w ทำงานในญี่ปุ่น

ประสบการณ์ทำงานในญี่ปุ่นของมายเซนเซ ภาคที่ 2

ประสบการณ์ทำงานในญี่ปุ่นของมายเซนเซ ภาคที่ 2

By , วันศุกร์, 19 มิถุนายน 2563

​     สวัสดีค่ะ ต่อจากพาร์ตที่แล้วประสบการณ์ทำงานในญี่ปุ่น ภาค 1 นะคะ ครั้งนี้มายได้ไปออกบูธที่ประเทศไต้หวันเป็นครั้งแรก ในงาน PV Expo ปกติมายจะถูกให้ดูแลประเทศแถบๆ Southest Asia แต่ครั้งนี้อยู่ดีๆ นายก็ให้ไปช่วยงานออกบูธที่ไต้หวัน ทั้งๆ ที่ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับตลาดไต้หวันมาก่อน อาจเป็นเพราะเจ้านายเห็นว่ามายพอได้ภาษาจีนนิดหน่อย (นิดหน่อยจริงๆ แค่พอเอาตัวรอดเวลาไปเที่ยวได้ 555)

     ตอนไปออกบูธ ก็มีเจ้านายจากญี่ปุ่น 1 คน รุ่นพี่คนญี่ปุ่นที่ประจำอยู่สาขาในไต้หวัน 2 คน (ทั้ง 2 คน พูดภาษาจีนได้เก่งมาก คนหนึ่งเป็นลูกครึ่งไต้หวันญี่ปุ่น อีกคนเคยไปเรียนแลกเปลี่ยนที่ไต้หวัน) 

     ความยากของการออกบูธในครั้งนี้ คือ "ภาษา" ค่ะ ตอนแรก นึกว่าไปออกบูธงาน Expo แบบนี้ จะชิลล์ๆ อยู่แต่บูธ รายงานก็ไม่ต้องเขียน เพราะรุ่นพี่เขียนให้แอบคิดว่าเจ้านายให้เราไปด้วยคงได้ใช้ภาษาอังกฤษมั้ง เพราะเพื่อนๆ ไต้หวันที่มายรู้จักส่วนใหญ่ก็พูดภาษาอังกฤษได้ แต่! ที่ไหนได้ใครจะคิดว่าคนไต้หวันที่ทำงานโรงงาน เป็นวิศวกรส่วนใหญ่จะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้กัน! อธิบายเรื่องเครื่องจักรเป็นภาษาอังกฤษกับภาษาญี่ปุ่น ก็ว่ายากแล้ว นี่ยังให้เราต้องอธิบายเป็นภาษาจีนอีก! แม่เจ้า!

ถ่ายกับพนักงานบูธข้างๆคนไต้หวัน น่ารักมาก ถึงจะพูดภาษาอังกฤษกับญี่ปุ่นไม่ได้เลย แต่ก็งูๆ ปลาๆ คุยกันรู้เรื่อง

     วันแรก ผ่านไป โดยทีเราทำประโยชน์อะไรไม่ค่อยได้เท่าไหร่ เพราะคุยไม่รู้เรื่อง ได้แต่งูๆ ปลาๆ พอตอนเลิกงาน เลยมานั่งติวกับรุ่นพี่คนญี่ปุ่นที่ประจำอยู่ไต้หวัน ให้รุ่นพี่สอนประโยคขายของง่ายๆ (จะเรียกว่าง่ายดีไหม T^T) เป็นภาษาจีน เช่น บริษัทเราขายอะไร เราเป็นใครมาจากไหน อันนี้คือเอกสารชื่อเครื่องจักรแต่ละตัวเป็นภาษาจีน ฯลฯ (อย่าถามนะ พองานจบ ก็ลืมหมดแล้ว 555) จำแบบตัวคาราโอเกะอย่างเดียวค่ะ 555 และไม่รู้ว่าจะเรียกว่าโชคดีหรือโชคร้าย ลูกค้าที่มาเยือนบูธเราส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชาย และแน่นอน สัญชาตญาน คือ เข้ามาถามเซลล์ผู้หญิง ซึ่งคือมาย คนเดียวในบูธแทนที่จะไปถามคำถามรุ่นพี่ของมายที่พูดจีนได้ แทบทุกคนพุ่งมาหามายแทนก่อน T^T

     ก็ตอบได้บ้าง ไม่ได้บ้าง เกร็งมาก ที่ท่องมาเมื่อคืน พอถึงเวลาจริง มันไม่เป็นตามสคริปต์ แต่ยังดีที่รุ่นพี่ใจดีกว่าเจ้านาย จะคอยมาช่วยมาย พอถามเรื่องลึกๆ ก็โยนให้รุ่นพี่จัดการตลอด 4 วันที่ออกบูธ หลังจากจบงาน Expo นี้ มีคำสั่งจากเจ้านายว่า ให้มายมาช่วยตลาดไต้หวัน แต่ประจำอยู่ที่สาขาโตเกียว เพราะงั้นไปเรียนภาษาจีนซะ 555

สิ่งที่อยากจะบอกในโพสนี้ คือ ทำงานบริษัทญี่ปุ่น มีเซอร์ไพร์สบ่อยค่ะ

     วันนี้ทำงานอยู่โตเกียวอยู่ดีๆ พรุ่งนี้อาจถูกส่งไปฮอกไกโด หรืออินเดียก็เป็นได้ หรือถูกย้ายแผนกกระทันหัน โดยที่เราไม่มีสิทธิ์ทักท้วงแบบที่ไทยว่า "ถ้าจับฉันย้าย ฉันจะลาออกนะ" พูดไม่ได้ค่ะ ที่ผ่านมาคุยกับคนญี่ปุ่นหลายคน ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ถ้าบริษัทมีคำสั่งมาแล้ว ยังไงก็ต้องไป (ถึงไม่อยากไป ก็บ่นไม่ได้ ก็ต้องแอบๆหางานใหม่เอา แต่ก็ยากอีก จะเอาวันหยุดที่ไหนไปสัมภาษณ์งานใหม่) และถ้าลาออกด้วยเหตุผลนี้ ไปสมัครงานที่ต่อไป ถ้าเราบอกเหตุผลนี้ไปก็มักจะไม่เป็นผลดีสักเท่าไหร่

     บริษัทนี้และบริษัทที่มายทำหลังจากนี้ก็เช่นกันค่ะ ทุกๆ 3 เดือน จะมีวันย้ายแผนก ทุกคนก็จะมานั่งลุ้นว่าตัวเอง ถูกย้ายไปไหน และแน่นอนบางคนไม่ถูกย้ายเลยก็มี แต่สำหรับ คนต่างชาติอย่างมาย ไม่ต้องกังวลค่ะ เพราะคนต่างชาติ ไม่ค่อยมีแผนกให้ย้ายไปสักเท่าไหร่อยู่แล้ว ส่วนใหญ่ก็มักจะอยู่แผนกที่ต้องดีลกับต่างชาติไปเรื่อยๆ ไม่เหมือนคนญี่ปุ่น ที่ถูกย้ายไป HR บ้าง ฝ่ายขายบ้าง ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายธุรการ ฯลฯ (จะว่าไป ที่ญี่ปุ่น ส่วนใหญ่ เขาจะปลื้มแผนก HR กันค่ะ ส่วนใหญ่คนที่ทำแผนก HR จะเป็นคนเก่ง คนที่ทำมาเกือบทุกแผนกแล้ว ถึงได้มาอยู่ HR เป็นแผนกที่หลายๆคนใฝ่ฝัน)

     อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ถูกย้ายไปประจำต่างเมือง แน่นอนบริษัทจะออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการย้ายให้ อย่างใครมีครอบครัว มีลูก ก็ต้องย้ายตาม เปลี่ยนโรงเรียนก็ให้วุ่น (ใครเคยอ่านการ์ตูนญี่ปุ่น อาจจะเคยเห็นฉากแบบนี้อยู่บ่อยๆ ที่มี 転校生 หรือนักเรียนใหม่ย้ายมา)

กลับมาเข้าเรื่องกันนิดนึงค่ะ

     อย่างที่บอกค่ะ ว่าหลังจากนั้น เจ้านายให้มายมาช่วยฝั่งตลาดไต้หวันอยู่พักหนึ่ง หลังจากน้นมายทำได้ไม่นาน ก็ลาออกเปลี่ยนงานใหม่ ภาษาจีนก็เลยไม่ถึงไหนเหมือนเดิม 55 ก่อนลาออกก็มีไป 立ち会い หรือทำการส่งมอบเครื่องจักรอยู่ไต้หวันอยู่ครั้งหนึ่ง ไปดูแลความเรียบร้อยในการขนเครื่องจักรมาจากญี่ปุ่น และติดตั้งพร้อมทดสอบที่โรงงานที่ไต้หวันประมาณ 1 - 2อาทิตย์

     ทุกวัน ก็จะพักที่โรงแรมใกล้ๆ ลูกค้าไต้หวันทุกคนในโรงงานใจดีมาก มีพามายไปเที่ยวชมไต้หวันในระหว่างวันหยุดและพาเลี้ยงข้าวด้วย (ตอนหลังรุ่นพี่ญี่ปุ่นนางบ่นน้อยใจว่าอยู่ไต้หวันดีลงานมาตั้งนานลูกค้าไม่เคยพาไปเที่ยวแบบนี้เลย แถมเขี้ยวด้วย แต่ทีมายมานะ ลูกค้าหลายคนใจดี ไม่บ่น ไม่ดุ ไม่เรื่องมากเลยแอบรู้สึกว่า บางทีเกิดเป็นผู้หญิงก็ดีเหมือนกันนะ 555 

     ตอนหน้ามายจะมาเล่าเรื่องประสบการณ์การลาออกจากบริษัทญี่ปุ่น ก็คือที่บริษัทนี้แหละค่ะ หลังจากลาออกก็มีประสบการณ์การหางานใหม่ และประสบการณ์สัมภาษณ์งานและทราบผล ฝากติดตามกันด้วยนะคะ