a อนิเมะ

งานการ์ตูนที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น Comiket

งานการ์ตูนที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น Comiket

By , วันอาทิตย์, 23 ตุลาคม 2559

​สวัสดีครับ กลับมาเจอกันกับ Ken Pichakun อีกแล้วกับบทความสำหรับคนรักวัฒนธรรมการ์ตูนญี่ปุ่น ถ้าพูดถึงเรื่องการ์ตูนแล้วละก็ สิ่งหนึ่งที่คนรักการ์ตูนญี่ปุ่นหลาย ๆ ท่านใฝ่ฝันนอกจากไปเยี่ยมชมอากิฮาบาระ ก็อยากจะไป Comiket ซึ่งเป็นงานการ์ตูนระดับใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่นซึ่งติด Top 25 อีเวนต์งานที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย ว่าแต่งาน Comiket เป็นอย่างไรน่ะเหรอครับ เราไปทำความเข้าใจกับงานนี้กันดีกว่า 



Comic Market หรือที่เรียกย่อๆ ว่า Comiket เป็นงานแสดงสินค้าทุกอย่างเกี่ยวกับการ์ตูนญี่ปุ่น ซึ่งเป็นการร่วมมือกันทั้งค่ายการ์ตูนเจ้าของลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการและเหล่ากลุ่มนักเขียนการ์ตูนอิสระที่ออกมาทำผลงานแฮนด์เมดหรือโดจินชิ (Doujinshi ซึ่งจะกล่าวถึงในโอกาสต่อไป) งาน Comiket มักจัดที่ห้องประชุม Tokyo Big Sight ทุกปี ในแต่ละปีมีผู้เข้าชมงานมากกว่า 560,000 กว่าคนจากทั่วประเทศและทั่วโลกที่หลงไหลในมนตร์เสน่ห์ของการ์ตูนญี่ปุ่น และมีกลุ่มผู้จำหน่ายแสดงสินค้าภายในงานมากถึง 35,000 กว่ากลุ่มเลยทีเดียว (เดินช็อปกันสนุกจนขาขวิดไปเลย ฮา)

ใหญ่ไม่ใหญ่ ลองดูคลิปเที่ยวงาน Comiket ปี 2014 ดูเลยครับ



Comiket เกิดขึ้นจากการริเริ่มก่อตั้งโดย Yoshihiro Yonezawa นักวิจารณ์การ์ตูนชื่อดัง ซึ่งในปี 1970 นิตยสารการ์ตูนญี่ปุ่นเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย วงการการ์ตูนญี่ปุ่นเริ่มทำงานเป็นอุตสาหกรรมมากขึ้น ผลงานเรื่องไหนที่ได้ตีพิมพ์ลงนิตยสารก็จะเป็นที่รู้จักและโด่งดังในเวลาต่อมา แต่ปัญหาคือ ผลงานอีกหลายเรื่องที่ไม่ผ่านพิจารณาให้ตีพิมพ์ (ด้วยเหตุผลด้านการตลาด) ก็ไม่มีคนอ่านและไม่มีใครรู้จัก ต่อให้พิมพ์และฝากร้านค้าขายก็อาจจะมีลูกค้าน้อยคนที่ซื้อไปอ่าน เพราะกลุ่มผู้อ่านที่ชอบอ่านผลงานนอกกระแสก็กระจัดกระจายอยู่ตามพื้นที่จังหวัดต่างๆ ผลงานเหล่านั้นจึงกระจายได้ไม่ทั่วถึง Yoshihiro จึงเกิดความคิดขึ้นมาว่า ถ้าอย่างนั้นก็เชิญกลุ่มนักเขียนการ์ตูนอิสระหลาย ๆ กลุ่มมาร่วมกันจัดงานขายการ์ตูน และประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จักกันเถอะ รับรองว่าต้องมีคนสนใจอยากเข้ามาซื้อ และอยากชมผลงานของพวกเขาแน่นอน!


Comiket ครั้งแรกเกิดขึ้นในวันที่ 21 ธันวาคม 1975 มีกลุ่มนักเขียนการ์ตูนมาร่วมแสดงสินค้าถึง 32 กลุ่ม และผู้เข้าชมงานประมาณ 600 คน ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง จึงเริ่มจัดงานนี้เรื่อยมา จนมีการจัดตั้งเป็นองค์กรหนึ่ง มีการจัดระเบียบข้อบังคับการเข้าชมงานอย่างเป็นระบบ และมีผู้เข้าชมงานมากขึ้น เป็นหลักพัน หลักหมื่น จนมาถึงหลักแสน และมีแนวโน้มว่าจำนวนผู้ร่วมจัดงานและผู้เข้าชมจะมากขึ้นทุกๆปี จนถึงทุกวันนี้ (วันที่เผยแพร่บทความนี้) ได้จัดมาแล้วเป็นครั้งที่ 90 เมื่อวันที่ 12-14 สิงหาคมที่ผ่านมา 

ปัจจุบัน Comiket มักจัดขึ้นปีละสองครั้งคือเดือนสิงหาคมในชื่อ Summer Comiket กับเดือนธันวาคมในชื่อ Winter Comiket ทั้งสองงานจัดที่ Tokyo Big Sight และเปิดให้เข้าชมถึง 3 วัน ตั้งแต่ 10.00 น. – 22.00 น. ความแตกต่างก็คืองาน Summer Comiket จะจัดช่วงฤดูร้อน ใกล้ๆวันที่ 15 สิงหาคม ส่วนงาน Winter Comiket จะจัดช่วงฤดูหนาวในช่วงวันที่ 28-31 ธันวาคม 

การเดินทางไป Tokyo Big Sight นั้นง่ายดายมาก เพราะสถานที่อยู่ที่โอไดบะ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสถานที่ไปดูกันดั้มยักษ์ เพียงแค่คุณผู้อ่านนั่งรถไฟสาย Yurikamome มาลงที่สถานี  Kokusai-Tenjijo-Seimon หรือนั่งรถไฟ JR สาย Rinkai มาที่สถานี Kokusai-Tenjijo ก็ถึงเช่นกัน



คำแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจเข้าชมงาน Comiket เพื่อให้ช็อปปิ้งสบายๆ

  1. ​ควรมาต่อแถวล่วงหน้าอย่างน้อย 3-4 ชั่วโมง เพราะไม่อย่างนั้นคุณผู้อ่านอาจจะต้องรอต่อแถวยาวเฟื้อย และต้องรอเป็นชั่วโมงๆ กว่าจะได้เข้า
  2. ก่อนมาควรเช็กสภาพอากาศก่อนว่าเป็นยังไง ถ้ามาช่วงหน้าร้อนก็ควรใส่เสื้อผ้าบางๆสบายๆหน่อย (หน้าร้อนที่ญี่ปุ่นนี่ร้อนมากครับ) แต่ถ้ามาช่วงหน้าหนาวก็ควรเตรียมเสื้อกันหนาวมาให้ดีๆ เดี๋ยวจะไม่สบาย
  3. ควรกินอาหารเช้ามาให้อิ่ม และเตรียมยาดมยาหม่องน้ำดื่มให้พร้อม เพราะคุณผู้อ่านมีโอกาสได้เดินจนเพลียแน่ๆ (ส่วนอาหารกลางวันไม่ต้องห่วงครับ เขามีโซนขายอาหารด้วย) สำหรับใครที่มีโรคประจำตัวก็อย่าลืมนำยาไปด้วยนะครับ
  4. เตรียมเงินสำหรับช็อปปิ้งให้พร้อม แนะนำให้แลกเงินเป็นแบงค์ 1,000 เยนกับเหรียญ 500 เยนไว้เยอะๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่คนขาย พวกเขาจะได้ไม่ต้องเสียเวลาทอนเงิน (สินค้าที่ขายในงานส่วนมากราคาต่ำสุดอยู่ที่ 500 เยน)
  5. อย่าวิ่ง อย่าแซงคิว เพราะคนญี่ปุ่นถือเรื่องนี้มาก
  6. ถ้าจะลองอ่านหนังสือก็ควรขออนุญาตคนขายก่อนอ่าน ด้วยคำว่า "Yomisasete Kudasai" (โย-มิ-ซา-เซะ-เต้ะ-คุ-ดา-ไซ) และถ้าจะถามราคา ควรถามว่า "Ikura Desuka" (อิ-คุ-ระ-เดส-ก๊ะ) เพราะคนญี่ปุ่นจะรู้สึกสบายใจถ้าคนต่างชาติพอจะคุยด้วยภาษาของเขาได้
  7. เนื่องจากภายในงานมีผู้ร่วมงาน 30,000 กว่าบูธ การดูทุกบูธภายในวันเดียวจึงไม่น่าจะเป็นไปได้ ควรหยิบ Catalog ที่แจกหน้างานมาอ่านก่อน จะได้รู้ว่าถ้าจะไปหาซื้อการ์ตูนแนวที่ชอบจะต้องไปโซนไหน บริเวณใดในงาน และถ้ามีเวลาเหลือเฟือ ก็ค่อยมาดูโซนอื่นในวันต่อไปก็ได้
  8. ไม่แนะนำให้พาเด็กอายุต่ำกว่า 10 ขวบมาที่งาน เพราะมีโอกาสพลัดหลงได้ง่าย อีกทั้งอาจไปรบกวนผู้อื่นด้วย


ถ้าคุณผู้อ่านสนใจอยากไปช่วงฤดูหนาวในตอนนี้ แนะนำให้รีบจองตั๋วกับที่พักให้ไวเลยนะครับ เพราะเมื่อถึงช่วงใกล้ๆเดือนธันวาคมแล้ว ที่พักต่างๆจะหายาก เพราะคนจากทั่วสารทิศจะมุ่งมาพักแรมกันที่นั่น ซึ่งถ้าคุณผู้อ่านอยากได้ไกด์มืออาชีพช่วยจัดทริปส่วนตัวเพื่อพาไปดูงาน Comiket ละก็ ผมขอแนะนำบริษัท I Love Japan Tours ครับ ที่นี่มีทีมงานมืออาชีพพร้อมยินดีให้บริการทุกอย่าง ทั้งจองตั๋ว จองโรงแรม  พร้อมทั้งมีรถส่วนตัวและไกด์ผู้เชี่ยวชาญคอยอำนวยความสะดวกและแนะนำสถานที่ รับรองว่าทุกท่านจะประทับใจในการบริการอย่างแน่นอน!


ที่มาภาพประกอบและแหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • http://overmental.com/content/22-biggest-geek-culture-conventions-in-the-world-170
  • http://tokyogirlsupdate.com/10ways-heatup-cooldown-summer-20160799707.html
  • http://survivingcomiket.blogspot.com/p/1-introduction-what-is-comiket.html
  • https://en.wikipedia.org/wiki/Yoshihiro_Yonezawa
  • http://www.ricedigital.co.uk/what-is-comiket/
  • http://ready-up.net/2012/01/29/comiket-81/
  • http://japonismo.com/blog/comiket-salon-del-manga
  • http://www.wikiwand.com/fi/Comiket
  • http://ourstarblazers.com/vault/268/
  • https://ell1419.wordpress.com/2014/08/
  • http://blog.fromjapan.co.jp/en/anime/a-guide-to-comiket-beyond-the-myths.html
  • http://www.comiket.co.jp/info-a/C77/C77CMKSymposiumPresentationEnglish.pdf
  • http://jpninfo.com/55579