค่นั้น เราไม่ต้องสอบสัมภาษณ์รอบต่อไปแล้ว คือ บริษัทรับเข้าทำงานเลย แถมได้เงินเดือนตามที่เรียกไปด้วย! (ดีนะ! ที่ตัดสินใจทำตามคำแนะนำของอเล็กซ์)

     กรี๊ด!!! รีบบอกผลให้คุณแม่ทราบ แม่ก็ดีใจ แต่ก็มีแอบบ่นว่า อย่างนี้ก็อยู่ญี่ปุ่นต่ออีกนานเลยละสิ 555 หลังจากนั้น ก็รีบไลน์บอกอเล็กซ์ นางก็รีบตอบไลน์กลับมาว่า "ยินดีด้วยนะ เห็นมั้ย ไอบอกแล้วว่ายูต้องทำได้" รู้สึกโล่งอกไปเปราะนึง (อย่างน้อยก็ได้อยู่ญี่ปุ่นต่อ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องวีซ่า)